4 พรรคใหญ่ ประชันวิสัยทัศน์ แก้โจทย์ร้อน ค่าแรงขั้นต่ำ กางแผนช่วยSMEไทยให้รอด

26.01.26 | 17:53 น.
ค่าแรงขั้นต่ำ

4 พรรคประชันวิสัยทัศน์ ค่าแรงขั้นต่ำ กางแผนช่วยSMEไทยให้รอด ภท.ชู ‘ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ’ ต้องเหมาะสม-อิงเกณฑ์พื้นที่ ‘เผ่าภูมิ’ ชูแผน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ SMEs ผุด e-Commerce สัญชาติไทย ‘วีระยุทธ’ชูปรับสูตรค่าแรงให้เป็นสากล ให้สินเชื่อลงไปที่ SMEs ไซซ์ S มั่นใจหวยใบเสร็จตัวเปลี่ยนเกมทำให้เกิดกำลังซื้อยั่งยืน ‘ประชาธิปัตย์’ ฉายวิสัยทัศน์พัฒนาค่าแรงไทยต้องสมดุลทำเฉพาะพื้นที่ รัฐต้องชะลอทุนต่างชาติทะลัก เพื่อให้ SMEs ไทยเดินต่อได้

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ประชาชาติธุรกิจ จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ : ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง คือ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ,นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึง นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

โดยช่วงแรกประชันวิสัยทัศน์ผ่าน 5 โจทย์สมรภูมิเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 1.ปากท้องค่าครองชีพ 2.สงครามหนี้ 3.แรงงานและSME 4.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ 5.การค้าชายแดน  และในช่วงท้ายมีคำถามเพิ่มเติม ว่าทำไมแต่ละพรรคต้องมีนโยบายที่เกี่ยวกับ “แจก” และ “หวย”

สำหรับโจทย์สมรภูมิเศรษฐกิจ ข้อที่ 3 คือ แรงงานและSME ต่อการเสนอมุมมอง “ค่าแรงขั้นต่ำที่เหมาะสม และทางช่วย SMEs ให้รอดจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”

 

Advertisement

ภูมิใจไทย ชู ‘ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ’ ต้องเหมาะสม-อิงเกณฑ์พื้นที่

นายสิริพงศ์ สะท้อนว่า ประเทศไทยไม่ควรกำหนดเรื่องค่าแรงขั้นต่ำว่าควรเท่าไหร่ เพราะพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่านโยบายลักษณะนี้เป็นการผลักภาระให้ประชาชนมากเกินไป ซึ่งเรื่องค่าแรงต้องทำให้เหมาะสม และไม่ได้ถูกกำหนดลงไปจากส่วนกลางจะต้องสะท้อนค่าแรง แต่ละพื้นที่ผ่านคณะกรรมการไตรภาคีและความเป็นอยู่จริง ๆ

ส่วนตัวเห็นด้วยกับพรรคประชาชน ที่เสนอว่าต้องมีการปรับสูตรการคิดค่าแรงขั้นต่ำ แต่นโยบายไม่ควรจะออกมาจากส่วนกลาง ไม่เช่นนั้นจะกระทบกับประชาชนโดยเฉพาะในชนบท พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่ จ.ศรีสระเกษ หากมีการกำหนดเกณฑ์ที่สูง จะทำให้ทุกอย่างถูกคิดเป็นต้นทุนทั้งหมด

ฉะนั้นจึงมีการพูดถึงการอัพสกิล-รีสกิลมาหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่วนตัวมองว่าการอัพสกิล-รีสกิลมีความสำคัญมาก เพื่อเป็นให้ประชาชนผู้ใช้แรงงานมีทักษะก่อนเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ เพราะพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า เอกชนมีความพร้อมในการจ่ายค่าแรงงานที่มีสกิลจากแอนะล็อกสู่ดิจิทัล

ส่วนการพัฒนา SMEs นายสิริพงศ์ระบุว่า ต้องทำโครงการให้เข้าถึงธุรกิจขนาด S แต่ที่ผ่านมามักให้ทุนจากกองทุนรัฐอยู่แต่ในธุรกิจขนาด M และ L เนื่องจากมีข้อจำกัดจากเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีอีกแนวทางในการช่วยธุรกิจขนาดเล็ก S คือการให้ซอฟต์โลนเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ SMEs ก็เป็นอีกแนวทางที่ภูมิใจไทยจะดำเนินการ

เพื่อไทย ชูแผน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ SMEs

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่าเราเห็นด้วยที่ค่าแรงจะต้องปรับปรุงให้สะท้อนกับค่าครองชีพและชีวิตความเป็นอยู่ แต่เรื่องนี้มากกว่าเรื่องแรงงาน เพราะปัจจุบันเราเข้าสู่สังคมสูงวัยเริ่มมากกว่าแรงงาน พรรคเพื่อไทยมองว่าต้องมีนนโยบายที่แก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

เรามีบัญชีเงินฝากเด็กแรกเกิดให้กับเด็กเกิดใหม่ทุกคน จะต้องมีเงินก้อนจนถึงอายุ 15 ปี ก่อนช่วงเข้าตลาดแรงงาน และมีนโยบายทำให้แรงงานมีศักยภาพตรงความต้องการของตลาด ดังนั้น เรามีโครงการเรียนได้งบจบได้งาน ในการอัพสกิล รีสกิลในอนาคต ว่าสิ่งที่เรียนมาต้องตรงกับที่ตลาดต้องการ กำหนดให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะต้องถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับแรงงานไทย

ส่วน SMEs พรรคเพื่อไทยมองว่าต้องทำให้พวกเขามีรายจ่ายที่น้อยลงในการขายสินค้า จะมี e-Commerce สัญชาติไทย เพื่อทำให้ SMEs ขายสินค้าได้มากขึ้น และทำให้คนมาซื้อมากขึ้น โดยคนที่จะมาซื้อใหญ่ที่สุดคือภาครัฐ ทำอย่างไรให้ภาครัฐมาซื้อของ SMEs มากขึ้น และจะมีแต้มต่อเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างให้กับ SMEs สู้กับรายใหญ่ได้ และภาครัฐสามารถครีเอตดีมานด์ ให้คูปองส่วนลดเกษตรกร ให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้

เรื่องสินเชื่อ เรามีสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA) ช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเป็นการค้ำประกันให้ SMEs ถ้า SMEs เบี้ยวหนี้ จะทำให้ SMEs มีความเสี่ยงน้อยลง เหมือนกรณีซื้อประกันรถ หากเราขับรถชนก็จะมีคนมาจ่ายให้ ตรงนี้เป็นกลไกลดความเสี่ยงให้ SMEs

ในการหาตลาด เรามีสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ เพื่อให้เป็นหน้าต่างของ SMEs ไทยส่งสินค้าไปขาย นอกจากนี้ เราเจาะไปในตลาดใหม่ ๆ ไม่ว่าส่วนไหนของโลก โดยต้องดูตลาดที่มีความหลากหลาย รองรับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่เป็นการเฉพาะ

ปชน. ชงปรับสูตรค่าแรงให้เป็นสากล-หวยใบเสร็จตัวเปลี่ยนเกม

นายวีระยุทธกล่าวว่า พรรคประชาชนเสนอให้มีการปรับสูตรปรับฐาน โดยไม่ได้กระชากค่าแรง หมายความว่าปัจจุบันอัตราค่าแรงในประเทศแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน เพราะมีสูตรคำนวณของแต่ละจังหวัด ซึ่งพรรคประชาชนเห็นว่าสูตรดังกล่าวมีการลดทอน ลดคุณค่าผลิตภาพแรงงานมากเกินไป

พรรคประชาชนจึงเสนอให้มีการปรับสูตรปรับฐานที่เป็นสากล และให้คุณค่าของพี่น้องแรงงาน ค่าแรงจะขยับขึ้นโดยเฉลี่ย 4% หลังจากนั้นจะขยับขึ้นโดยไม่ต้องรอการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งแรงงานจะลุ้นทุกครั้งว่าค่าแรงจะขยับตาม ดังนั้น จึงอยากให้การขึ้นค่าแรงเป็นระบบ และยังเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากสามารถคาดการณ์ได้แต่ละปีค่าแรงจะขยับขึ้นไปเท่าไหร่ และสอดคล้องกับตัวจีดีพีประเทศกับผลิตภาพของแรงงาน ดังนั้น ในปี 2570 จะทยอยขึ้นปีละ 4%

นายวีระยุทธกล่าวว่า ส่วนภาค SMEs มีปัญหา 4 ด้านที่ต้องแก้ปัญหาไปพร้อมกัน ด้านแรกทำอย่างไรจะเพิ่มการค้ำประกันโดยกลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่มีอยู่ ทำให้สินเชื่อลงไปที่ SMEs โดยเฉพาะขนาดไซซ์ S มากขึ้น และนอกจากได้สินเชื่อยังไม่พอ ต้องมีกำลังซื้อด้วย ดังนั้น นโยบายหวยใบเสร็จจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้เกิดกำลังซื้ออย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเครดิตเทอม 45 วัน ที่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ที่ซื้อสินค้าหรือบริการจาก SMEs ต้องชำระเงินภายในระยะเวลา 45 วัน โดยจะต้องมีการกวดขันให้มีการจ่ายเงินจริง รวมถึง e-Factoring ให้ SMEs สามารถนำใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Invoice) ไปแปลงเป็นเงินสด ทำให้หมุนเงินได้ทันที

ขณะที่ตลาดออนไลน์ SMEs ไทยไม่ค่อยใช้ประโยชน์เท่าไหร่นัก โดยเฉพาะออนไลน์ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เราจำเป็นต้องช่วยเปิดตลาดออนไลน์ให้ SMEs หากดูบทเรียนจากที่สินค้าจีนมาตีตลาดไทยได้ ก็เพราะมี Warehouse ที่ไทย ถ้าเรามี Warehouse อยู่ในประเทศจะเป็นการเพิ่มแต้มต่อที่สำคัญมาก เช่น ถ้าเราอยากขายสินค้าเกษตรให้กับมาเลเซียหรือสิงคโปร์มากขึ้น เราก็จำเป็นต้องมี Warehouse ตรงนี้

นอกจากนี้ เราจะเสนอพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานจากแพลตฟอร์ม ซึ่งจำเป็นต้องมีการคุ้มครองที่ต่างจากมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ทำให้เกิดประกันภัยภาคบังคับ ถ้าเกิดอุบัติเหตุสามารถนำเงินมาใช้ได้ รวมถึงตั้งเป็นกองทุนคุ้มครองสวัสดิการ รวมถึงยกระดับความปลอดภัยก็เป็นสำคัญ มีแม่บ้านทำความสะอาดบ้าน ซ่อมบ้านทำงานผ่านแพลตฟอร์ม จำเป็นต้องเพิ่มยกระดับความปลอดภัย เพื่อตรวจสอบได้อย่างเรียลไทม์

ประชาธิปัตย์ ฉายวิสัยทัศน์พัฒนาค่าแรงไทยต้องสมดุลทำเฉพาะพื้นที่

นางการดีกล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำต้องทำให้สะท้อนค่าแรงแต่ละพื้นที่จะเท่ากันหมดไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเคยมีบทเรียนมาแล้ว ซึ่งหลักคิดเรื่องค่าแรงขั้นต่ำของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมีการสำรวจค่าแรงแต่ละพื้นที่ และรัฐเข้าไปสนับสนุน เพราะจะบังคับเอกชนจ่ายอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความสมดุลกัน

ส่วนกลุ่ม SMEs ที่วันนี้ตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนรูปแบบ รวมถึงมีแรงงานอิสระมากขึ้น พรรคประชาธิปัตย์มองว่าต้องสร้างความสมดุลด้านแรงงานและลูกค้า รวมถึงเรื่องสวัสดิการหรือประกัน ต้องมีการควบคุมเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้ใช้แรงงาน

ส่วนด้านแพลตฟอร์มที่วันนี้มีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาไทยมากขึ้น ต้องทำให้การขึ้นราคาสินค้าทุกรายโปร่งใสตรวจสอบได้ มีการกีดกันด้านการค้า ไม่เช่นนั้นเอสเอ็มอีไทยจะอยู่ไม่ได้ ทั้งที่เรามีหน่วยงานรัฐคอยดูแล ดังนั้น หน่วยงานรัฐต้องรู้หน้าที่ และการทำงานต้องเข้มข้นมากขึ้น

นางการดีย้ำว่า SMEs ไทยต้องได้รับการช่วยเหลือในสถานการณ์ที่วันนี้รูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป คู่ไปกับต้องทำให้เข้าถึงเงินทุนในราคาถูก ไม่ใช่ให้เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ เราต้องสร้างแต้มต่อให้ SMEs ไทย ยกตัวอย่าง เช่น พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเมดอินไทยแลนด์เฟิรสต์ คือถ้าเป็นสินค้าท้องถิ่นและสตาร์ตอัพ ควรมีแต้มต่อในการลงทุนเพื่อนำไปต่อยอด ควบคู่กับรัฐต้องชี้ช่องให้ SMEs ไทยรู้ เพื่อรองรับในอนาคต