ณัฐวุฒิ ถาม ‘อนุทิน’ หากเป็นนายกฯ 4 ปี คนนามสกุลอะไร พื้นที่ไหนรวย จวกเป็น 2 เดือน พวกพ้องรวยจากโมโตจีพี คดีฮั้วสว.เงียบ-เขากระโดงหาย งง ตระกูลรัตนเศรษฐ แบ่งลง 3พรรค ย้อน ปชน. ถ้าเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล กล้าประกาศนิรโทษกรรม 112 หรือไม่ หลังเคยมีอำนาจสูงสุดต่อรองกับ ภท. แต่ไม่ทำ ตอก ‘ปิยบุตร’ หากซัด พท. อีก พร้อมโต้กลับ หวั่น คนเข้าใจผิด
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 มกราคม ที่ตลาดเซฟวัน จ.นครราชสีมา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า วันนี้ทีมพรรคเพื่อไทยนำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มาพบชาวโคราชตระเวนไปตั้งแต่เช้า เวทีนี้เป็นเวทีที่ 5 เดินสายไปหลายอำเภอ ทุกเขตพูดตรงกันว่าโคราชเพื่อไทย 2 ใบยกจังหวัดแน่นอน เพราะนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ อยู่ที่นี่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ อดีตรัฐมนตรีก็อยู่ที่นี่ ทีมงานพรรคชาติไทยพัฒนาก็อยู่ที่นี่
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ตนเดินสายมาหลายวันยังไม่ได้กลับกรุงเทพฯ มีคนฝากความคิดถึงมาหลายคน เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับพรรคประชาชน จึงขอเวลาตรงนี้สนทนาให้เข้าใจตรงกัน การเมืองต้องทำให้สนุก เรื่องบ้านเมืองทำให้จริงจังได้ เรื่องการเมืองอย่าไปเคร่งเครียด สนุกสนานกับมัน ทำให้มีสีสัน ถ้าคนทำการเมืองแล้วโกรธกัน ป่านนี้กัดหูกันไปหมดแล้ว แต่คนทางการเมืองเขารู้ว่าเล่นกันในสนาม ว่ากันตามกติกา ถ้าออกอาวุธเข่าศอกโดนกันบ้าง สุดท้ายประชาชนจะเป็นคนตัดสิน
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ตนเห็นข่าวในทีวี นายอนุทินบอกว่าที่ตนปราศรัยบนเวทีไม่เห็นพูดนโยบายเลย บนเวทีมีแต่นายยศชนันกับคนอื่นพูดนโยบาย ซึ่งตรงนี้จริง พรรคเพื่อไทยแบ่งงานกันทำ เวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยเต็มไปด้วยนโยบาย เพียงแต่นายยศชนันและคนอื่นเป็นคนพูด แต่ตนมีหน้าที่เก็บประเด็นทางการเมือง เก็บประเด็นการเคลื่อนไหวทางวิถีประชาธิปไตย หากเปรียบกับทีมฟุตบอล ทีมเพื่อไทยวันนี้นายยศชนันเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า ตนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การหาเสียงครั้งนี้ พรรคไหนกันแน่ที่พูดนโยบายมากที่สุด ชัดที่สุด ตนกล้ายืนยันว่าฤดูกาลหาเสียงครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพูดนโยบายชัดเจนที่สุด พูดทุกเวทีและเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศจำนโยบายพรรคเพื่อไทยได้มากกว่าพรรคอื่นเช่นกัน เวทีการเมือง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายมากกว่าหลายพรรค และพูดชัด
“เพียงแต่ในบางสถานการณ์ ผมฟังนายอนุทินพูดแล้วคันหัวใจ นายอนุทินประกาศว่าถ้าเป็นนายกฯครบ 4 ปี พี่น้องจะไม่มีที่เก็บเงิน ผมตกใจนายกฯประกาศแบบนั้น เพราะถ้าคุณอนุทินเป็นนายกฯ ครบ 4 ปีพี่น้องจะไม่มีที่เก็บเงิน ผมสงสัยว่าเป็นพี่น้องนามสกุลอะไร พี่น้องที่จะไม่มีที่เก็บเงิน ถ้าท่านอนุทินอยู่ครบ 4 ปีอยู่จังหวัดไหน อยู่แถวอีสานใต้หรือไม่ ประทานโทษด้วยความเคารพ ใครจะเป็นนายกฯ ประชาชนตัดสินใจตามนั้น แต่ขอความกรุณาเข้ามาแล้วขอให้ทำเนียบ เป็นทำเนียบรัฐบาล
อย่าให้เป็นทำเนียบรับประทาน ถ้าท่านอนุทินเป็นนายกฯ จะบอกว่าพอครบ 4 ปีพี่น้องบอกว่าพอแล้วๆ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นประชาชนบอกว่าพอแล้ว รวยพอแล้ว แต่ผมเคยเห็น คนเคยถูกหวยนายกฯ สีส้ม 4 เดือน พรรคพวกรวยจากโมโตจีพี เคยเห็นว่าคนเป็นนายกฯ 2 เดือน คดีฮั้วสว. เงียบหายไปเลย เคยเห็นคนเป็นนายก 2 เดือนเรื่องเขากระโดงก็หายไปเลย เมื่อวานผมหาเจอจริง จึงไปบอกชาวชัยภูมิเรื่องที่อัยการคดีพิเศษที่สำนวนคดีฮั้วสว. คืน“ นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า มาโคราชรอบนี้ เห็นตระกูลหนึ่งที่ชื่อว่ารัตนเศรษฐ์ ที่นำลูกหลาน ลงสมัครคนละพรรค คนละเขต ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชน ซึ่งเป็นการเดินทางการเมืองที่น่าสนใจ เป็นการป้องกันความเสี่ยง 3 พรรคในจังหวัดเดียว ที่สำคัญพรรคประชาชนก็เอาด้วย นี่น่าจะเป็นหลักประกันให้นายวิรัฐ รัตนเศรษฐ์ อดีตสส. นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ แต่การเมืองแบบนี้ตนไม่เข้าใจ จึงขอพูดหน่อย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกเรื่องที่อยากพูด ที่ตนปราศรัยลานพารากอน ตั้งคำถามง่ายๆ ซื่อๆ ไม่ได้ล่วงเกินอะไร แต่โดนเขาอัดมาว่าพรรคเพื่อไทยทำไมไม่ยอมทำกฎหมายนิรโทษกรรม จึงได้เล่าไว้แล้วว่า ได้ทำแบบไหน พยายามแบบไหน แต่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ จึงอยากถามพรรคประชาชนอีกครั้งว่า ถ้าพรรคประชาชนตั้งคำถามแบบนั้นกับพรรคเพื่อไทย แล้วเหตุใดวันที่ไปเจรจาจะยกให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ต่อรอง ไม่เจรจา ให้พรรคภูมิใจไทยไปดำเนินการเรื่องนี้ให้สำเร็จ
เพราะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บอกเองว่าเป็นช่วงที่มีอำนาจเจรจาต่อรองสูงสุด ซึ่งเรื่องที่ควรเจรจาสูงสุด คือ เรื่องนี้จึงตั้งคำถามต่อเนื่องจากสภาฯ ชุดที่แล้วทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ชั้น สว. ถ้ามีรัฐบาลชุดใหม่มา ต้องมีมติภายใน 2 เดือน จะเดินต่อหรือไม่ แต่ถ้าไม่เดินหน้าต่อกฎหมายนี้ก็ตกไป จึงอยากรู้ว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะเอายังไง ส่วนพรรคเพื่อไทย คุยแล้วว่าจะเดินต่อ แต่ถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลจะเอายังไง
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าบอกว่าตนพูดเหมือนใส่เสื้อสีเหลือง จึงยืนยันว่า ไม่มีอะไรที่จะเดินไปแบบนั้น แต่การตั้งรัฐบาลเอ็มโอเอก็สับสน ว่า ใส่เสื้อสีอะไร เพราะนี่คือการตั้งรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนใส่เสื้อสีเหลืองมีความสุขที่สุด เกินจะหาสุขแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งที่เล่านี้ไม่ต้องการให้คนเข้าใจพรรคเพื่อไทยผิด เพราะในการเลือกตั้งแบบนี้ถ้าถูกเข้าใจผิดก็จะไปกันใหญ่
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคเพื่อไทยได้ที่ 2 โทรศัพท์สายแรกที่ได้รับหลังวันเลือกตั้ง คือนายปิยบุตร ที่โทรมาขอโทษตน เพราะในสนามเลือกตั้ง ซัดพวกพี่หนัก ตนจึงบอกไปว่า ไม่เป็นไร สำหรับตนจบก็คือจบไป ไม่เคยต่อความยาวสาวความยืด และนายปิยบุตร ยังบอกว่า เพราะพวกพี่ประกาศแลนด์สไลด์ จึงเห็นว่า ถ้าไม่อัด พวกผมก็แย่ ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่คราวนี้ไม่เอาแบบนั้นแล้ว ถ้าซัดมาก็ต้องทำความเข้าใจ

