‘อภิสิทธิ์’ ขึ้นเวทีปราศรัยสุราษฎร์ฯ ขอบคุณคนใต้เคียงบ่าเคียงไหล่ประชาธิปัตย์ บอก ‘ถ้าโง่คิดว่าคนใต้ซื้อได้ กลับบ้านไปเถอะ ไม่เลือกหรอก’ หลังสะพัดหนักซื้อเสียง ขอ ปชช.ออกแรง 8 ก.พ.ร่วมสร้างบ้านเมืองสุจริต พร้อมเสนอนโยบายรถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยเชื่อมโลก-ดันประกันราคายางขั้นต่ำ 60 บาทต่อกิโล-บริหารจัดการปาล์มน้ำมันครบวงจรเชื่อมโยงพลังงาน
เมื่อวันที่ 26 มกราคม เวลา 18.30 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ท่าน้ำ ทรส. ท่าข้ามพุนพินพิน เทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยซึ่งก่อนปราศรัย นายอภิสิทธิ์ได้รับดอกไม้จากบรรดากองเชียร์ และแฟนคลับ ที่มารอฟังการปราศรัยอย่างล้นหลาม แน่นขนัดพื้นที่เต็ม
นายอภิสิทธิ์ปราศรัยว่า ในค่ำคืนวันนี้ต้องบอกว่าตลอดทั้งวันนับตั้งแต่ตนลงจากเครื่องบินเมื่อช่วงเช้า ที่สนามบินชุมพร แล้วเดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชนทั้งใน จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี ขอบคุณสำหรับน้ำใจไมตรีที่ประชาชนมีให้กับตน และพรรคประชาธิปัตย์ มีคนมาต้อนรับอย่างล้นหลาม ขอบคุณหลายคนที่นำดอกไม้มามอบให้ นี่ยังมีรออยู่หน้าเวทีอีก หลายคนจับไม้จับมือ หลายคนบ่นคิดถึง หลายคนบอกว่าหล่อเหมือนเดิม บางคนจะมอบดอกไม้ก็ไม่มอบหรอกจับมือเฉยๆ บางคนก็กอดแล้วไม่ยอมปล่อย บางคนก็หอมแก้มไม่เกรงใจลิปสติกสีแดง สีชมพู ไม่รู้ผสมกันแล้วจะเป็นสีอะไร แต่ดูไปดูมามีแต่สีฟ้า
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกคิดถึงกันจริงๆ ตนอยู่การเมืองมา 30 กว่าปี ก่อนที่จะออกไปชั่วคราวประมาณ 2 ปี ตนได้มีโอกาสมาสุราษฎร์ธานีนับครั้งไม่ถ้วน ทุกครั้งประชาชนให้ความกรุณา และที่สำคัญ 30 ปีที่ตนต่อสู้ทางการเมือง ประชาชนชาว สุราษฎร์ธานีและชาวภาคใต้เคียงบ่าเคียงไหล่ พรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด รอบนี้ 8 ก.พ.ตนต้องขอประชาชน ออกแรงอีกครั้งหนึ่ง การเมืองทำไมต้องออกแรงเพราะการเมืองไทย บ้านเมืองของเราจนถูกถามมาตลอดว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร มีแต่เรื่องนักการเมืองเจรจากันในทางลับ เปิดเผยบ้าง ต่อรองแต่เรื่องผลประโยชน์ตำแหน่งอำนาจ มีแต่ข่าวคราวการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่สุดท้ายประชาชนบ้านเมือง ประเทศชาติไม่ไปไหน
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เมื่อเหตุการณ์มีความพลิกผันขึ้นตนต้องตัดสินใจว่าจะกลับมาสู่การเมืองหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า ตนต้องตัดสินใจกลับมาเพราะพรรคประชาธิปัตย์สร้างตนมา และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ตนกลับมาช่วย ตนก็มาด้วยความเต็มใจเพื่อรักษาพรรคฯนี้ให้อยู่คู่กับประเทศไทยเพราะเป็นพรรคของทุกคน โดยเฉพาะประชาชนภาคใต้และสุราษฎร์ธานี
“ผมกลับมาครั้งนี้โชคดีมาก โชคดีที่มีคนทุกรุ่นเข้ามาช่วย อย่างท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน วันนี้แม้ท่านจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว แต่ผมโทรหาท่านหลายครั้งว่าให้อยู่กับเราเถอะ ท่านบอกว่าไม่เป็นไรท่านไม่ลงสมัคร แต่ท่านอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกว่า ตนมีอดีต ส.ส.ช่วยร่วมงานกันมา อย่างป้านิภา (นางนิภา พริ้งสุรกะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี) เพราะเป็นคนเดียวที่ตนยังเรียกว่าป้านิภา รวมทั้งลูกชาย อดีต ส.ส.ก็อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ นายธานี เทือกสุบรรณ ก็มา และมีอดีต ส.ส.จากจังหวัดอื่นๆ ที่ยังเป็นกำลังใจ ทั้งที่ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือตัดสินใจไม่ลงสมัครก็ตาม นอกจากนั้นยังมีคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขต 2 ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้นานจูรี เป็นรองหัวหน้าพรรคฯแต่ตั้งใจให้นกขุ้ม แต่ไปดูกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วอายุยังไม่ถึงเลยส่งลูกน้องนกขุ้มมา ชื่อจูรี ทุกคนเข้ามาผนึกกำลังกัน แต่วันนี้ที่สำคัญกว่าคืออยากผนึกกำลังกับประชาชนทั่วประเทศและหวังเป็นอย่างมากกับประชาชนชาวภาคใต้มาผนึกกำลังกันสร้างการเมืองที่สุจริต
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาของประเทศและความทุกข์ยากของประชาชน สุดท้ายจบลงที่เพราะเรามีการเมืองที่ไม่สุจริต มีนักการเมืองที่มีผลประโยชน์ของตัวเอง จะทำอะไรก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยให้กับประชาชน สภาพเศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาจึงได้เป็นแบบที่เป็นอยู่นี้ ตนกลับมาครั้งนี้เรื่องพรรคเป็นเรื่อง ที่สำคัญ แต่สำคัญกว่าคือเรื่องของประเทศ บ้านเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะฉะนั้นกลับมาครั้งนี้ตั้งใจจริงๆว่าจะต้องต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และความทุจริตหรือทุนเทา
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เวลาสั้นมากๆตนเข้ามาได้เดือนกว่าเขาก็ยุบสภา แต่ด้วยความพร้อมด้วยประวัติการทำงานของพรรคฯ ทำให้เราไม่เคยเริ่มต้นจากศูนย์ เราสามารถทำนโยบายที่เรามั่นใจว่าตอบโจทย์คนไทยทั้งประเทศและตอบโจทย์ประชาชนที่นี่ อย่างภาคใต้ครั้งนี้เรามีแผนที่ชัดเจน จะต้องสร้างรถไฟที่จะวิ่งจากกรุงเทพฯไปถึงหาดใหญ่ ความเร็วไม่ต่ำกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เชื่อมโยงกับมาเลเซียและสิงคโปร์ และเชื่อมโยงกับลาวและจีน หรือเชื่อมไทยเชื่อมโลกเพื่อให้ทั้งคนไทยและสินค้าไทยไปได้ทั่วโลกรวดเร็วขึ้น และจะต้องมีมอเตอร์เวย์ลงมายังพื้นที่ภาคใต้เช่นเดียวกัน รวมทั้งจะต้องมีการเชื่อมต่อระหว่างอ่าวไทยและอันดามันเพื่อเปิดโอกาสเพิ่มช่องทางให้กับทุกคน
“ขณะที่สินค้าเกษตรยาง ปาร์ม ผลไม้ ประชาธิปัตย์เคยทำเรื่องประกันรายได้เกษตรกรมาแล้ว และมาเที่ยวนี้อย่างจะประกันอยู่ที่ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม อย่าเพิ่งปรบมือเพราะ 60 บาทคือราคาประกัน แต่ตอนนี้ยังไปเชิญชวนนักลงทุนทั้งหลาย เอายางพาราของคนไทยไปสร้างสินค้ามูลค่าสูง เช่นยางรถไฟฟ้าอย่างเครื่องบิน อย่างน้อยก็ทำให้เรามั่นใจว่าราคายางจะทำให้พุ่งขึ้นไป 80 บาทเป็นอย่างน้อย ขณะที่ปาล์มน้ำมัน นอกจากจะประกันรายได้แล้วจะต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ให้ชาวสวนปาล์มได้รับความเป็นธรรมจัดการบริหารแบบครบวงจร เชื่อมโยงถึงเรื่องพลังงาน ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อยกระดับราคาปาล์มได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสินค้าตัวไหน รัฐบาลประชาธิปัตย์ตั้งใจมาช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับการรับรองเรื่องคุณภาพมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้ไม่มีใครในโลกมากีดกันสินค้าเหล่านี้ได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ขณะที่ทุเรียนปัจจุบันเจอปัญหามากพึ่งพาล้งจากต่างประเทศเข้ามา ถูกกีดกันอยู่ที่ด่านหาว่ามีการใส่สารไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย รัฐบาลประชาธิปัตย์จะมีการสร้างห้องปฏิบัติการในพื้นที่ช่วยให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้รับการรับรองเรื่องมาตรฐานต่างๆให้โลกมั่นใจว่าของที่ออกไปจากประเทศไทยเป็นของดีมีคุณภาพ ขณะที่ผลไม้อื่น ตนมา 3-4 ตลาด ประชาชนนำกล้วยมาให้เยอะมากจนอยากจะบอกว่าตนเชื่อว่ามีหลายท่านเหมือนตน มีเพื่อนฝูงมีคนไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย ไปเที่ยวญี่ปุ่นที เอาขนม 1 กล่อง มาให้ เปิดออกมาไม่รู้ต้องแกะห่อกี่ชั้นขนมชิ้นนิดเดียวทำจากกล้วยเผลอๆเป็นกล้วยไทย แต่ราคาแพงมาก ต่อไปนี้เราจะมาพัฒนาต่อยอดผลไม้ของเราให้กลายเป็นขนมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ตนอยากเห็นคนจากญี่ปุ่นมาซื้อขนมของเรากลับไปในราคาที่เราซื้อขนมของเขา นี่คือวิธีที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้แบบยั่งยืน ยอมรับว่าการทำสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลา แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าประชาธิปัตย์พร้อมที่จะดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า มีการเพิ่มเรื่องหวยจังหวัด ก่อนแซวชาวบ้านว่าพอพูดเรื่องหวยปั๊บสนใจทันที งวดที่แล้วออกอะไร 72 แต่ 8 ก.พ.จะออก 27 ก่อนกล่าวต่อถึงนโยบายหวยจังหวัดว่า ทุกจังหวัดแต่ละเดือนจะมีการออกหวย 50 บาทขายแค่แสนคน ซื้อผ่าน Application ทุกเดือนจะมีคนหนึ่งในแสนคนถูกรางวัล 1 ล้านบาท เพราะฉะนั้นทุกเดือนจะต้องมีคนสุราษฎร์ฯได้เงิน 1 ล้านบาท จากแสนคนที่ซื้อหวยจังหวัด คนที่เหลือ ก็ถูกกิน แต่ถูกกินซื้อ 50 บาท ประชาธิปัตย์จะเอา 40 บาทคืนไปใส่เป็นบัญชีเงินออมของท่านในกองทุนการออมแห่งชาติ แปลว่าเสียก็เสีย 10 บาท แต่ท่านได้ออมเงินสำหรับวันข้างหน้า 40 บาท นี่คือแนวทางของประชาธิปัตย์ที่พยายามมาช่วยประชาชนและคิดล่วงหน้าไปถึงอนาคต แต่ทั้งหมดทำไม่ได้ถ้าการเมืองเป็นการเมืองที่เหมือนเดิม เป็นการเมืองที่ไม่สุจริต ครอบงำโดยทุนโดยเฉพาะทุนเทา เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ ถามว่าใครจะปราบทุนเทาถ้าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเราเตรียมไว้หมดแล้ว เพราะเราได้ข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินยื่นไปให้หน่วยงานปปง. ก.ล.ต. สารพัดหน่วยงานแล้ว แต่ยังทำงานช้าอยู่
“แต่ 10 กว่าวันข้างหน้าทุนเทาแปลงร่างเป็นใบเทาจะมาแถวนี้ มาหรือยังถูกจดชื่อไปแล้วหรือยัง ทุนเท่าที่แปลงร่างเป็นใบเทามาให้ชาวสุราษฎร์เอาไม่เอา ตกลงเราจะปราบทุนเท่ากันไหม เอาแล้วเลือกไหม 10 กว่าวันที่เหลือผมแนะนำอย่างนี้ถ้ามา 1 ใบบอกไม่พอหรอก เพราะอภิสิทธิ์มาปราศรัยดูนั่นสิสุดลูกหูลูกตาอย่างน้อยต้อง 2 ใบ 2 ใบมาเดี๋ยวผมเอาจูรีมาปราศรัยอีกสักรอบ ถ้ามาแบบนี้ก็บอกว่า 2 ใบก็ไม่พอ เอาไปเรื่อยๆ เรียกไปให้พอ เรียกไปเรื่อยๆจนถึง 10 ใบแล้วบอกว่า ถ้าคุณโง่ คิดว่าคนใต้ซื้อได้ กลับบ้านไปเถอะไม่เลือกหรอก” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนี้เขาวิเคราะห์วิจารณ์มาว่า ทำโพลแล้วบอกประชาธิปัตย์มาแรงแต่พอบอกจำนวน ส.ส. ทำไมไม่ตามโพลล่ะ เขาก็บอกว่ากระแสมา แต่สวนกระสุน ถ้าวันนี้ทุกคนที่มา ยืนยันกับตนว่าจะไม่เลือกและมาผนึกกำลังกับประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ไล่พวกซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้ ทำได้หรือไม่ เพราะพี่น้องคือคนที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาธิปัตย์มาหลายสิบปี ต่อสู้กับเรื่องนี้ จำได้หรือไม่นายชวน หลีกภัย พูดทุกเวทีเรื่องนี้ เราเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเพื่อสู้กับการซื้อเสียง สู้กับคนโกง สู้กับการทุจริต และสู้กับคนที่มาเลือกปฏิบัติกับประชาชน วันนี้ต้องมาผนึกกำลังกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าทำได้ส่งเสียงดังๆบอกคนที่จะมาซื้อหน่อยว่าเราไม่เอา ต่อไปเราจะทำให้ภาคใต้และการเมืองไทยเป็นการเมืองที่สุจริตอีกครั้ง
นายอภิสิทธิ์ยังย้ำว่าต้องเลือกทั้ง 2 ใบเพื่อให้ประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล และถ้าประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด แต่ถ้าเลือกเราพอเราจะเป็นคนคุมเกมให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์สุจริต ให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ทำให้เศรษฐกิจโต ไม่สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง ประชาธิปัตย์ของประชาชนอาสามาทำตรงนี้ และวันที่ 8 ก.พ.นี้ เป็นมากกว่าวันเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ถ้าเราไม่ช่วยกัน เลือกตั้งเสร็จเรากลับไปอยู่ที่เดิม แต่ที่ตนมาวันนี้มาชวนประชาชนที่นี่ซึ่งเคยอยู่กับเราร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงบ่าเคียงไหล่กับเรามาโดยตลอดว่า ถึงเวลาที่เราทำให้วันที่ 8 ก.พ.เป็นวันเริ่มต้นใหม่ของบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง ทำให้บ้านเมืองสุจริต ทำให้เศรษฐกิจดีและชีวิตของประชาชนมีความมั่นคงและทำให้ไทยหายจน เลือกประชาธิปัตย์บัตรทั้ง 2 ใบ

