‘พิธา’ ลั่น ขอยึดชลบุรียกจังหวัด เมิน ‘สุชาติ’ ออกโรงเอง บอกบ้านใหญ่-บ้านใหม่จะรวมกัน แต่เราขอขึ้นคอนโดดีกว่า บอกไม่เสียสมาธิวาทกรรม หน้านิ่งไร้คำฝากถึง ‘ชูวิทย์’ ลั่น ไม่ชอบเราทุกอย่าง แต่ถ้าไม่อยากอยู่แบบเดิมต้องมาสีส้ม
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ จ.ชลบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วยพรรคประชาชนหาเสียง ว่า คึกคักเหมือนเดิม แต่ต้องคึกคักมากกว่าครั้งที่แล้ว ครั้งที่แล้ว 430,000 คะแนน ได้มา 7 เขต จาก 10 เขต ก็หวังว่าวันนี้จะมาปลุกพลังที่บางแสน ส่งคลื่นแห่งความหวัง ไปให้ได้เขตที่ครั้งที่แล้วไม่ได้อยากได้ยกจังหวัด
เมื่อถามว่าเขตที่น่ากลัวที่สุดคือเขต 1 ใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เราไม่ได้คิดอะไรเลย เราเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มีสมาธิ นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครเขต 1 ก็ทำงานในพื้นที่มาตลอด เพราะฉะนั้น ไม่ได้มีความกังวลเขตใดเป็นพิเศษ มาครั้งนี้ก็คงมองเป็นภาพใหญ่อย่างเดียว ว่าต้องยกจังหวัดให้ได้ เพราะครั้งที่แล้วพลาด 3 ได้มาแค่ 7 เขต ครั้งนี้ต้องกาเพื่อเปลี่ยนยกจังหวัดชลบุรีให้ได้ เพราะเรื่องเกี่ยวกับแรงงาน ประกันสังคม สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ ส.ส.ทุกคนได้พิสูจน์แล้ว
“นอกจากอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อย่าง คุณไอซ์ คุณโรม คนที่ดูแลเรื่องแรงงานมาก่อน และ ส.ส.เขตเหมือนตอนพรรคก้าวไกล แล้วก็มีปีกแรงงานเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น ตอนก้าวไกลถ้าเราตั้งรัฐบาลสำเร็จ ตอนนี้กระทรวงแรงงานเป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่เราอยากได้ แต่ครั้งนี้เท่าที่ตอนเช้าคุยกับคน ก็จะมีคำถามว่าทำไมผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลไม่ตรงกัน คราวนี้ต้องบอกเขาว่าถ้าอยากให้ผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลตรงปก ก็ต้อง 10 คน 10 เขต ชลบุรีมาใช้สิทธิกัน 77% ไม่พอ ต้องมากกว่าคราวที่แล้วให้ได้” นายพิธากล่าว
เมื่อถามว่ารอบนี้บ้านใหญ่รวมตัวกันกังวลหรือไม่ว่าจะสู้ยากขึ้น นายพิธาย้อนถามสื่อว่า คราวที่แล้ว ปี 2566 คุณก็ถามผมแบบนี้ มันก็เป็นอย่างนั้น
“ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่ใหญ่ไปกว่าประชาชนแน่นอน เขาสามารถที่จะแบ่งทีมกันได้ บ้านใหญ่บ้านใหม่ เราขึ้นคอนโดทีเดียวไปเลยดีกว่า อย่างที่บอก ถ้าประชาชนมาใช้สิทธิเยอะกว่าคราวที่แล้ว มันมีใครใหญ่กว่าประชาชนไปได้ อยากให้ประชาชนชาวชลบุรีทำลายสถิติมาใช้สิทธิให้เยอะกว่าคราวที่แล้ว” นายพิธากล่าว
เมื่อถามว่าครั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ลงด้วยตัวเอง นายพิธากล่าวว่า ไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด ไม่เสียสมาธิกับการลงพื้นที่ การเมืองไทยในอดีตถ้าจะให้มันเหมือนเดิมก็เป็นอย่างนี้ทุกจังหวัด เพราะฉะนั้น คำตอบก็ออกมาในรูปแบบเดียวกันว่า ใครจะทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่เราโฟกัสที่ตัวของเรา แล้วเราจะไม่เสียสมาธิช่วงโค้งสุดท้าย
เมื่อถามว่ามีการใช้วาทกรรมเดิมๆ เช่น ไม่เลือกเราเขามาแน่ นายพิธาย้ำว่า ไม่เสียสมาธิเช่นเดียวกัน
“พาดหัวข่าวของที่นี่คือผมจะยกจังหวัด เพราะฉะนั้น ผมไม่เสียสมาธิกับวาทกรรมต่างๆ ในช่วงนี้แน่นอน เพราะพาดหัวก็คือยึดจังหวัดชลบุรี” นายพิธากล่าว
เมื่อถามว่าปรากฏการณ์รอบนี้ พรรคประชาชนโดนรุมกินโต๊ะ มองอย่างไร นายพิธากล่าวว่า ประชาชนทำเต็มที่ตามแผนยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ แผนการบริหารแคมเปญ ยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติการ ถ้ากลยุทธ์เป็นไปตามที่เราวางเอาไว้ ที่เหลือก็จะเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องกังวล
เมื่อถามว่าตัวเลขที่แกนนำพรรคประเมินไว้มากกว่าเดิม 30 เก้าอี้ เป็นไปได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า จะเป็นแบบนั้นได้ หากตอบไปจะครอบงำพรรค แต่ส่วนตัวตามสถิติ ชลบุรีครั้งที่แล้วมีคนมาใช้สิทธิ 77% แสดงว่า 23% ไม่มีคนมาใช้สิทธิเป็นแสนคน เขาอาจจะมีภารกิจอาจจะต้องเปิดร้านอาหาร คนพวกนี้ ตนอยากจะเชิญชวนเข้ามา รวมทั้งคนที่ยังไม่ตัดสินใจหากเกิน 10% ก็หลายแสนเหมือนกัน
“ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ชอบเราทุกอย่าง แต่ถ้าคุณไม่อยากอยู่แบบเดิม ก็ต้องมาทางสีส้ม สุดท้ายก็คือคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศปีละ 8 แสนคน ถ้า 3 ก้อนนี้มา อะไรก็เป็นไปได้” นายพิธากล่าว
นายพิธายังระบุว่า จะได้ ส.ส.มากหรือน้อยอยู่ที่พรรควางแผน ถ้าเป็นสมัยพรรคประชาชนตนตอบไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสมัยพรรคก้าวไกล เราวางแผนยุทธศาสตร์ในการปรากฏตัว ในการคิดแคมเปญในการทำทุกครั้ง ที่เราแลนด์สไลด์ได้ทั้งหมดมีการวางแผนให้มันได้ วางไว้ 160 คน ได้ 151 คน เป็นการเมืองแบบแม่นยำ ตนก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ พรรคประชาชนกำลังวางแผนแบบไหนอยู่
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ นายพิธาตอบทันทีว่า ไม่มี
เมื่อถามว่ากระแสปีนี้กับกระแสปี 2566 ต่างกันหรือไม่ นายพิธาตอบว่า ยังตอบไม่ได้ เดี๋ยวขอฟังเสียงปราศรัยก่อน

