กรณ์ ยอมรับ กลัวซื้อเสียง เที่ยวนี้เป็นเงินจากทุนเทา ชี้ แรงบันดาลใจสูง เหตุต้องการมีอำนาจรัฐในมือ

28.01.26 | 17:20 น.

กรณ์ ยอมรับ กลัวซื้อเสียง เที่ยวนี้เป็นเงินจากทุนเทา ชี้ แรงบันดาลใจสูง เหตุต้องการมีอำนาจรัฐในมือ

เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการเลือกตั้งและผลโพลล่าสุด โดยเฉพาะภาคใต้ ว่า เป็นกำลังใจสำคัญของพรรคฯ ขอขอบคุณประชาชนที่ส่งเสียงสนับสนุนพรรคฯมาอย่างต่อเนื่อง ยืนยันขณะนี้พรรคฯมีกำลังใจเต็มเปี่ยม ซึ่งเหลืออีกไม่กี่วันเรายังคงเดินหน้านำเสนอแนวคิด นโยบาย หัวหน้าพรรคฯก็สู้ในทุกเวทีดีเบตอย่างเต็มที่ และกำลังใจของผู้สมัครสส.ทั่วประเทศก็ถือว่าดีมาก

เมื่อถามว่าภาพรวมการหาเสียงในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ปราบเซียน วันนี้เรามั่นใจได้หรือยัง นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเราเข้าเกณฑ์ที่เรียกว่าเซียนแล้วหรือยังที่จะกลัวถูกการปราบ แต่ในกรงเทพฯการตอบรับที่ดีมาก ผู้สมัครสส.ส่วนใหญ่เป็นหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่ เขาไม่เคยมีประสบการณ์ว่าอะไรคือกระแสตอบรับที่ดี อะไรคือไม่ดี แต่ทุกคนบอกว่าไปที่ไหน ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนเปรียบเทียบให้เขาฟังว่าจากประสบการณ์การหาเสียงของตนในกรุงเทพฯมากว่า 20 ปี ครั้งนี้ถือว่าไม่แพ้ครั้งไหนในแง่ของการตอบรับ ที่ได้รับในทุกเขตพื้นที่ที่เราลงไปพบปะพี่น้องประชาชน

“เมื่อวาน(27 ม.ค.) เราไปทั่วเมือง ไปตอกย้ำเตือนพี่น้องประชาชนว่าเบอร์ของพรรคเรา คือเบอร์ 27 ออกทัวร์ตั้งแต่สวนรถไฟ นั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า ไปจบที่สีลม ซอยละลายทรัพย์ ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ดังนั้นเพียงแค่วันที่ 8 ก.พ.ประชาชนออกมามอบเสียงให้เราเพียงพอที่จะได้ สส.กทม.กลับคืนมาหรือไม่”นายกรณ์​กล่าว

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงกระแสการใช้เงินซื้อเสียง ว่า เราพูดมาตั้งแต่แรกว่าสิ่งหนึ่งที่เรากลัวคือเรื่องการใช้เงินซื้อเสียง เที่ยวนี้ตนพูดมาตลอดว่าเงินซื้อเสียงไม่ใช่เหมือนกับในอดีต ซึ่งอาจจะเป็นส่วนตัวบ้าง เงินทุจริตจากการกินเปอร์เซ็นต์งบประมาณของรัฐบาง แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเงินอีกประเภทหนึ่ง เป็นเงินจากทุนเทา ที่มีแรงบันดาลใจสูงมากที่ต้องการที่จะมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ เพื่อที่จะเป็นกำลังคุ้มครองตนเอง เมื่อแรงบันดาลใจสูงเม็ดเงินก็สูงไปด้วย จากข่าวที่ปรากฎในหน้าสื่อ และข่าวที่เราได้รับพบว่าปริมาณเม็ดเงินที่ใช้เที่ยวนี้สูงจริงๆ

Advertisement

“ต้องบอกว่าเที่ยวนี้ผมสัมผัสอะไรได้อีกอย่าง โดยเฉพาะในภาคใต้ สัมผัสได้ว่าในอดีตอาจจะมีการซื้อเสียงและประสบผลสำเร็จได้ อาจจะเป็นเพราะว่าคนใต้ไม่ได้มีพรรคการเมือง หรือนักการเมืองที่เขาอยากเลือก เที่ยวนี้ผมว่าอารมณ์เปลี่ยนไป จากที่เราสัมผัสประชาชนคนใต้มีความรู้สึกว่ามีตัวเลือกที่โดนใจ ผมเคยคิดว่ากำลังเงินอาจจะไม่เพียงพอที่จะเอาชนะกระแสความต้องการของประชาชนได้ ซึ่งผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”นายกรณ์ กล่าว

ส่วนกรณีปัญหาประกันสังคมนั้น นายกรณ์กล่าวว่า ตนเห็นว่ามีปัญหาเรื่องความโปร่งใส โดยเฉพาะโครงสร้างการบริหารและการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นเงินของประชาชน จำเป็นต้องปรับโครงสร้าง และเพิ่มการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสอย่างแท้จริง