เจษฎ์ ชมผู้ว่าแบงก์ชาติ เปิดปมถอนเงินสดหลักร้อยล้าน จี้กกต.เร่งสอบ ก่อนบ้านเมืองวิบัติ

29.01.26 | 12:41 น.

‘ชัยวุฒิ’ ชน ‘อภิสิทธิ์’ หาเสียงตลาดเจ้าพรหม จับมือทักให้กำลังใจ ด้านแม่ยกเชียร์ออกสเต็ปเต้นพร้อมกัน ‘ดร.เจษฎ์’ ชมผู้ว่าแบงก์ชาติ จี้ กกต.เร่งตรวจสอบเบิกสด 250 ล้าน ก่อนบ้านเมืองวิบัติ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มกราคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัคร ส.ส.บัญชีพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายวรัชณ์กิตต์ วิศาลมนัส ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 10 เดินหาเสียงที่ตลาดเจ้าพรหม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับเสียงตองรับจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเข้ามาขอเต้นและถ่ายคลิปอย่างสนุกสนาน พร้อมกล่าวให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นเข้ามาทำงานพัฒนาประเทศบ้าง และเสียดายที่พรรครักชาติไม่ได้ส่งผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา

ระหว่างเดินแนะนำตัว ทีมพรรครักชาติได้เจอกับขบวนหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรค ต่างฝ่ายต่างยกมือไหว้ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวหยอกล้อนายชัยวุฒิให้เต้นโชว์ เรียกเสียงเชียร์จากกองเชียร์ ก่อนที่แกนนำจะจับมือให้กำลังใจกัน และแยกย้ายหาเสียง

นายเจษฎ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงตลาดเจ้าพรหม กรณีที่มีการนำเงินทุนเทามาใช้ซื้อเสียงเลือกตั้งว่า จากกระแสข่าวในช่วงแรกที่มีการคุยกันว่ามีเงินจากทุนเทาไหลเข้ามานับแสนล้าน เอามาใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ต่อมาก็มีข่าวว่ามีการจ่ายเงินซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท นั่นเท่ากับว่ามีการนำเงินเทาเข้ามาใช้ซื้อเสียงประมาณ 2 แสนล้านบาท

Advertisement

“มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่คุยกันว่ามีเงินจากทุนเทาเข้ามาแสนล้าน เพื่อจะเอามาจ่ายในการเลือกตั้ง ต่อมาก็มีการพูดกันว่าจ่ายหัวละ 7,500 บาท นั่นเท่ากับว่าเงินประมาณ 2 แสนล้านเข้ามา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติกล่าว

นายเจษฎ์กล่าวต่อว่า วันนี้ก็มีความชัดเจนแล้วเมื่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเปิดข้อมูลการเบิกถอนเงินสดก้อนโตผิดปกติถึง 2 ระลอก ครั้งแรก 100 ล้านบาท และอีกครั้ง 250 ล้านบาท ซึ่งการเบิกเงินในลักษณะนี้มีความไม่ชอบมาพากลสูง

“ความชัดเจนในวันนี้ ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าแบงก์ชาติที่ท่านออกมาเปิดเผยว่า มีการเบิกเงิน 2 ระลอก อันนี้ของจริงเลย 100 ล้านทีหนึ่ง 250 ล้านอีกทีหนึ่ง เงินแบบนี้มีความไม่ชอบมาพากลสูง” นายเจษฎ์กล่าว

นายเจษฎ์ยังระบุด้วยว่า การที่ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่จะต้องเป็นผู้ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบควรเดินหน้าอย่างจริงจัง เพื่อพิจารณาเงื่อนงำและข้อพิรุธที่อาจเกี่ยวพันกับการทุจริตหรือการแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่านักการเมืองทุกคน ทุกพรรค ต่างก็รู้ดี หากใครรู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ก็ขอให้หยุด ส่วนพี่น้องประชาชนที่รับเงินก็คงรู้ตัวเช่นเดียวกัน หากท่านรับแล้วยังไปเลือกเขาเท่ากับเป็นการทำลายประเทศชาติ

“การที่ท่านยื่นส่งต่อหน่วยที่จะต้องเป็นผู้ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ การเดินเครื่องในลักษณะนี้ มีสิ่งที่ต้องไปพิจารณาเงื่อนงำนะครับ พวกเราทุกคน นักการเมืองทุกพรรค ก็คงรู้ดีอยู่ ถ้าท่านเป็นคนทำ ท่านก็รู้อยู่ว่าตัวท่านทำ ท่านก็หยุดซะเถอะ พี่น้องประชาชนที่รับ ท่านก็รู้อยู่ว่าท่านรับ ถ้าหากว่าท่านรับแล้วท่านไปเลือกเขา ท่านก็รู้อยู่ว่ามันคือการทำลายชาติ” นายเจษฎ์กล่าว

นอกจากนี้ นายเจษฎ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้ตรวจการเลือกตั้งทั่วประเทศเร่งทำหน้าที่ตรวจสอบและสอดส่องอย่างเข้มข้น ไม่ควรต้องรอให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรวจสอบหรือเปิดเผยข้อมูลแทน พร้อมกล่าวย้ำว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันค้นหาความจริง ถ้าหาไม่เจอ บ้านเมืองเราวิบัติแน่นอน

“ต้องฝากคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย ผู้ตรวจการเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่านพบเห็นสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ทำไมต้องให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนมาตรวจสอบให้ ทุกท่านต้องช่วยกัน ถ้าหากว่าท่านค้นหาไม่เจอ บ้านเมืองเราวิบัติแน่” นายเจษฎ์กล่าว