อภิสิทธิ์ ชี้ เบิกเงินแบงก์ 100 และ 500 น่าจะเป็นทุนเทา แนะ ธปท.จับมือ กกต.เร่งทำให้ชัด
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ตลาดเสรี 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาวางมาตรการเพดานการถอนเงินสดจากธนาคาร ว่า ตนดีใจที่ ธปท.ขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องทุนเทา และการทุจริตการเลือกตั้ง สิ่งที่ ธปท.พูดยืนยันได้ถึงสิ่งที่หลายพรรคการเมืองพูดอยู่ในขณะนี้ว่า ไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยในเรื่องทุนเทาอีกต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่ทำลายเศรษฐกิจ
ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาโดยตลอดว่า การจัดการเรื่องทุนเทาจะต้องเริ่มที่เส้นทางการเดินทางของธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งก็ดีใจที่ ธปท.พยายามหากลไก หรืออำนาจทางกฎหมายมาช่วย และผู้ว่าการ ธปท.ก็พูดเองว่า เห็นการใช้ธุรกรรมที่ค่อนข้างผิดปกติ แต่ยังไม่ได้ใช้อำนาจหลายอย่าง อย่างการตรวจสอบเกี่ยวกับการเบิกเงินสด
เมื่อถามว่ามองว่าเงินดังกล่าวจะถูกนำไปซื้อเสียงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เท่าที่ตนฟังเร็วๆ เห็นผู้ว่าการ ธปท.บอกว่าเบิกเงินเป็นแบงก์ร้อย แบงก์ 500 แต่กลับไม่ใช้แบงก์พัน ก็แปลกอยู่ ก็น่าจะเป็นทุนเทาอยู่แหละ
เมื่อถามว่ามองว่าพื้นที่ใดน่าจะเป็นพื้นที่เป้าหมาย นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า ตนไม่ทราบ หาก ธปท.ร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็จะเป็นประโยชน์
ต่อข้อถามว่าบทบาทของ กกต.ในยุคนี้ค่อนข้างน้อยมาก มองว่าจะเอาจริงเอาจังหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าถามตรงๆ หลายพรรคการเมืองก็ผิดหวัง อย่างครั้งที่ผ่านมา พูดกันมาก ว่ามีการใช้เงินในการเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติการณ์ ยังไม่รวมในปีนี้ ปรากฏว่าจับได้น้อยมาก ในขณะที่การพูดจาทางการเมือง ในพื้นที่ต่างๆ ก็สะท้อนออกมา ว่ามีการเคลื่อนไหว มีการจดชื่อ แต่กลับแทบไม่ได้ยิน กกต.
และตนก็พูดมาหลายครั้งว่า กกต.ต้องทำงานเชิงรุก หรือหากพูดกันตามตรง การไปคาดหวังให้แต่ละพรรคมาคอยจับหาพยานหลักฐานก็ยาก เพราะหาเสียงกันอยู่ แต่หากไปทำคดีหลังการเลือกตั้ง หลายครั้งเอาจริงๆ ก็หาพยานไม่ได้ เพราะเขาก็กลัวคนที่ชนะการเลือกตั้ง จึงอยากให้ กกต.เร่งทำเรื่องนี้ เมื่อ ธปท.ขยับมาแล้ว และร่วมมือกันได้ก็ยิ่งดี

