ตรังพบทำลายป้ายหาเสียงหลายพื้นที่ ปปช.จับมือ-กกต.-ปกครอง ขู่งัด กม.เอาจริง จนท.รัฐไม่เป็นกลาง กกต.รับกระแสซื้อเสียงหนาหู กระหึ่มเขตละร้อยล้าน หลัง ธปท.ปูดธุรกรรมการเงินปริศนา
เมื่อวันที่ 29 มกราคม เหลืออีกประมาณ 10 วัน ถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. พบว่าการหาเสียงของผู้สมัครจากทั้ง 4 เขตเลือกตั้งใน จ.ตรัง ซึ่งแต่ละเขตมีผู้สมัครเขตละ 7 คนจาก 7 พรรคการเมือง เข้มข้นดุเดือด โดยพบว่าสำหรับป้ายหาเสียงนอกจากต้องถูกแรงลมพัดทำให้บางป้ายต้องล้มเสียหายแล้ว ขณะนี้พบมีการทำลายป้ายหาเสียงของคู่แข่งในหลายพื้นที่
ที่โรงแรมเรือรัษฎา อ.เมือง จ.ตรัง สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้เรียกประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง 1, 3, 4 ประกอบด้วย อ.เมือง, อ.นาโยง, อ.กันตัง, อ.ย่านตาขาว, อ.หาดสำราญ และ อ.ปะเหลียน ร่วมประชุมเสวนาเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายปกครอง และความเป็นกลางทางการเมืองของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมี พันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าฯตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง และ นายสุวิชาญ ประชาชาติ รองผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดตรัง ร่วมเสวนา โดยมี นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

โดยวงเสวนาได้ย้ำเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องการซื้อเสียงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกเขต และมีผู้นำบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดทั้งนักการเมือง ฝ่ายสนับสนุน และผู้นำท้องที่ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทาง กกต. โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนหาข่าว ชุดเคลื่อนที่เร็วกำลังลงพื้นที่หาข่าว โดยคาดว่าแต่ละเขตจะมีการใช้เงินในการซื้อเสียงสูงถึง 100 ล้านบาท หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาเปิดการตรวจสอบเผยธุรกรรมปริศนาวงเงิน 450 ล้านบาท จึงเน้นย้ำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้นำชุมชน วางตัวเป็นกลางทางการเมือง อย่าใช้ตำแหน่งในการชี้นำประชาชน คำนึงถึงกฎหมาย บทบาท หน้าที่ เกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองในการทำหน้าที่ ระมัดระวังในการกดไลค์ กดแชร์ การโพสต์ของผู้สมัครที่อาจส่อไม่เป็นกลาง
พร้อมงัดกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งตามมาตรา 4 กฎหมาย ป.ป.ช. และกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ โดยล่าสุด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้ออกหนังสือเวียนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายกำชับให้วางตัวเป็นกลางอีกด้วย
จ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าฯตรัง กล่าวว่า ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านวางตัวเป็นกลาง ซื่อสัตย์ต่อตำแหน่ง รักษาเกียรติ ศักดิ์ศรีความเป็นราชสีห์ของแผ่นดิน หากพบใครมีพฤติการณ์ไม่สุจริต พร้อมดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ ทั้งที่มีคนร้องเรียน หรือเพียงบัตรสนเท่ห์ใบเดียว แม้ไม่มีคนร้องแต่ผู้บังคับบัญชารับทราบในพฤติการณ์ว่าไม่สุจริตก็สามารถสอบเอาผิดได้ โทษสูงสุดทั้งให้พักงาน และให้ออกจากตำแหน่ง ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านตลอดชีวิต
ด้าน นายสุวิชาญ ประชาชาติ รองผู้อำนวยการ กกต.ประจำ จ.ตรัง กล่าวว่า ยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้ แข่งขันสูงกว่าการเลือกตั้งปี 2566 กระแสการซื้อเสียงออกมามาก แต่ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างเป็นทางการ แต่ทาง กกต.ได้บูรณการร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดตรัง กองปราบปราบ ตำรวจสันติบาล จัดชุดสืบสวนหาข่าว และชุดเคลื่อนที่เร็วในการลงพื้นที่หาข่าว โดยทาง กกต.ตั้งรางวัลนำจับในการแจ้งเบาะแส 1 ล้านบาท สามารถแจ้งสายด่วน กกต. 1444 โดยทาง กกต.จะเก็บข้อมูลผู้ร้องไว้เป็นความลับ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยผู้แจ้ง หรือหากไม่สบายใจจะมีการคุ้มครองพยาน รับประกันความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบมีการทำลายป้ายหาเสียง แต่จะต้องไปแจ้งความกับทางตำรวจในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด ไม่ได้แจ้งที่ กกต.




