“ชินวรณ์” วิเคราะห์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ภูมิใจไทยเหมือนนักมวยเมาหมัด เกมหาเสียงสะดุดหลายภูมิภาค จนต้องปลุกโหวตยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเมืองโค้งสุดท้ายว่า บรรยากาศการเลือกตั้งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ท่ามกลางการจับตาทิศทางและยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองหลัก โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนนำรัฐบาลมาแล้วราว 2 เดือน กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อแนวทางการหาเสียงในระยะสุดท้าย นักวิเคราะห์การเมืองจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า แทนที่พรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอผลงาน และนโยบายจากช่วงเวลาที่บริหารประเทศ เพื่อขอความเชื่อมั่นจากประชาชนให้ทำหน้าที่รัฐบาลต่ออีก 4 ปี กลับเลือกใช้ยุทธศาสตร์การหาเสียงที่ถูกมองว่าขาดตรรกะ และหยิบยกประเด็นความขัดแย้งในสังคมมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง จนถูกเปรียบเปรยว่าอยู่ในสภาพ “นักมวยที่เมาหมัด”
“ในภาคเหนือ พรรคภูมิใจไทยต้องเผชิญแรงต้านจากกระแสฝ่ายเสื้อแดง ขณะเดียวกันกระแสความสดใหม่ของ ‘ดร.เชน’ ก็สามารถเจาะฐานเสียงได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเจอกระแสคู่แข่งทั้งกลุ่มสีแดง และสีเขียวที่เคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น ทำให้การแข่งขันยากขึ้นอย่างชัดเจน ขยับเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักสะท้อนว่า กระแสของพรรคสีส้มกลับมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยต้องเผชิญกับกระแสการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่งผลให้กลุ่มบ้านใหญ่บางพื้นที่ที่ย้ายขั้วการเมืองเริ่มตั้งหลักไม่ทัน” นายชินวรณ์กล่าว
นายชินวรณ์กล่าวว่า กระแสเหล่านี้ทำให้เกิดการประเมินว่า “กระสุนปืนใหญ่” ที่พรรคภูมิใจไทยเคยใช้เป็นจุดแข็ง อาจเริ่มไม่ทรงพลังเช่นเดิม ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของพรรคที่ยังถูกผูกโยงกับชื่อ “เนวิน” รวมถึงประเด็นพรรคกัญชา คดีเขากระโดง และข้อครหาการฮั้ว ส.ว. ยังคงเป็นเงาตามตัว และไม่อาจลบออกจากความรับรู้ของสังคมได้ง่าย นักการเมืองและนักวิชาการหลายฝ่ายมองว่า ความเสี่ยงของพรรคภูมิใจไทยในช่วง 10 วันสุดท้าย สามารถอ่านได้จากท่าที และอาการของแกนนำพรรค ที่สะท้อนแรงกดดันทางการเมืองอย่างชัดเจน ขณะที่ เสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนเริ่มดังขึ้น ให้ประชาชนลุกขึ้นมามีส่วนร่วมสร้างการเมืองสุจริต เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศด้วยมือของประชาชนเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ขออย่าหลงกับเงินหรือผลประโยชน์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง และอย่าปล่อยให้นักการเมืองทุจริตกลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง

