โรมกร้าว ขอเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ลั่นไม่ร่วมกล้าธรรม ไม่เอารมต.เทา

29.01.26 | 17:10 น.

โรมกร้าว ขอเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ลั่นไม่ร่วมกล้าธรรม ไม่เอา รมต.เทา

วันที่ 29 มกราคม นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางไปที่วัดบ้านศรีเชียงใหม่ ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อไปหาเสียงสมทบกับ นายอานันท์ อมรินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 1 หลังจากที่ช่วงเช้าได้เดินทางไปหาเสียงในพื้นที่ อ.บ้านดุง และ อ.หนองหาน โดยมีการจัดเตรียมรถแห่ติดตั้งเครื่องขยายเสียง เพื่อกล่าวปราศรัยกับประชาชนในพื้นที่ โดยมีกลุ่มพี่น้องประชาชนและแฟนคลับมารอรับฟังการปราศรัยประมาณ 300 คน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก การปราศรัยเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนคลับได้เป็นระยะ

นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า โดยภาพรวมได้รับการตอบรับดี มั่นใจ จ.อุดร โดยเฉพาะส่วนเขต 1 พื้นที่ที่เคยชนะ มั่นใจปกป้องแชมป์ได้แน่นอน ขณะเดียวกันเราในการที่จะขยายฐานให้เติบโตขึ้น ดังนั้นโดยภาพรวมเราเชื่อว่า วันนี้การเมืองไทยเปลี่ยนไปแล้ว พี่น้องประชาชนเห็นว่าแบบเดิมเป็นยังไงแบบใหม่เป็นยังไง สิ่งที่เราต้องทำงานต่อไป ก็คือว่าทำยังไงให้นโยบายของเราเข้าไปอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้น ที่สำคัญก็คือต้องเปิดความคิดของพี่น้องให้มากขึ้น ว่าการเมืองที่มันจะเปลี่ยนไปมันจะดียังไง เพราะว่าอีกฝ่ายหนึ่งพยายามฉายภาพความกลัว ให้กลัวความเปลี่ยนแปลง มั่นใจว่าวันนี้สิ่งที่คนกลัวมากที่สุดคือกลัวมันจะเหมือนเดิม

Advertisement

“สำหรับกรณีของคุณหมอสุภัทร ท่านเป็นคนที่มีเจตนาดี ถ้าเราจำกันได้ ในสถานการณ์โควิด เป็นสถานการณ์ที่มันรุนแรงมากจริงๆ ส่งผลกระทบหลายมิติ สิ่งที่คุณหมอสุภัทรทำในช่วงเวลานั้น ได้สร้างคุณูปการหลายอย่าง มั่นใจว่าสิ่งที่คุณหมอสุภัทรทำ ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อยรอดตายจากโควิด หรืออย่างน้อยรอดจากการป่วยที่รุนแรง คิดว่ามันคือจรรยาบรรณที่สำคัญของการเป็นหมอ ในรายละเอียดต่างๆ แน่นอนว่าคงไม่ได้ไปนั่งดูเอกสาร แต่เท่าที่ทราบ หมอสุภัทรมีเจตนาดีต่อประเทศชาติแน่นอน มั่นใจว่าคุณหมอทำไม่ได้ทำไปเพื่อความร่ำรวย เพื่อที่จะเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่ได้เป็นแบบนั้นแน่นอน เป็นเจตนาที่ดีในการที่จะช่วยเหลือคนไทย” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า กรณีนายชูวิทย์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง มองว่าไม่น่ามีผลกระทบอะไร ยังมั่นใจว่าวันนี้สิ่งที่เรากำลังทำ คือทำให้ประชาชนเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายพรรคประชาชนกำลังเปลี่ยนประเทศไทย แล้วมันส่งผลที่ดีต่อชีวิตของคนทุกๆ คนยังไง เราต้องยอมรับปัญหาหลายๆ ปัญหาที่พี่น้องชาวอีสานพี่น้องชาวไทยกำลังประสบอยู่ มันไม่มีพรรคการเมืองไหนในอดีตที่สามารถแก้ได้ ถ้าพรรคการเมืองต่างๆ แก้ได้ วันนี้อาจจะไม่มีพรรคสีส้มด้วยซ้ำไป พรรคสีส้มเกิดจากความล้มเหลวของทุกพรรคการเมืองในอดีต พรรคสีส้มไม่ใช่พรรคการเมืองที่อยู่ๆ จะมาตั้งได้ง่ายๆ ถ้าความล้มเหลวในอดีตมันไม่ได้เกิดขึ้น

“การที่เราประสบทั้งการรัฐประหาร ความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ ความล้มเหลวด้านสังคม การมีปัญหาอาชญากรรม สิ่งเหล่านี้มันทำให้พี่น้องประชาชนเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นด้วยความเปลี่ยนแปลงที่มันอยู่ในกระแสธารของความรู้สึกของประชาชน มันจึงทำให้พรรคการเมืองนี้มีความเข้มแข็ง ดังนั้นผมไม่ค่อยเป็นห่วงกับการออกมาโจมตีหรือออกมาตำหนิต่างๆ คิดว่าพี่น้องประชาชนเขามองไปข้างหน้าแล้ว ในขณะที่บางคนพยายามทำให้สังคมไทยถอยหลัง แต่วันนี้สังคมไทยอยากจะเดินไปข้างหน้ามากกว่า” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เรามั่นใจอยู่แล้ว เรายืนยันว่า เราเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาลประชาชน เรามีความพร้อมทั้งนโยบาย เรามีสิ่งที่เรียกว่า 100 วันแรก นโยบายไหนบ้างที่จะมีความสำเร็จหรือมีความก้าวหน้า เราพร้อมทั้งนโยบายและคนทำงาน คนทำงานเราก็เปิดตัวทีมบริหาร และที่สำคัญด้วยคุณสมบัติของพรรคประชาชน นักการเมืองที่มาอยู่พรรคไม่ได้เป็นนักการเมืองที่ยึดติด ก็จะมีนักการเมืองใหม่ผสมเก่า มั่นใจว่าพลังเหล่านี้จะเป็นพลังที่ทำให้พรรคการเมืองนี้มีความเข้มแข็ง การเลือกตั้งครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน และพรรคประชาชนจะเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากพี่น้องประชาชน

สิ่งที่เราตั้งโจทย์ต่อไปก็คือว่าจะทิ้งอันดับ 2 ให้ขาดยังไง จะทิ้งอันดับ 2 ให้ห่างที่สุดยังไง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งรัฐบาลแข่งกับพวกเรา ไม่อยากจะพูดเป็นเรื่องตัวเลข เพราะว่าบางตัวเลขอาจน้อยไป บางตัวเลขก็อาจจะยังท้าทายไม่พอ เรามอง 2 สิ่งนี้เป็นหลักมากกว่าที่จะมาระบุตัวเลข การร่วมกับพรรคอื่นคิดว่าต้องเอาเรื่องของเงื่อนไขมาเป็นหลัก อย่างแรกเลยเราตัดพรรคกล้าธรรมไปเลย ไม่ต้องเอามาคิดในสมการ เรายืนยันว่าคุณธรรมนัสจะไม่มีทางได้รับโอกาสเป็นรัฐมนตรีในนามของพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรมจะไม่มีวันได้ร่วมรัฐบาลพรรคประชาชน

นายรังสิมันต์กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องพิจารณาก็คือมันก็คงต้องมาคุยกันว่า สุดท้ายพรรคประชาชนได้ตัวเลขเท่าไหร่ ต้องใช้พรรคการเมืองมากแค่ไหนในการที่จะมาจับมือเพื่อเป็นรัฐบาล ไม่แน่เราอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ และเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่มีคนเทามาเป็นรัฐมนตรี ถ้าเอาพวกสีเทามาเป็นรัฐมนตรี จะไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาลของพรรคประชาชนแน่นอน”