แสวง แจงแล้ว ทำไมออกสื่อบ่อยกว่ากรรมการ ชี้ รธน.60 กำหนดบทบาท กกต.ต่างจากเดิม เขียนให้เป็นเพียงบอร์ด ต้องมีมติ-ใช้มติในการทำงาน ไม่ใช่กำกับกิจการด้านต่างๆ เหมือนแต่ก่อน
จากกรณี ศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไระบุทางเฟซบุ๊ก เรื่อง กกต. มีไว้ทำไม ในเมื่อเห็นแต่แสวง คนเดียว ตั้งตำถามถึงบทบาทของ กกต.รายอื่นนั้น
เรื่องนี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า ความเข้าใจผิดในบางเรื่องเกี่ยวกับบทบาทของ กกต. …
ข้อความที่เป็นเท็จ ใส่ร้าย ที่ผิดอาจฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติไปไหนต่อ…
1.บทบาทของ กกต.
มีคำถามอยู่เสมอว่าไม่ค่อยเห็น กกต.ให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็นออกสื่อ ส่วนมากจะเป็นท่านประธาน กกต. และเลขาฯกกต.เป็นส่วนมาก ต่างจาก กกต.ชุดก่อนหน้านั้น จริงๆ ก็เคยตอบคำถามดังกล่าวไปหลายวาระหลายโอกาสอยู่พอสมควร
อยากจะเล่าให้ฟังอีกครั้งว่า ที่บทบาทของ กกต.ชุดปัจจุบันแตกต่างจากชุดก่อนๆ ก็เนื่องจากบทบัญญัติของกฎมายเปลี่ยนไป กล่าวคือ รัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ให้ กกต.มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานด้านต่างๆ ได้ อาทิ กำกับดูแลด้านสืบสวน กำกับดูแลด้านเลือกตั้ง กำกับดูแลด้านพรรคการเมือง กำกับดูแลด้านการมีส่วนร่วม หรือกำกับดูแลด้านบริหารกลาง ตามมติที่แบ่งหน้าที่กันทำ
แต่รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดให้ กกต.เป็นเพียงบอร์ด การทำงานจึงเป็นรูปของคณะกรรมการ ต้องมีมติ หรือใช้มติในการทำงานในแต่ละเรื่อง ไม่อาจลงมากำกับกิจการด้านต่างๆ ได้เหมือนแต่เดิม
กกต.จึงทำงานในรูปแบบของการประชุมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ โดยจะมีการประชุมสัปดาห์ 2/3 วัน เป็นอย่างน้อย ทุกสัปดาห์ ในแต่ละวันก็จะมีวาระในการประชุมของงานด้านต่างๆ ครบทุกด้าน ในแต่ละวันจะมีวาระการประชุมไม่น้อยกว่า 50 วาระ บางครั้งมีประชุมเกิน 100 หรือถึง 200 วาระก็มี มีมติเป็นอย่างไร สนง.ก็จะนำมติมาปฏิบัติต่อไป
กกต.ยังมีงานนอกจากงานการประชุมแล้ว คือ “งานพื้นที่” เพื่อตรวจ เยี่ยม รับฟังความเห็นจากสำนักงาน กกต.จังหวัด เพื่อเป็นข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่ง นอกจากวันประชุม
ส่วนที่เห็น เลขาฯกกต.ออกสื่อมากก็เพราะเลขาฯทำหน้าที่โฆษกของ กกต. เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ กกต.มอบหมาย เป็นรูปแบบการทำงานที่เป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียว ระหว่าง กกต. สนง.กกต. และ เลขาฯกกต.
2.ข้อความที่เป็นเท็จ ใส่ร้ายที่ผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติไปไหนต่อ
ข้อความที่คณะ E War Room มีมติเห็นว่าเป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จ หรือใส่ร้าย ลำดับแรกจะแจ้งเจ้าตัวลบ “คลิป” พร้อมทั้งแจ้งกระทรวงดีอี ลบคลิปอีกทางหนึ่งด้วย และจะส่งให้ “พนักงานสืบสวนสอบสวนของ กกต” ดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด รับทำเป็นสำนวนเป็นกรณีความปรากฏ ในข้อกล่าวหาที่ทำให้การเลือกตั้งหรือการออกเสียงประชามติมิได้เป็นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งมีทั้งโทษอาญา คือทั้งโทษจำ และปรับ รวมทั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งด้วย
จึงขอให้แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุมีผล เพื่อสร้างบรรยากาศในการแข่งขันที่ดี

