จุลพันธ์ ซัด วิธีเดิมๆ อ้างรักชาติแบ่งแยกปชช. อัด บอกไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว

30.01.26 | 14:10 น.

“ยศชนัน” พอใจโพลแม้ตามหลังแต่คะแนนขึ้น “จุลพันธ์” บอกไม่ถูกแบ่งแยกรักชาติ เหน็บแรงไม่เลือกเราเขามาแน่แต่เขากระโดงไปแล้ว สงสัยเดินหน้าเปิด 10 ชื่อเอี่ยวสแกมเมอร์ แต่คน ภท.ใสกว่าใคร ติง รมต.ที่ไม่เกี่ยวแต่ชอบแถลงชี้นำสังคม ไม่หวั่นอังเคิลกระทบคะแนนบอกดีได้แจง ดักทางย้าย ขรก.หนักสุดช่วงนี้

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 30 มกราคม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่โพลทุกสำนักบอกคะแนนของพรรคเพื่อไทยยังตามอยู่ ช่วงโค้งสุดท้ายพรรคจะทำอย่างไรเพื่อดันคะแนนขึ้นมาว่า โพลเป็นการใช้หลักการวิทยาศาสตร์เป็นการสุ่ม โพลไหนที่เราได้น้อยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เยอะขึ้น แต่มีเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราพอใจมาก ในกลุ่มที่เราได้น้อยเพิ่มขึ้นมา 3% ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อได้ ในทางกลับกันบางโพลที่เรามีคะแนนสูงมาก ทำให้เรามีความรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง ถูกหลัก สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่โพลจะออก จากนั้นจะเป็น 7 วันแห่งความจริง ทุกคนจะเห็นว่าเรามีเสียงสนับสนุนมากมายแค่ไหน จากการลงพื้นที่ ต้องเรียนว่าเรามาถูกทางแล้ว ประชาชนสามารถสื่อสารนโยบายของเราได้ชัดเจนและสามารถสอบถามนโยบายกับเราได้

ถามว่าช่วงโค้งสุดท้าย บางพรรคมีการเลือกข้าง เพื่อแยกประชาชนออกจากกัน นายยศชนันกล่าวว่า หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ

เมื่อถามว่าในช่วงสุดท้ายมีการใช้วาทกรรมแบ่งแยก ระหว่างรักชาติกับไม่รักชาติ พรรคเพื่อไทยมองอย่างไร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราเห็นวิธีการนี้มาหลายครั้ง เป็นการแบ่งแยกประชาชน เราเคยเห็นพรรคเทพกับพรรคมาร เพื่อแบ่งแยกประชาชนให้ตัดสินใจเลือกข้างใด ซึ่งขัดกับสถานการณ์ปัจจุบัน และจากโพลที่เปิดตัวนายยศชนัน เพียงแค่ 20 กว่าวัน เราติดท็อปสามเกือบทุกสำนัก ในการแข่งขันครั้งนี้เราจะมีโอกาสสูงมากที่จะชนะการเลือกตั้ง บางพรรคบอกว่าเป็นการเลือกระหว่างสองพรรค ซึ่งเป็นการปิดกั้นและดูถูกประชาชน อีกพรรคใช้คำว่ารักชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ชายแดน ทุกพรรคและคนไทยทุกคนเรื่องชายแดนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเราไม่เคยพูดปฏิเสธการทำงานของรัฐบาลและเราให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในเรื่องชายแดนอย่างเต็มที่ เรื่องของชาติเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน

การบอกว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว ถ้าเลือกเพื่อไทยเราจะให้ความเป็นธรรม เดินหน้าเรื่องคดีต่ออย่างแน่นอน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลออกมาแล้ว ในเรื่องของเขากระโดง และจะตามต่อให้ครบถ้วน“ นายจุลพันธ์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกัน เรื่องเขากระโดงจะสะดุดหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในเวทีดีเบตหัวหน้าพรรคประชาชนถามตนว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไร เราไม่มีข้อจำกัด และเราพิสูจน์แล้วว่าเรื่องนี้ท่านห่วงเรื่องคดี ตนห่วงกว่าท่านอีก เรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้ว ส.ว. สิ่งที่เกิดขึ้น MOA มอบอำนาจให้รัฐบาลนายอนุทิน สถานการณ์เรื่องคดีความวันนี้ก็เห็น คดีเขากระโดงหายไป คดีฮั้ว ส.ว.เงียบหาย คดีความของ ส.ส.เต็มไปหมด แต่เป็นคดีของ ส.ส.ที่กำลังแข่งขันกับพรรคภูมิใจไทย ตรงนี้ทุกคนเกิดข้อกังขาในเรื่องของความยุติธรรมและความเหมาะสมของสถานการณ์ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเราพิสูจน์มาแล้วแม้แต่ตอนที่ร่วมรัฐบาลกัน เราก็ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการด้วยความอิสระ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาว่ารัฐมนตรีทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ไม่มีการแทรกแซง เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ เมื่อพิสูจน์อย่างนี้แล้วครั้งหน้าเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะร่วมกับใครก็ตาม พวกตนยังคงติดตามเรื่องที่ผิดปกติ ไม่ถูก ไม่ชอบอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่ามองประเด็นที่มีการบอกจะเปิดชื่อนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์อย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม รู้กฎหมายดี พูดชัดว่าพูดก่อนไม่ได้ ถ้าพูดก่อนติดคุกคนแรก เพราะเป็นขั้นตอนกฎหมาย แต่มีรัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องหนึ่งท่านออกมาแถลงข่าวชี้นำสังคม เป็นกรณีที่ผิดปกติ และช่วงนี้สีน้ำเงินดูเหมือนจะใสกิ๊กผิดปกติกว่าคนอื่นเขา ซึ่งตรงนี้เป็นข้อสังเกตของทุกพรรคการเมือง ส่วนเรื่องคดีความ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พรรคสีส้มที่โดนไป 2 คน พวกตนไม่เคยไปพูด สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างกลไก ไม่ใช่การออกมาพูดบนเวที หรือการพูดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น หรือตัวเองขาว วันนี้พรรคเพื่อไทยเสนอรัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้กลไกทั้งหมดกำกับควบคุมคอร์รัปชั่น

เมื่อถามว่าการออกมาเปิดรายชื่อในช่วงนี้ ทำให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป็นข้อสงสัยของทุกพรรคการเมืองว่าขณะนี้เป็นการใช้กลไกรัฐในการดำเนินคดี ในช่วงก่อนลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่

ถามว่าในช่วงหลังมีการพูดถึงคลิปอังเคิล จะส่งผลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า “ไม่ครับ ดีครับ พูดมาจะได้ชี้แจง เพราะเรายืนยันเจตนาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันนั้น ถ้ามีใจที่เป็นธรรมจะเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำในวันนั้นเพื่อยุติความรุนแรง ไม่อยากให้เกิดการปะทะและเสียชีวิต”

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่อีสานใต้ ที่เป็นพื้นที่ชายแดน มีความกังวลหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า เวลาเราสื่อสารเรื่องนี้กับประชาชน เราลงพื้นที่ตั้งแต่อีสานเหนือ และจะไปลงอีสานตอนกลางและตอนใต้ เราสื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจนสิ่งที่เป็นข่าวกับการกระทำของเราไม่ตรงกัน เราพยายามทำนโยบายดูแลพื้นที่และปกป้องอธิปไตยต่างๆ เมื่อลงพื้นที่ไปประชาชนก็เข้าใจ สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังไปในทางที่ดี และพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการถอนเงินแบงก์ 100 และ 500 เป็นจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเรื่องการป้องกันการซื้อเสียงอย่างไร นายยศชนันกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีกลไกตรวจสอบเรื่องนี้ โดยตั้งคณะทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด และอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระมัดระวังในเรื่องนี้เพราะเสียงของประชาชนในครั้งนี้สำคัญที่ทำให้ประเทศไปข้างหน้า

เมื่อถามว่านอกจากการซื้อเสียงแล้ว มีความกังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า มันเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงๆ เรื่องนี้ตนท้วงตั้งแต่ก่อนจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทินแล้วว่าจะเกิดการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง และก็เกิดขึ้นจริงๆ ขนาดเข้าสู่การเลือกตั้งก็ยังมีการโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทยอย่างผิดปกติ เป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาลที่มันใหญ่ขนาดนี้ ตนอยู่การเมืองมา 20-30 ปี ไม่เคยเห็นการโยกย้ายที่ผิดปกติขนาดนี้ ตรงนี้เป็นข้อสังเกตที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ มีการพูดกันว่าให้สัญญาเรื่องการเลื่อนขั้นจากผลการเลือกตั้งเราห่วงตรงนี้ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่กลัวเพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เจออุปสรรคลักษณะนี้มาหลายครั้ง เช่นการเลือกตั้งหลักการรัฐประหารเป็นเรื่องของอำนาจรัฐที่ปะทะกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเรามีหลังพิงอย่างเดียวคือประชาชน ครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างจากเดิมเรามีความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนพาเราไปข้างหน้า

ถามถึงความมั่นใจหลังการลงพื้นที่เชียงใหม่รอบที่ 2 นายยศชนันกล่าวว่า มั่นใจมากๆ สิ่งสำคัญคือผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยทุกคนลงพื้นที่มาก่อน วันนี้เราพร้อมจริงๆ ในการส่งมอบนโยบายเพื่อประชาชน

ถามว่ามั่นใจรักษาแชมป์เก้าอี้ ส.ส.ภาคเหนือได้หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่ดูแลภาคเหนืออย่างยาวนานไม่ขาดตกบกพร่อง