อาจารย์นิด้า ไข 5 ฐานคิด ทำไมโพลเผย ปชน.นำโด่ง แต่นักวิเคราะห์ ให้ภูมิใจไทย มาที่ 1
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคม และยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมนักวิเคราะห์บางส่วน ยังเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย จะมาที่หนึ่งในการเลือกตั้ง ทั้งที่ นิด้าโพล ชี้ว่าคะแนนนิยมเป็น ลำดับสอง พวกเขา อ่านโพลผิดพลาด หรือว่า มีฐานคิดอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลัง
1. การแยกโพลออกจากผลเลือกตั้ง
นักวิเคราะห์การเมืองจำนวนหนึ่ง มักเชื่อว่า
คะแนนนิยม ≠ จำนวนที่นั่งจริง
เพราะการเลือกตั้งไทยยังถูกกำหนดโดย
ระบบเขตเลือกตั้ง โครงสร้างอุปถัมภ์ และ การจัดการฐานเสียงเชิงพื้นที่
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมี “ความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง”
มากกว่าพรรคที่คะแนนนิยมสูง แต่ไม่มีเครือข่ายหัวคะแนนจัดตั้ง
2. ใช้ “ฐานคติการเมืองเก่า” เป็นจุดตั้งต้น
นักวิเคราะห์บางส่วนยังยึดฐานคติว่า
การเมืองไทยตัดสินกันที่ “เครือข่าย” มากกว่า “กระแส”
จึงให้ค่าน้ำหนักสูงกับ บ้านใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่น กลไกจัดการเลือกตั้งในพื้นที่
และเชื่อว่ากระแสในโพล จะถูกดูดซับจากเครือข่ายหัวคะแนน เมื่อถึงวันจริง
3. มองการเลือกตั้งผ่าน “เกมต่อรองหลังเลือกตั้ง”
บางคนไม่ได้มองแค่ว่าใครได้คะแนนมากสุด
แต่ถามว่า ใคร “คุมเกม” ได้หลังรู้ผล
พรรคที่มี จำนวน ส.ส. เขตจำนวนมาก ความสัมพันธ์กับชนชั้นนำและพรรคร่วม
อาจถูกมองว่า “ชนะเชิงอำนาจ” แม้ไม่ชนะเชิงคะแนนนิยม
4. ความเชื่อ ≠ ข้อเท็จจริง
สิ่งที่ควรแยกให้ชัดคือ
นิด้าโพล รายงาน “การรับรู้และความนิยมของประชาชน”
นักวิเคราะห์บางส่วน ตีความผ่านกรอบอำนาจแบบเดิม
ดังนั้น ความเชื่อว่าภูมิใจไทยจะมาที่หนึ่ง
จึงสะท้อน วิธีคิดของผู้วิเคราะห์ มากพอๆ กับสถานการณ์การเมืองจริง
5. บทสรุป
คำถามสำคัญคือ “เรากำลังอ่านการเมืองไทยด้วยกรอบของยุคไหน”
เพราะหากการเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก
การเมืองเครือข่าย สู่การเมืองความคาดหวังของประชาชน
นักวิเคราะห์ที่ยังเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะมาที่หนึ่ง
อาจไม่ได้อ่านโพลผิด
แต่กำลังยึดติดกับโลกการเมืองที่กำลังเสื่อมอำนาจลงอย่างเงียบ ๆ

