‘ทวี’ ชู 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ. ปลดล็อกที่ดิน ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

30.01.26 | 17:14 น.

‘ทวี’ ชู 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ. ปลดล็อกที่ดิน ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ภายหลังการออกรายการ เนชั่นวิเคราะห์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก หากพรรคประชาชาติได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในสังคม

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนลำดับแรกคือ การแก้ปัญหาหนี้สินทางการศึกษา โดยเฉพาะหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบาย “การสร้างคน” เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

“เราจะระงับการชำระคืนหนี้ กยศ. สำหรับผู้ที่ครบกำหนดชำระแล้ว เพื่อลดภาระของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้สามารถตั้งตัวทางเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อผู้กู้กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

สำหรับนโยบายเร่งด่วนลำดับที่สอง คือ การปฏิรูปที่ดินทำกิน โดยพรรคประชาชาติจะผลักดันการนิรโทษกรรมกรณีพื้นที่ป่าไม้ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชนบท

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง
“ประชาชนจำนวนมากอยู่กับที่ดินนั้นมานาน แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก เราจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้กฎหมายไปกดทับชีวิตคน”

Advertisement

พร้อมกันนี้ พรรคจะผลักดันให้เกษตรกรได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ รวมถึงเดินหน้านโยบายยกระดับราคาสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

“เมื่อเกษตรกรมีที่ดิน มีสิทธิ และมีราคาผลผลิตที่เป็นธรรม เขาจะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐตลอดเวลา” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

ในส่วนของนโยบายเร่งด่วนลำดับที่สาม พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดยมุ่งปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อยกระดับระบบธรรมาภิบาลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

พ.ต.อ.ทวีระบุว่า พรรคตั้งเป้าหมายขจัดคอร์รัปชั่นให้เหลือ 0% โดยจะใช้ประมวลรัษฎากร มาตรา 49 เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบที่มาของรายได้และทรัพย์สิน เพื่อปิดช่องโหว่การสะสมความมั่งคั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“หากใครมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ต้องตอบให้ได้ว่าเงินมาจากไหน หากชี้แจงไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางภาษีและกฎหมาย นี่คือการใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจัง”

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนจากการปราบปรามเชิงรับ มาเป็นการตรวจสอบความมั่งคั่งเชิงรุกในระดับโครงสร้าง เพื่อทำให้รัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำให้งบประมาณแผ่นดินกลับมาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นโยบายทั้งสามด้านนี้ถูกกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนของพรรคประชาชาติ เพื่อคลี่คลายปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ครอบคลุมตั้งแต่หนี้การศึกษาของคนรุ่นใหม่ ความมั่นคงในที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปจนถึงการปฏิรูปธรรมาภิบาลของประเทศ