ดร.เอ้ หาเสียงบ้านเกิด บอกมีวันนี้เพราะครูไทย ชูการศึกษาคือยาแก้จน ทำบ้านพักครูคุณภาพ
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่เพลินตาการ์เด้น จ.ระยอง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.ระยอง ได้แก่ นายพรทวี พูลกลาง ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 8, ร.ต.ต.เรืองชัย สมบัติภูธร ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 5, นายสหภูมิ เอกวรพงศ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7 และ น.ส.สันต์นิสา รัตนโกเศศ ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 8 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและเครือข่ายการศึกษาในจังหวัดระยอง
โดยนายสุชัชวีร์ และคณะ ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากวงการศึกษาและชมรมการศึกษา จ.ระยอง ซึ่งประกอบด้วย ครูระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา โรงเรียนเอกชน เครือข่ายการศึกษาที่อยู่ในทุกอำเภอ รวมถึงตัวแทนสหกรณ์กว่า 9,000 คน มีผู้บริหารและผู้แทนจากโรงเรียนในจังหวัดระยองเข้าร่วม อาทิ นายเสน่ห์ ขาวโต อดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคไทยก้าวใหม่
นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ระยองคือบ้านของตน และรู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้เติบโตและรับการศึกษาที่จังหวัดแห่งนี้ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยเริ่มเรียนที่โรงเรียนตรีวิทย์ ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนเรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลระยอง ระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเดียวกัน จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนระยองวิทยาคม ตั้งแต่ระดับชั้น ม.1 จนถึง ม.6
“ผมได้รับการศึกษาที่ระยองตั้งแต่เด็ก ครูทุกท่านดูแลผมอย่างดี พื้นฐานทั้งหมดที่ผมมีในวันนี้ มาจากครูไทย ผมสอบได้อันดับ 1 ได้โควต้าช้างเผือกไปเรียนวิศวกรรมที่ลาดกระบัง และได้ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ผมมั่นใจในระบบการศึกษาไทย และมั่นใจในตัวครู” นายสุชัชวีร์กล่าว
นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตนและคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรค ชูเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลัก เพราะเชื่อมั่นว่า “การศึกษาคือยาแก้จน” และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตประชาชน โดยรัฐต้องลงทุนสร้างคนให้มีคุณภาพผ่านการส่งเสริมการศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งนี้พรรคฯ มีแนวคิดการจัดทำ “บ้านพักครูคุณภาพ” ซึ่งเห็นว่ายังไม่มีนักการเมืองคนใดพูดถึงอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ครูจำนวนมากต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะครูในกรุงเทพฯที่ไม่มีบ้านพักให้เลย ขณะที่ในต่างจังหวัด ครูบางพื้นที่ยังต้องใช้ห้องน้ำรวม ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ควรได้รับ และเรายังมีนโยบายอาหารเช้าในโรงเรียน เด็กไทยราว 30-40% ไม่ได้ทานอาหารเช้า ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ ส่วนบุคลากรอื่นในโรงเรียน อาทิ นักการภารโรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญ แต่กลับถูกมองข้าม ซึ่งนโยบายของพรรคจะดูแลบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ ไม่ใช่เพียงแค่ครูเท่านั้น
“ผมไม่เคยมีคำว่าเหนื่อย หรือท้อในชีวิต และจะเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อไป จนกว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี การเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช่ของประเทศ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าคนระยองให้โอกาส ผมมั่นใจว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะได้พลังไปเปลี่ยนแปลงประเทศจริงๆ ช่วงโค้งสุดท้ายนี้สำคัญมาก ถ้าพ่อแม่พี่น้องเบื่อการเมืองเก่า ถึงเวลาเลือกคนใหม่” นายสุชัชวีร์กล่าว
นายสุชัชวีร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า ดีใจมาก เพราะพี่น้อง จ.ระยอง หลายคนเดินข้ามถนนเอาพวงมาลัยมาให้ และบอกว่าเป็นรุ่นพี่ของตนในชั้นอนุบาลที่โรงเรียนระยอง รู้สึกดีใจที่ทุกคนจำได้ มีโอกาสได้กราบคุณครู และได้พบกับคุณครูหลายคนที่เคยสอนมาก่อน จึงอยากขอสนับสนุนลูกคนระยองให้เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยก้าวใหม่ทุกคน ให้มาช่วยกันปรับโครงสร้างการศึกษาไทย เพราะวันนี้เราสู้เขาไม่ได้ หากประเทศมีนายกฯ ที่เน้นเรื่องการสร้างคนและการศึกษา ประเทศไทยจะชนะทุกเรื่องไม่มาถึงวันนี้
นายสุชัชวีร์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ระยองไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อนน้ำทะเลใสสะอาด อากาศบริสุทธิ์ อยู่อย่างมีความสุข แต่วันนี้น้ำทะเล อากาศ เป็นมลพิษ คนระยองเป็นมะเร็งมากที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศประเทศไทย วันนี้หลังจากการลงพื้นที่ตนได้เห็นโรงงานต่างชาติเต็มไปหมด และไม่ได้ใช้คน จ.ระยอง ไม่ได้ซื้อของจากระยอง ตั้งแต่โรงงานต่างชาติที่เอารัดเอาเปรียบ มาเป็นล้งทุเรียน การเกษตรก็มีล้งต่างชาติ รถที่จะเอาทุเรียนไปขายก็เป็นของต่างชาติ และยังมีการสวมสิทธิโควต้าทุเรียนของคนไทยอีก
“อยากถามว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ผมไม่ยอมเพราะผมเป็นคนระยอง อยากวิงวอนให้คนระยองสนับสนุนผมและพรรคไทยก้าวใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจะจัดการทุนต่างชาติที่มาเอารัดเอาเปรียบ ทั้งในเรื่องโรงงาน การเกษตร และสิ่งแวดล้อม“ นายสุชัชวีร์กล่าว

