“เด็จพี่” เผยหลายพื้นที่จดเลขบัตรปชช. ไม่สบายใจเงินเทาถูกโยงเอี่ยวเลือกตั้ง จี้ กกต.ตรวจสอบช่วงโค้งสุดท้าย แนะแข่งนโยบายมากกว่าใช้วาทกรรมโจมตี ชม “ยศชนัน” ชาวบ้านขานรับเชื่อมั่นนโยบาย
เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ผู้ช่วยหาเสียงและอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า มีผู้ลงทะเบียนจำนวนมาก อีกสัปดาห์มีการเลือกตั้ง ส.ส. 8 กุมภาพันธ์ ช่วงนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ได้เห็นแคมเปญ มอตโต้ การปราศรัยขอคะแนนประชาชน จากแคนดิเดตนายกฯ ผู้สมัคร ส.ส.ทุกพรรคการเมือง ตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงภาคเหนือ กลาง ใต้ อีสานและ กทม. ประชาชนชื่นชมนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพื่อไทย เน้นแก้ไข ไม่แก้ตัว นำเสนอนโยบายจับต้องได้ ให้ประชาชนจริงๆ ปราศรัยมุ่งมั่นที่จะทำงานจริงๆ ไม่โจมตีกล่าวร้ายใคร แม้กระทั่งการเดินทางไปหาเสียงในภาคใต้ ได้รับเสียงต้อนรับชื่นชมอย่างล้นหลาม เชื่อว่าเลือกตั้งรอบนี้ มีเซอร์ไพรส์สำหรับพรรคเพื่อไทยแน่นอน
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า โค้งสุดท้ายหาเสียง พรรคเพื่อไทยนำเสนอนโยบายอย่างเข้มข้น จับต้องได้ ไม่ขายฝัน ขณะเดียวกันไม่ว่าลงพื้นที่ไหน ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทั้งภาคเหนือ กลาง กทม. ใต้ อีสานว่า ถูกจดบัตรประชาชน โดยไม่รู้จุดประสงค์จะไปทำอะไร ก่อนหน้านี้มีข่าวจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาระบุก่อนการเลือกตั้งมีการถอนเงินสดจำนวนมากกว่า 250 ล้านบาท ประกอบกับกระแสเงินเทา เงินนอกระบบ ที่นักวิชาการ ผู้เฝ้ามองการเมืองกังวลว่าจะถูกนำมาใช้เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ กกต.ในฐานะองค์กรควบคุม กำกับการเลือกตั้ง ควรสอดส่ง ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ทำให้การแข่งขันอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมกันทุกฝ่าย
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า ในคลิปสัมภาษณ์ที่เห็นสื่อต่างๆ ไปสัมภาษณ์ ชาวบ้านออกมาเปิดเผยถึงการเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้าย ที่ดูไปต้องขอชื่นชมประชาชนจำนวนมากที่ปฏิเสธ ไม่ขอรับเงิน เพียงแต่เมื่อเลือกไปแล้ว ขอให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนให้ได้ เขาก็ดีใจแล้ว นักวิเคราะห์หลายคนมองตรงกัน รอบนี้มีการใช้เงินมหาศาล เงินสีเทาลงมาเยอะ ส่วนจะเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหนกับการเลือกตั้ง กกต.หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องลงไปตรวจสอบ หากพบว่า ใคร ผู้ใด พรรคใดทำผิด ต้องลงโทษให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่าง ได้ยินมาว่า เงินเทา ไม่มีทอน ไม่รู้จริงหรือไม่
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนตื่นตัวอยากได้คนและพรรคการเมืองเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ได้จริงๆ โค้งท้ายๆ หาเสียงมีการใช้คำจูงใจ ถ้าไม่เลือกเรา อีกพรรคจะมาแน่ หรือบอกว่าพรรคนี้รักชาติกว่าพรรคนี้ ทำให้ประชาชนเข้าใจเสมือนว่าบางพรรคไม่รักชาติ ทั้งที่ความเป็นจริงทุกพรรค ประชาชนทุกคน รักชาติ รักแผ่นดินเหมือนกัน การหาเสียง ขอให้แข่งกันนำเสนอนโยบาย เมื่อประชาชนเชื่อมั่น เขาจะลงคะแนนให้แน่นอน ไม่ต้องใช้วาทกรรมโจมตี ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า ศรัทธาประชาชน ดังกว่าโพลทุกสำนัก นโยบายที่ทำได้จริง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ยกระดับชีวิตคนไทยทั้งประเทศ จะเป็นตัวชี้วัดตัดสินวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์

