“อนุทิน” โว “โพลนำตลอด” ย้อนถามใครบอกสูสี ไม่หวั่น พื้นที่หัวเมืองใหญ่เป็นของส้ม ใช้กลยุทธ์ออร์แกนิค ยัน ปราศรัยเรื่อง 112 ไม่ได้โจมตีใคร-ไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ส่วนปมเขากระโดง ย้ำชัดไม่แทรกแซง-ไม่รู้จักผู้ว่า รฟท.- ไม่ได้ดองคดี ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการละเว้น แม้จะเป็นญาติหรืออยู่พรรคเดียวกัน ตอกกลับ “ณัฐวุฒิ” แค่วาทกรรม หลังบอกฟังแต่ครูใหญ่ ยืนยัน คนเป็น “นายกฯ” เทียวไปฟังคนโน้นคนนี้ไม่ได้ ชี้ แค่ชวนคนเผาบ้านเผาเมืองมันชัดเจน จะบอกว่ารับผิดชอบเองรับผิดชอบอย่างไร
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ที่มีการปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครเมื่อคืนนี้ (30 ม.ค.) อย่างดุเดือด ว่า เป็นการปราศรัยปกติ ในจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทยจะปักธง และจะต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัดไม่ใช่แค่ กทม.
ถามถึงพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ที่ฐานเดิมเคยเป็นของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย มีกลยุทธ์อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ออร์แกนิคแบบนี้แหละ เดินขอเสียงที่น้องประชาชน ในขณะที่เดินหาเสียงก็รับฟังปัญหาของเขา รับฟังในสิ่งที่เขาต้องการ
ถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าแคมเปญน้ำเงินทั้งแผ่นดินจะช่วยให้คว้าชัยได้ นายอนุทินกล่าวว่า ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนก็ทุ่มเท ขยันขันแข็ง
เมื่อถามถึงการปราศรัยเมื่อวาน (30 ม.ค.) มีการโจมตีพรรคที่ต้องการแก้มาตรา 112 นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า ไม่ได้โจมตี
ถามย้ำว่า การจับมือกันทำงานจะยากหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหา ไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ต่างคนก็ต้องต่างอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ
เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายจะดุเดือด เพราะมีความพยายามนำเรื่องเขากระโดงมาทวงถามในช่วงเวลานี้ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ที่พยายามบอกว่ายึดไปแล้วยึดเมื่อไร มีแต่สั่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีการแทรกแซง ทุกวันนี้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังไม่รู้จักเลยว่าเป็นใคร
“วันนั้นยังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มว่า จะให้เขาลาออก ทั้งที่ยังไม่มีผู้ว่าการ รฟท. คิดว่าเป็นวาทกรรม และผู้ที่คิดว่าจุดนี้ จะเป็นจุดอ่อนไม่ใช่หรอก ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย อะไรที่เป็นไปตามกฎหมาย เราก็จะดำเนินการตามนั้น สมมุติว่ามีการทำผิด ดำเนินคดีแล้ว พิสูจน์แล้วพบมีการกระทำผิดก็จะไม่มีการละเว้น แม้จะเป็นญาติ หรืออยู่พรรคเดียวกัน แสดงให้เห็นชัดเจนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยืนยันไม่ได้ดองคดี ทั้งนี้ได้บอกให้ขึ้นบัญชีดำบริษัทที่ไม่ได้มาตรฐาน และนั่งจี้อยู่ทุกวัน มีแต่เร่งไม่มีดองอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว
ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย บอกว่า มีการวิ่งราวชาติ พร้อมโต้สวนที่บอกว่าไม่ฟังแด๊ดดี้ เพราะฟังแต่ครูใหญ่ นายอนุทินย้อนถามว่า วิ่งราวชาติแปลว่าอะไร ก่อนจะหัวเราะ และบอกว่า ก็วาทกรรม แค่ชวนคนเผาบ้านเผาเมืองมันชัดเจน จะบอกว่ารับผิดชอบเองรับผิดชอบอย่างไร เพราะถ้ารับผิดชอบเองป่านนี้คงไม่มาอยู่บนเวที
เมื่อถามว่า นายณัฐวุฒิเหน็บว่านายอนุทิน ฟังแต่ครูใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่เป็นคนวงนอกจริงๆ เพราะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คนเป็นนายกรัฐมนตรี เที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่า กังวลถึงกรณีที่นำคนมาเป็นทีมเศรษฐกิจมาช่วยงาน แล้วอาจถูกดิสเครดิตขย่มโจมตีทำให้ไม่สบายใจหรือไม่ นายอนุทินถึงกับร้องโอ๊ย ก่อนจะระบุว่า มือสะอาดทุกคน
“ศุภจี เอกนิติ ไปที่ไหนมีแต่สร้างคุณงามความดี คนที่คอยจะไปหาสิ่งที่จะโจมตีคนเหล่านี้ แสดงว่าตัวเองสิ้นท่าหมดรูปแล้วมั้ง อันนี้ไปทำความดี ไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ต่อสังคม ขึ้นเวทีไปก็ต้องพูดแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเป็นตลกหน้าม่าน อย่างนี้ไม่ได้” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า เหมือนไปแตะกล่องดวงใจเขาหรือเปล่า ที่มีการพูดถึงแด๊ดดี้ นายอนุทินย้อนถามว่า กล่องดวงใจคืออะไร หมายความว่าอย่างไร เขาก็ต้องทำเอาใจ วัฒนธรรมของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน เขาชอบคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนพรรคตัวเอง พวกตนไม่ต้องไปทำ ไม่ต้องเอาใจใครให้ตัวเองได้ ที่คิดจะได้รับโอกาสในการแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง อันนั้นคือวัฒนธรรมของพวกเขา แต่วัฒนธรรมของพวกตนคนละอย่างกัน พวกตนทำงาน ไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้เยอะแยะไปหมด
ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ไปออกรายการแล้วพูดถึงนายอนุทิน ว่าเคยจะให้ตำแหน่ง รมว.กลาโหม ในช่วงของการตั้งรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า สุดท้ายต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์ในขณะนั้น ตัว ร.อ.ธรรมนัส เองก็ขอไปดูกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ลงข่าวผิด เพราะได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว สุดท้ายมองว่า พม. เหมาะกว่า ในเรื่องบุคลากร และท่านต้องการทำงานต่อเนื่องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีปัญหาอะไรเลย การคุยกันทางการเมือง มันต้องคุยหลายรอบ อย่างเช่นตอนก่อนตนจะได้ รมว.มหาดไทย ตนได้กระทรวงศึกษาธิการ แต่สุดท้ายมาจบที่มหาดไทย เพราะมีการคุยหลายรอบ เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไร
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงแล้วครั้งนี้ อยากไปกระทรวงไหน นายอนุทินกล่าวว่า เป็นนายกฯแล้วจะไปสัมผัสอะไรอีก ขอให้ผ่านพ้นวันเลือกตั้งไปก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้หมู่หรือจ่าเลย
เมื่อถามว่า ตอนนี้ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ขณะนี้คะแนนสูสีกับพรรคประชาชน ในช่วงโค้งสุดท้าย จะต้องเร่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ใครบอกสูสี โพลของผม ผมนำตลอด ประเมินจากหลายแหล่งที่มา”
เมื่อถามว่า ดีดลูกคิดประเมินไว้ที่ตัวเลขเท่าไร นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่แซวนักข่าวว่า “ตกข่าวหรือจ๊ะ ให้ไปถามพรรคอื่นบ้าง”

