อรรถจักร์ ชี้ผลการขับเคี่ยว 3 ความคิดผ่านการเลือกตั้ง ทำการเมืองแบบบ้านใหญ่สั่นคลอน ขนาดต้องปลุกเกมสิ้นคิด เชื่อนักการเมืองรุ่นหลังขอบคุณแน่
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เผยแพร่บทความ “สามกลุ่มความคิดทางการเมือง” ผ่านเพจ ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง โดยมีเนื้อหาดังนี้
ปรากฏการทางการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ ได้ตกผลึกให้เห็นชัดว่าผู้คนในสังคมไทยนั้นกำลังอยู่ในช่วงของการไตร่ตรอง คิดถึงอนาคตของสังคมไทยอย่างแท้จริง
เราอาจจะแบ่งกลุ่มความคิดทางการเมืองของคนในสังคมไทยขณะนี้ ได้ออกเป็นสามกลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกคือกลุ่มที่มองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างและปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างความสัมพันธ์ กลุ่มที่สอง มองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างแต่ยังมีความเกรงกลัวอยู่ว่าความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร กลุ่มที่สาม คือกลุ่มที่แม้ว่ามองเห็นปัญหาแต่ยังคงคิดว่าปัญหาต่าง ๆ นั้นยังแก้ได้ด้วยโครงสร้างเดิม
หากรวมเสียงของผู้คนในกลุ่มหนึ่งและสองก็น่าจะมากเกินกว่าครึ่ง หรืออาจจะถึงเจ็ด/แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของพลเมือง กลุ่มที่สามน่าจะอยู่ประมาณยี่สิบ/สามสิบเปอร์เซ็นต์ของพลเมือง
เสียงของผู้คนที่จะลงคะแนนในการเลือกพรรคการเมืองก็จะกระจายไปดังนี้ กลุ่มที่หนึ่งจะลงคะแนนให้พรรคประชาชนและบางส่วนลงให้พรรคเพื่อไทย กลุ่มที่สองจะลงคะแนนเน้นที่พรรคเพื่อไทยแต่ก็มีบางส่วนหันไปลงคะแนนให้ประชาชน ส่วนกลุ่มที่สาม ก่อนหน้านั้นคงเทคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์หวนคืนสถานะเดิม เสียงกลุ่มนี้ที่ก็ไม่ค่อยไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว บางส่วนจึงหันมามองพรรคประชาธิปัตย์
ความเปลี่ยนแปลงความคิดทางการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นกระแสการขับเคี่ยวกันเช่นนี้ จะทำให้การเมืองแบบบ้านใหญ่สั่นคลอนและล่มสลายในหลายพื้นที่ ลูกหลานบ้านใหญ่ที่เคยแอบอิงกับเงาของพ่อแม่จะหลุดออกไปจากความคิดคำนึงของคนในพื้นที่ พรรคการเมืองที่ถนัดเล่นการเมืองบ้านใหญ่ถึงกับออกมาประกาศ “ความรักชาติ” ขึ้นมาในโค้งสุดท้าย (นักการเมืองรุ่นหลังถึงกับบอกว่านี่คือเกมส์ของคนสิ้นคิด: ขอบคุณครับ)
สังคมการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงอย่างมากแล้ว ระบอบอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่พยายามมองหาอนาคตของสังคมได้แปรรูปมาสู่การสร้าง “ความหวัง” ทางการเมืองชุดใหม่แล้ว

