ชินวรณ์ ปูด ซื้อเสียง 2 พัน หัวคะแนนได้กันหลักหมื่น ถาม เปิดขนาดนี้กกต.ว่ายังไง
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า มีความเคลื่อนไหวแบบผิดปกติ ผู้สมัคร ส.ส.จำนวนกว่า 60% หยุดลงพื้นที่หาเสียง เนื่องจากผู้สมัครจากพรรคใหญ่กว้านรายชื่อชาวบ้าน โดยมีแกนนำซึ่งเป็นคนของภาครัฐ ลงมาดำเนินการคัดลอกชื่อตามทะเบียนบ้านด้วยตัวเอง
ทีมงานผู้สมัครรายหนึ่ง เปิดเผยว่า พวกผมและผู้สมัครทำงานลำบากมาก พวกเราตั้งใจทำงาน เรามีเหมือนคนอื่นทั้งป้ายหาเสียง รถแห่ เดินเคาะประตูบ้าน แต่สู้คนของรัฐที่ถูกกำกับดูแลจากนายระดับพื้นที่ ส่งตรงมาทำงานโดยเฉพาะ เราจะทำได้อย่างไร เมื่อวานนี้ ( 1 กุมภาพันธ์) พวกเรานัดเจอกันทุกเขตพื้นที่ หลายพรรคการเมือง ทำให้เรารู้ว่า บางพรรคลอยแพเรา บางพรรคหลอกเรา บางพรรคให้เราลงมาเพียงเพื่อเป็นตัวล่อของพรรคการเมือง
“พวกเราเลยประกาศพร้อมกันว่าจะหยุดเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการหาเสียง เราสู้ไม่ได้กับกระสุนที่วิ่งว่อน นับจากหลังเลือกตั้งท้องถิ่นจบ เงินก็วิ่งเข้ากระเป๋านายก อบต.ทันที เราไม่โทษ กกต. เค้าทำไม่ทันจริงๆ รู้แต่ไม่มีหลักฐาน พอมีหลักฐานก็จะต้องหาคนร้องอีก มันยุ่งยาก เอาเป็นว่าพวกเราหยุดที่ตัวเราเอง ไว้วันใดปีใดที่ชาติมีความต้องการคนดี คนมีคศักดิ์ศรี พวกเราจะมาสมัคร ส.ส.ใหม่อีกครั้ง ปล่อยให้คนดีที่สุดในเวลานี้ทำงานก่อนก็แล้วกัน”
นายปฎิพัทธ์ เมืองสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 พรรคพลวัตร นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในเขตของผมมี ข้าราชการนามสกุลเดียวกับคนใหญ่แถวภาคอีสาน ส่งตรงลงมา เนื่องจากบางอำเภอในเขตผม มีประชากรจำนวนมากที่มีสิทธิเลือกตั้ง สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานให้ตรงเป้า ประกอบกับผมมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่บางคนถึงกับมีใบสั่งไม่ให้ส่งผมลงสมัครของพรรค จนสุดท้ายผู้สมัครที่ส่งมาแทนผมต้องหยุดหาเสียงเนื่องจากผิด กม.พรบ.เลือกตั้ง ผมจึงมาสมัครอีกพรรค ก็ถูกกดดันจากหัวหน้าพรรคอีก ช่วงแรกก็ดีพอต่อๆไปก็เงียบๆ เพิ่งมาทราบว่า ทางพรรคต้องพึ่งพาคนบ้านใหญ่จึงทำให้ผมเบื่อหน่ายกับระบบการเมืองการเลือกตั้ง ผมไม่โทษประชาชน แต่ผมโทษระบบที่ไม่ถูกต้อง
“วันนี้ต้องหยุด แม้กระทั่งล่าสุด คนของบ้านใหญ่ โทร.มาหาหัวคะแนนของผม ให้ช่วยหาเสียงให้คนของพรรค ซึ่งคนของผมบันทึกทั้งเสียงและภาพไว้ โดยระบุให้จดชื่อคนของตัวเองเอาไว้ แบบนี้จะให้ผมทำอย่างไร ตั้งคำถาม ทั้งภาพและคลิปผมเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว รอว่า ผู้สมัคร ส.ส.คนในรายการนี้จะชนะหรือไม่ สนใจก็ติดต่อผมมา จะให้ผมวิ่งไปหาคงไม่ใช่ธุระ”
ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต สส. ปชป. เปิดเผยว่า แจ้ง กกต.เพื่อทราบ ขั้นตอนการทำงานช่วงโค้งสุดท้าย คือ 1) เตรียมล่ารายชื่อ 2 )ใช้ผู้มีอิทธิพล หรือข้าราชการกังฉิน(เลว) ออกข่มขู่ชาวบ้าน 3)นัดนักเลงหรือหัวคะแนนในท้องถิ่นเป็นจุดๆ 4)ใช้เงินสกปรก(เทา,ดำ) มาทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง(ซื้อเสียง) หัวละ 2,000 บาท คนเป็นหัวคะแนนจดรายชื่อ ได้ต่างหากคนละหมื่นบาท หัวคะแนนระดับตำบลได้ 30,000 บาท เปิดมาถึงขนาดนี้ กกต.จะเข้าใจหรือไม่ ต้องจับตา กกต.ดู

