พิธา บุกนครปฐม-สุพรรณฯ ล้วงคอถิ่นมังกร ปลุกกาส้ม 2 ใบ ล้มบ้านใหญ่สีน้ำเงิน

2.02.26 | 16:52 น.

‘พิธา’ บุกหาเสียงนครปฐม ปลุกกระแส ส้ม 2 ใบกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอยชนะแต่ไม่ได้ตั้งรัฐบาล หวังพลังบริสุทธิ์ทลายกำแพงบ้านใหญ่ ป้ายหน้าบุกสุพรรณฯ ล้วงคอมังกร โหม บรรหารบุรีต้องสีส้ม

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม ทั้ง 6 เขตของพรรคประชาชน หาเสียง

โดยนายพิธากล่าวว่า ตนอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาใช้สิทธิกันเยอะๆ เพื่อลดช่องว่างระหว่างคะแนนบัญชีรายชื่อกับเขต ตอนที่พรรคก้าวไกลตัวเลขบัญชีรายชื่อสูง แต่แบบแบ่งเขตหายไปเกือบหมื่น จึงอยากมาสื่อสารและทำความเข้าใจ ว่าถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกาแค่ใบเดียวไม่พอคงต้องเป็นส้ม 2 ใบ

นายพิธากล่าวต่อว่า เขต 2 ของ จ.นครปฐม ถือเป็นเขตยุทธศาสตร์ ซึ่งน่าลุ้นเมื่อดูจากสถิติแล้วแพ้ไปแค่ 1,700 คะแนน แต่บัญชีรายชื่อชนะไป 20,000 กว่า จึงต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจในช่วงโค้งสุดท้าย การเมืองที่มีการชักจูงให้ประชาชนเลือกส้มใบเดียว ส่วนเขตเป็นอีกใบนึง อาจมีการตอบแทนกันแบบนี้ก็คงต้องคอยระวังและคอยดู

เมื่อถามว่าโค้งสุดท้ายในการหาเสียงของพรรคการเมืองคู่แข่ง พยายามโจมตีพรรคประชาชนมากกว่าชูนโยบาย ทางพรรคจะรับมืออย่างไร เพื่อไม่ให้คู่แข่งได้เปรียบ นายพิธากล่าวว่า ต้องตั้งสติและมีสมาธิกับสิ่งที่เราพยายามจะทำ และต้องเข้าใจว่าไม่มีใครโจมตีคนที่กำลังจะแพ้ เรามาถูกทางแล้วแล้ว ไปในทิศทางที่ดี ถึงได้มีการโจมตีเกิดขึ้นเยอะ การเมืองในอดีตสมัยตนก็เป็นแบบนี้ เราได้คะแนนดีเรากำลังจะชนะแน่นอนว่าการโจมตีก็ต้องมา ซึ่งต้องมีวิธีรับมือ กลับมาที่จุดแข็งของเรา และดำเนินการต่อไป

Advertisement

นายพิธากล่าวต่อว่า ด้านการโจมตี ด้านการมาใช้สิทธิ รวมถึงด้านการบริหาร io ก็ดี สิ่งที่สามารถทำได้คือทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเยอะๆ จึงอยากเชิญชวน กกต.และประชาชนมาตั้งเป้า เพราะปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิ 76% ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิ 80% ทุกปัญหาหายหมด ซึ่งตนกำลังจะขึ้นรถแห่จังหวัดนครปฐมและไปปราศรัยที่จังหวัดสุพรรณบุรี ว่าที่กำลังแบ่งครึ่งใจ มันไม่ใช่ครึ่งๆ เพราะถ้าให้แค่บัญชีรายชื่ออยู่แค่ 100 แต่ 400 คือให้เขตเขาไป ก็จะทำให้ไม่สามารถสร้างรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงได้ ก็ต้องทั้งคู่

ถ้าประชาชนออกมาเยอะเหมือนการแชร์เพจจาก iLaw นับล้านครั้ง ที่ประชาชนโกรธและออกมาแสดงพลัง มาใช้สิทธิกันถล่มทลายไม่ว่าจะโดนโจมตีอย่างไร ไม่ว่าจะโดนแทคติคอย่างไร ซื้อเสียงเท่าไหร่ ตัวส่วนมันมากกว่าเศษ มันสามารถแก้ไขปัญหาได้อยู่ที่ประชาชนเท่านั้น ขอให้มาใช้สิทธิกันเยอะๆ กว่า 80%” นายพิธากล่าว

เมื่อถามว่าในการหาเสียงพื้นที่นครปฐมและสุพรรณบุรีถือเป็นการวัดพลังกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า คงเป็นเรื่องบังเอิญทางการเมือง แต่คิดว่าหลายพื้นที่มีความตื่นรู้ทั้งในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดสุพรรณบุรีที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ประชาชนเป็นเจ้าของอยู่แล้ว

“ขอโหมโรงไว้ก่อนว่าผมจะปราศรัยศักราชใหม่ของสุพรรณบุรี ศักราชใหม่ของสุพรรณบุรี ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดยุคใหม่ของจังหวัดนี้หลังจากที่เป็นสีชมพูมาตั้งแต่ปี 2531 อาจมีเป็นสีแดงอยู่ครั้ง 2 ครั้ง ตอนปี 54 หากดูสถิติมามันก็ 30 กว่าปีแล้ว ผมก็คิดว่ามันน่าจะถึงศักราชใหม่ของพี่น้องชาวสุพรรณบุรีสักที คืนนี้จะเป็นคนที่แนะนำหัวหน้าเท้ง เอาปัญหาเดิมๆ ของคนสุพรรณบุรีและเอาเทคโนโลยีของหัวหน้าเท้งมาใส่และแสดงให้เห็นว่าถ้าคนสุพรรณบุรีเปลี่ยนใจออกมา หน้าตาของสุพรรณบุรี หรือวิสัยทัศน์ของชาวสุพรรณบุรี 8 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร” นายพิธากล่าว

นายพิธากล่าวว่า คิดว่าน่าจะได้เห็นภาพที่แตกต่างไม่ใช่แค่เห็นว่าเวทีไหนคนมาเยอะกว่ากัน คิดว่าคนสุพรรณบุรีไม่น่าจะตื้นเขินขนาดนั้น อยากให้ฟังเนื้อหาว่าใครเป็นแคนดิเดตนายกฯและทำได้ขนาดนี้ ซึ่งตนคิดว่ามีแค่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนคนเดียว

เมื่อถามว่าสนามเลือกตั้งสุพรรณบุรีด้วยนโยบายและตัวแคนดิเดตนายกฯ จะปักธงส้มล้มมังกรสุพรรณได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน “ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเท้ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับธร ขึ้นอยู่กับประชาชนอย่างเดียว” 80% เท่านั้น ตั้งเป้าไปด้วยกันทั้งประเทศ ถ้าจำความรู้สึกแบบเมื่อวานได้ และมาใช้สิทธิเหมือนตอนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ ถ้าร่วมกัน คนไทย 100 คน มาใช้สิทธิ 80 เมื่อไหร่ ทุกปัญหาความกังวลจะหายไปได้ทันที จะกลายเป็นประชาชนล้อมไว้หมดแล้ว รวมถึงการเฝ้าหีบ และดูบัตรเสีย ก็ต้องการประชาชน และอยากขอฝากสื่อมวลชนช่วยให้อธิบายเฟคนิวส์ ชวนคนมาเลือกตั้งให้ได้ 80% และช่วยกันเฝ้าหีบ หากประชาชนช่วยกันได้อะไรก็เกิดขึ้นได้

ส่วนตอนนี้ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง แต่มีกระแสข่าวว่าบางพรรคการเมืองดีลจัดตั้งรัฐบาลและเก้าอี้รัฐมนตรีแล้วนั้น นายพิธากล่าวว่า เขาดูถูกประชาชนมาก เราต้องรอผลการเลือกตั้งและเจตจำนงของประชาชน พรรคการเมืองที่ดีก็ต้องทำตามเจตจำนงของประชาชน ว่าครรลองคลองธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นอย่างไร

“ให้ผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลสอดคล้องกัน ไม่ใช่ผลเลือกตั้งมาแบบนี้ แล้วจะตั้งรัฐบาลแบบนี้และทำให้คนที่ประชาชนเลือกมากที่สุดต้องไปอยู่บอสตันแบบนี้ ปีนี้ไม่เอาแบบนี้แล้วครับ ให้ผมเป็นคนสุดท้าย” นายพิธากล่าว