“ประภัตร” เปิดใจกลางเวทีปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี เผย “เนวิน” โทรฯชวนร่วมงาน ”ภูมิใจไทย“ พร้อมขอให้เห็นใจ เหตุที่ต้องย้ายพรรค เพราะอยากเป็นรัฐบาล-อยากได้มากกว่านโยบาย ห่วงเป็นพรรคต่ำ10 ไม่มีคนชวนร่วมรัฐบาล
เวลา 18.30 น. วันที่ 2 ก.พ. ที่ลานอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร สส.สุพรรณุบรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย กล่าวเปิดเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือการรวมพลังของคนสุพรรณบุรี เพื่อเดินไปด้วยกันในฐานะคนสุพรรณบุรี
โดยขอให้สนับสนุนหมายเลข 37
นายประภัตร กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวสุพรรณบุรีสงสัย และตั้งคำถามมากที่สุด คือเหตุผลในการย้ายพรรค ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนสุพรรณบุรีทุกคน ขอให้ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2518–2519 กว่า 50 ปีก่อน ในยุคของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ขณะนั้นสุพรรณบุรีแทบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีน้ำประปา แต่หลังจากมีผู้แทนจากพรรคชาติไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา บ้านเมืองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี
“วันนี้หากเราต้องการให้บ้านเมืองดีกว่านี้ จำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประชาชนได้เห็นฝีมือการทำงานมาแล้ว” นายประภัตร กล่าว
นายประภัตร กล่าวต่อว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานคู่บุญกับนายบรรหารมากว่า 50 ปี โดยย้อนเหตุการณ์ในปี 2562 หลังการรัฐประหาร พรรคชาติไทยพัฒนาแทบไม่เหลืออะไร มีเพียง 2 หลาน 1 อา คือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา และอีกหนึ่งอาคือตน ขณะนั้นทุกคนไม่แน่ใจว่าจะเดินต่ออย่างไร นาทีสุดท้าย เราทั้ง 3 คนไปหาคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา ทุกคนร้องไห้ ท่านบอกว่าพ่อบรรหารสร้างพรรคไว้ คนสุพรรณบุรีรักพรรค ก็ต้องรักษาพรรคไว้ แม่จึงให้ 2 หลาน 1 อา เดินหน้าต่อ จนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง และได้ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 4 ปี
“เลือกตั้งภายใน 45 วัน ไม่มีใครคาดคิดจะได้ สส.10 คน ตอนนั้นโอกาสดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตั้งรัฐบาล และเชิญผ่าน น.ส.กัญจนา ไม่ว่าพรรคไหนต้องการเป็นรัฐบาล เพราะประสานงานได้ทุกกรมกอง เราอยู่มาได้ 4 ปี ถึงคราวเลือกตั้งอีก เราเดินต่อได้อย่างความเข้มแข็ง แต่ผลเลือกตั้งออกมาได้ 10 คน ส่วนนายวราวุธ เกือบไม่ได้เป็น จึงเป็นบทเรียนสำคัญ” นายประภัตร กล่าว 
นายประภัตร กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งต่อจากนั้นพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ตนรู้จักมาตั้งแต่ปี 2518 ติดต่อผ่าน น.ส.กัญจนา ถามว่าจะมาหรือไม่ คำตอบคือ ไป แต่ไม่ราบรื่น จนถึงปี 2568 ที่มีการเลือกตั้ง ที่พวกเราต้องตัดสินใจต้องไป เพราะเลือกตั้งรอบนี้ อาจได้สส.ไม่เกิน 10 คน เมื่ออาจเป็นแบบนั้นอาจเป็นไปได้ยากที่จะมีใครเชิญร่วมรัฐบาล
“ประชาชนต้องเห็นใจพวกเรา เพราะพวกเราอยากทำงานให้สะดวกมีงบประมาณ ช่วยเหลือปากท้อง จึงตัดสินใจ ผมขอขอบคุณ นายเนวิน ชิดชอบ ที่โทรศัพท์หาผม เรียกผมอา เพราะเคยอยู่พรรคชาติไทยด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ซึ่งนายวราวุธ ก็บอกว่านายอนุทินชวนด้วย ผมบอกว่าหากไม่รังเกียจพร้อมไปด้วย สิ่งเหล่านี้ทุกคนไม่ว่าใครอยากเป็นรัฐบาล เรามองเห็นชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ เป็นนายกฯ หากท่านเป็นผมจะไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ตัดสินใจครั้งนี้เพื่อคนสุพรรณบุรี เราต้องอดทน จึงมาช่วยและร่วมงานกับนายอนุทิน และต้องการไปมาากกว่านโยบาย” นายประภัตร กล่าว


