มดแดง โต้กระแสสังคม ยังไม่แตกคอกับ ‘มดดำ’ หลังลงพื้นที่ช่วย ‘โจ๊ะ’ ผู้สมัครต่างสีหาเสียงในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ยัน ‘ตันเจริญ’ เหนียวแน่นไม่มีรอยปริ บอกการเมืองเป็นเรื่องเล็กแม้เห็นต่างทางความคิด ย้ำเป็นการตัดสินใจแบบเฉพาะตัวในการก้าวเดินออกมาจากบ้านหลังคาแดงสู่ชายคาส้ม
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายศุกติชา ตันเจริญ หรือมดแดง ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ฉะเชิงเทรา หมายเลข 5 จากพรรคประชาชน บุตรชายคนโตของนายพิเชษฐ์ ตันเจริญ อดีต รมช.พาณิชย์และอดีต ส.ส. 2 สมัย กล่าวถึงกรณีถูกกระแสสังคมมองว่าเกิดความแตกแยกกันภายในตระกูลตันเจริญ หลังจาก “มดดำ” คชาภา ตันเจริญ พิธีกรชื่อดังและเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย บุตรชายคนโตของนายสุชาติ ตันเจริญ อดีต ส.ส. 12 สมัย เดินทางลงพื้นที่ช่วยนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ หรือโจ๊ะ บุตรชายคนเล็กของนายสมชัย อัศวชัยโสภณ อดีตนายก อบจ.และอดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา 2 สมัยผู้สมัครหมายเลข 3 เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคเพื่อไทย หาเสียงเมื่อหลายวันก่อนในเขตเลือกตั้งเดียวกัน พร้อมกับกล่าวยืนยันในการให้การสนับสนุนบนเวทีปราศรัย จนทำให้ฐานคะแนนของคนบ้าน “ตันเจริญ” เกิดความสับสนว่า “จะเลือกใครดี” หรือ “ตันเจริญ” เลือดต้องข้นกว่าน้ำ ยืนยันว่า ในความเป็นพี่เป็นน้องเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน
นายศุกติชากล่าวว่า เรื่องการเมืองเป็นเพียงเรื่องเห็นต่างกันเพียงเล็กน้อย และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตนเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาชน ส่วนมดดำเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ต่อให้มีความคิดทางการเมืองไปคนละแนวทาง คนละแบบ คนละพรรคการเมืองก็ตาม ด้วยความเป็นพี่เป็นน้องเลือดยังต้องข้นกว่าน้ำอยู่แล้ว หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าหากขึ้นชื่อว่ามีมดแดงแล้วมดดำก็ต้องมาคู่กัน นับตั้งแต่เกิดมาก็ได้เจอกันกับมดดำอยู่ก่อนแล้ว เพราะมดดำเกิดก่อน แม้จะอยู่ในวัยเดียวกันแต่ห่างกัน 2 เดือน และก็ได้อยู่คู่กันมาเป็นมดดำมดแดงมาโดยตลอด

นายศุกติชากล่าวอีกว่า จนเราเติบโตกันขึ้นมา มีครอบครัว ต่างคนต่างเดินไปในแนวทางตามความชอบและทิศทางของตน อย่างมดดำเขาก็ไปเข้าสู่วงการบันเทิง ส่วนตนมีความชอบฝักใฝ่ทางการเมืองและเลือกเดินในทางการเมืองของตน แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน
“มดดำกับมดแดงยังไงก็ยังต้องคู่กันอยู่เสมอ ไม่รู้สึกน้อยใจที่เห็นมดดำไปช่วยอีกฝ่ายหนึ่งหาเสียง เพราะแต่ละคนมีหน้าที่ของตน ผมก็มีหน้าที่ของผม มดดำก็มีหน้าที่ของมดดำ และทุกคนก็ทำหน้าที่ของตนเอง ไม่ได้มีความน้อยใจอะไร และยังมีความเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่เหมือนเดิม” นายศุกติชากล่าว
นายศุกติชากล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมายังมีการไถ่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบ มดดำเองก็ยังคงเป็นห่วงตนอยู่ในทุกวัน และต่างคนต่างเป็นห่วงกันอยู่ มีการโทรศัพท์พูดคุยกัน และเมื่อไปพบเจอกันก็ยังทักทายกันเหมือนเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง สาเหตุที่แยกกันไปอยู่คนละพรรคทางการเมืองเป็นที่ตัวของตน เพราะด้วยบ้านตันเจริญอาจจะบอกกันได้ว่าเป็นหลังคาสีแดง แต่ตนเลือกเดินออกมาจากบ้านเอง เข้ามาเดินภายใต้บ้านหลังคาสีส้ม และไม่ได้มีประเด็นอะไรที่จะมาทำให้เกิดความรู้สึก หรือเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นในครอบครัวและพี่น้องในบ้าน

นายศุกติชาเผยอีกว่า เป็นการเดินบนเส้นทางการเมืองด้วยตนเอง ไม่ได้มีใครมาปูพรมไว้ให้เดิน จึงเป็นเส้นทางที่เป็นคนเลือกเดินเข้ามาด้วยตนเอง ไม่ได้ทำให้ใครต้องมาคิดเล็กคิดน้อย หรือมากังวลในทางที่ตนได้เลือกเองแล้ว และผ่านการคัดสรรจากกระบวนการของพรรคด้วยตนเอง ให้ได้มาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อเข้ามาทำงานด้วยอุดมการณ์ความเชื่อ ด้วยความรัก และความมุ่งมั่นในการที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางมาร่วมกันกับพรรคประชาชน จึงอยากจะบอกว่าไม่ว่าจะทำงานการเมืองบนเส้นทางไหน หรือจะสังกัดอยู่กับพรรคสีอะไรก็ตาม สำหรับคนตันเจริญแล้ว นับแต่รุ่นปู่ย่า อาและพ่อ รวมถึงน้องชายและมดดำ เรามีความรับรู้ได้ถึงความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะใน จ.ฉะเชิงเทรา ทุกคนมีความหวังดีและตั้งใจที่อยากจะทำเพื่อชุมชน ทำเพื่อ จ.ฉะเชิงเทราของเรา โดยเฉพาะในวันที่เราจะสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้
นายศุกติชากล่าวว่า เราจะทำทุกวิถีทางในการได้มาเป็นตัวแทนให้ประชาชน และเป็นความหวังดีที่ถูกส่งต่อกันมานับตั้งแต่รุ่นปู่ย่า อาและพ่อ จนมาถึงรุ่นของตนที่ยังมีความปรารถนาดีและมีความหวังดี อยากจะเห็น จ.ฉะเชิงเทรา มีการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของพ่อแม่พี่น้องทุกคนให้ดีขึ้น ถือเป็นความตั้งใจของพวกเราจริงๆ

“ทุกวันที่ออกเดินหาคะแนน หาเสียงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เป็นการออกเดินด้วยความหวัง หวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่ในจังหวัดและประเทศของเรา และยังหวังไว้ว่าจะเห็นคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้นจากการได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในทุกๆ วัน” นายศุกติชากล่าว

