‘จุลพันธ์’ จี้ กกต.ทบทวนการทำงาน หลังเลือกตั้งล่วงหน้าพบข้อบกพร่องหลายจุด หวั่นกระทบความเชื่อมั่นประชาชน ชี้ทุกพรรคเสียหาย-สังคมคือผู้รับเคราะห์ ด้าน ‘ชูศักดิ์’ แนะ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ลั่น เป็นเรื่องไม่น่าเกิดสำหรับมืออาชีพ
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ จ.อุบลราชธานี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าพบข้อบกพร่องหลายอย่างมองว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรทำอะไรมากกว่านี้หรือไม่ ว่า ประเด็นนี้เป็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจริง ทาง กกต.ควรต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง เพราะความผิดพลาดในเรื่องปิดป้ายเบอร์ผู้สมัคร เกิดกับผู้สมัครหลายพรรคการเมือง รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เราได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้มีการแก้ไขได้ถูกต้อง
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องซื้อสิทธิขายเสียงตอนนี้ในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง ทางพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินหน้าการเมืองที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่ในวันนี้ กกต.ต้องออกมาแสดงออก ต้องปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบในการตรวจจับ ประพฤติผิดมิชอบให้เข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ และสังคมรอฟังหลายเรื่อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการแจ้งออกมาว่า มีการแลกธนบัตรแบงก์ย่อย 200-300 ล้านบาท เรื่องนี้วันนี้ถึงไหนแล้ว จึงเรียกร้องไปยัง กกต. ให้มีความชัดเจนเรื่องนี้
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต หรือมีนัยอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตรงจุดนี้คงไม่ไปกล่าวโทษว่า สุจริตหรือไม่สุจริต เพียงแต่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของ กกต. ที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน ซึ่งทุกพรรคการเมืองได้รับผลกระทบหมดในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคที่บัตรเบอร์หายหรือไม่ก็ตาม และพรรคเพื่อไทยก็มีใบปิดเบอร์ของผู้สมัครหายเช่นเดียวกัน ฉะนั้น สังคมไทยต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย
เมื่อถามถึง กรณีบางพรรคการเมืองจี้ให้ กกต.ลาออก เพราะไม่ใช่ไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้ง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ท่านต้องทบทวนตัวเองในเรื่องการทำงาน ซึ่งการลาออกขณะนี้คงไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม คงต้องให้การเลือกตั้งเดินหน้าเสร็จสิ้นก่อน
ถามต่อว่า ความบกพร่องแบบนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า โดยหลักถ้าตนเป็น กกต. ตนต้องคิดว่า ควรต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุผลความบกพร่องทั้งหลายเกิดจากอะไร เป็นความบกพร่องโดยประมาทเลินเล่อ หรือมีเจตนาต่างๆ ซึ่งข้อสังเกตของตนคือ เรื่องนี้จะมีผลเป็นรูปธรรมต่อเมื่ออีกขั้นหนึ่งคือ การที่ประชาชนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วคะแนนจะส่งไปที่จังหวัดต่างๆ โดยผนึกซองไว้ ตอนนั้นจะรู้ว่าท้ายที่สุดว่าคะแนนจะไปตามนั้นหรือไม่
“ถ้าเป็นผมแนะนำ กกต.ว่า ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หาความจริงให้เป็นที่ยุติ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจว่าบกพร่องอย่างไร แต่แน่นอนที่สุดเขารับแล้วว่าบกพร่อง ผมฟังดูจากข่าวคิดว่าไม่ได้บกพร่องธรรมดาเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดสำหรับมืออาชีพ” นายชูศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีคนไปร้องจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายชูศักดิ์กล่าวว่า สุดแต่ดุลพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อก่อนนี้มีการนำหลายเรื่องรวมกันแล้วไปร้อง ทำให้วินิจฉัยออกมาว่าไม่สุจริต ครั้งนี้บริบทต่างกัน

