ปิยบุตร พาคาราวาน นายฮ้อยทมิฬ ลงพื้นที่ ลั่น เปลี่ยน หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม
หนองบัวลำภู-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณลานหอสองนาง ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ขบวนคาราวาน “นายฮ้อยทมิฬ” พรรคประชาชน นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และคณะ นายฮ้อยทมิฬ ได้นำรถแห่เครื่องเสียงของพรรค เดินทางมาจัดกิจกรรมรณรงค์หาเสียงในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ให้กับ นายกฤษณโชติ (ยะ) เทศแก้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 1 เบอร์ 4 นายนิติภูมิ (โบว์ลิ่ง) ติวทอง ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 2 เบอร์ 4 และ น.ส.ธนกนกอร แสนคำ ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 เบอร์ 3

โดยก่อนที่ นายปิยบุตรจะเดินทางมาถึง ได้มี นายคณิศร ขุริรัง อดีตผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานีของพรรคก้าวหน้า ซึ่งเป็นแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงในพื้นที่อีสานตอนบน ได้ทำการปราศรัยพบกับประชาชนที่ให้ความสนใจมาคอยรับฟังนโยบายของพรรคประชาชน โดยประเด็นการอภิปราย ได้มีการพูดถึง การทุจริต การปราบปรามอาชญากรรมและทุจริต ปัญหาคอร์รัปชั่น โดยยกตัวอย่างกรณีงบประมาณก่อสร้างอาคาร สตง. และปัญหาอาชญากรรมสมัยใหม่ เช่น เงินนอกระบบ หรือเงินสีเทา สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ และปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาด พร้อมทั้งให้สัญญายืนยันว่าหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการกวาดล้างปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป

ส่วน นโยบายทางด้าน เศรษฐกิจ ได้นำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องที่ปรับให้เข้ากับบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีรณรงค์ให้เลือกทั้ง แบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ทั้ง 2 ใน และยังได้ขอให้ ได้ให้การเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกด้วย
จากนั้น นายกฤษณโชติได้แนะนำตัวเอง ประวัติส่วนตัวและพูดถึงการมาลงสมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู และยังได้กล่าว วิจารณ์การทำงานของ ส.ส. กลุ่มเดิมหรือตระกูลการเมืองเดิมในพื้นที่ว่าไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร และมีพฤติกรรม “อยู่แต่กรุงเทพฯ” ไม่ลงพื้นที่มาสัมผัสปัญหาของพี่น้องประชาชน หากเลือกตนเองจะช่วยเรื่องรายได้ตัวหัวของประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้ดีขึ้น และเน้นย้ำเรื่องรายได้เกษตรกรและประชาชนในจังหวัดที่ตกต่ำ และปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา แนะนำตัวในฐานะคนรุ่นใหม่และขอโอกาสให้พรรคประชาชนเข้าไปบริหารประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงจังหวัด
จากนั้นเวลา 09.20 น. นายปิยบุตรเดินทางมาถึง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ที่มาคอยฟังการปราศรัยของพรรคประชาชนกว่า 300 คน ต่างได้หันไปหาและปรบมือต้อนรับ นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง นำพวงมาลัยขนม ดอกกุหลาบมามอบให้ ขอถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคึกคัก จนทางด้านนายปิยบุตรขอให้หยุดก่อน เพื่อจะได้พบปะชี้แจงนโยบายให้กับพี่น้องประชาชนก่อน

นายปิยบุตรกล่าวว่า แม้ว่าจะมา ช่วงเวลาทำงาน ประชาชนก็มาร่วมรับฟังกัน เราคาดหวังว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ จะได้ผู้แทนราษฎรที่นี่ พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่จะเปลี่ยนผู้แทนราษฎร เปลี่ยนรัฐบาล และเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
นายปิยบุตรได้กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะขอ 3 การเปลี่ยนแปลง คือ หนึ่งเปลี่ยนแปลงผู้แทนราษฎร สนับสนุนให้เลือกคนใหม่ที่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน แทนกลุ่มขั้วอำนาจเดิมที่ บางทีก็ย้ายพรรคออกไปอยู่พรรคใหม่ พอได้เป็น ส.ส.แล้วก็กลับมารวมกันอีก คนที่เคยเป็น รัฐมนตรีเมื่อปี 2562 และ 2566 ก็จะเป็นคนเดิมอีก สองเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งทางพรรคยืนยันความพร้อมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพียงขั้วเดียว ไม่ร่วมกับขั้วอำนาจเดิม หากได้รับการสนับสนุน 250 เสียงขึ้นไป เราต้องชนะให้มากที่สุดถ้าเราได้ถึง 250 เราจบเกม ปิดเกมได้ทันที หรือทิ้งห่างพรรคอันดับสอง อันดับสามให้มาก พรรคเหล่านั้นจะได้เกิดความรู้สึกอายในการจัดตั้งรัฐบาล จะได้บอกว่า อย่าไปแย่งเขาเลย
“ดังนั้นต้องไปให้ขาดแล้วเขาจะได้นั่งเฉยๆ แล้วรอเราไปชวนเองว่าจะให้ใครมาร่วมรัฐบาลกับเราดังนั้นขออำนาจพี่น้องประชาชนคนหนองบัวลำภูสามเปลี่ยนด้วยกัน และสามเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ ชูเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อวางรากฐานประชาธิปไตยใหม่ หาก ประชาชนมีประชามติ 15 ล้านเสียง 30 ล้านเสียงทั่วประเทศไทย บอกว่าเห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คราวนี้แหละ ส.ว.คนไหน หน้าไหนก็มาขวางเราไม่ได้” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตรกล่าวว่า ให้ประชาชนเลิกเลือก คนเดิม พรรคเดิม ที่ประกอบด้วยหลายขั้วผลประโยชน์กลุ่มการเมืองเก่า แต่ให้เลือกขั้ว อนาคต คือ พรรคประชาชนเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย จากที่ จังหวัดหนองบัวลำภู จากเดิมคือ พรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้ พรรคประชาชนขอให้หนองบัวลำภู เป็นพรรคประชาชนทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง จากเป็นหนองบัวลำภูแดงให้เป็นหนองบัวลำภูส้ม
นอกจากนั้น นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ตอนนี้เราได้จัดขบวนหาเสียง “นายฮ้อยทมิฬ” ออกเดินทางแบ่งเป็น 8 สาย อีสานมา 2 สายคือ อีสานเหนือและอีสานใต้ ให้ครบทั้งหมดภายใน 7 วัน เราออกเดินทางวันที่ 30 มกราคม 2569 และจะให้แล้วเสร็จครบทุกพื้นที่ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 วันนี้ เราได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เราเป็นพรรคการเมืองที่เข้าหาประชาชน ไม่ได้ไปเกณฑ์ประชาชนมารับฟังเหมือนพรรคการเมืองใหญ่ๆ บางพรรค คาราวานเราจะไปเข้าหาชาวบ้าน ขบวนบางทีก็มีชาวบ้านโบกรถทักทาย ซึ่งเป็นการเมืองที่มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม บางครั้งก็ได้รับผลไม้ส้มจากพี่น้องประชาชน การเมืองของประชาชน คนส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ ไม่ใช่การเมืองของชนชาติชั้นนำ ที่นั่งในอยู่สำนักงาน ในห้องแอร์ บนหอคอยงาช้างแล้วทีนี้สั่งแต่พวกเรา แต่ของเราขบวนคาราวานเราเดินทางไปหาพี่น้องประชาชน นี่คือพรรคประชาชนของเรา

