พิพัฒน์ ยัน ดิสนีย์แลนด์ ไม่ใช่ไอเดียช่วงหาเสียง ชี้จำเป็นต้องมีแหล่งท่องเที่ยว ดึงต่างชาติเข้าไทยเพิ่ม
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงดึง Disneyland Thailand มาดำเนินการว่าอาจเป็นไปไม่ได้ ว่า ประเทศไทยยังขาดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) เพื่อใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมาใช้แต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อหารายได้เท่านั้น
ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแหล่งท่องเที่ยวลักษณะนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะสิงคโปร์ แม้จะมีพื้นที่และทรัพยากรจำกัด แต่สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น จนดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล ทั้งนี้ หากสามารถดึงดิสนีย์เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ จะถือเป็นดิสนีย์แลนด์ แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าว นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้คิดในช่วงหาเสียงนี้ แต่ผ่านการคิดมาตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้มีการหารือร่วมกับผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยให้โครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ได้ก่อสร้างให้สำเร็จ
เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถก่อสร้างได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ซึ่งเอกชนระบุว่า ยังไม่มีแหล่งท่องเที่ยวและจุดความคุ้มค่าในการลงทุน ฉะนั้นเมื่อตนเองมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ผลักดันเรื่องนี้ต่อ ทั้งนี้ได้มีการเตรียมพื้นที่จำนวน 5,000 ไร่ บริเวณ EEC เพื่อเตรียมสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกอบด้วยโครงการดิสนีย์แลนด์ จำนวน 3,000 ไร่ อินดอร์สเตเดียม 80,000 ที่นั่ง และห้องประชุมไมซ์ 5,000 ที่นั่ง ศูนย์การค้าช้อปปิ้งมอลล์
นายพิพัฒน์กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง หากตนได้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม จะเดินหน้าโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน โดยมั่นใจว่าเมื่อมีโครงการที่ดี จะมีนักลงทุนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งขณะนี้มีทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากตะวันออกกลางแสดงความสนใจ ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เป็นผู้ลงทุน แต่มีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกด้านที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนร่างแรก
นายพิพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา (sport tourism) อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่มีกาสิโนอย่างแน่นอน เนื่องจากเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไม่จำเป็นต้องพึ่งกาสิโนก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายได้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากโครงการเดินหน้า จะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนอย่างแน่นอน

