เพื่อไทย จ่อร้องกกต. สอบเอาผิดปมร้อน คลิปเสียงเมืองกาญจน์ ชูศักดิ์ ชี้ พิสูจน์ไม่ยากเสียงใคร

3.02.26 | 18:06 น.

พท.จ่อร้อง กกต.สอบสวนเอาผิดปมร้อนคลิปเสียงเมืองกาญจน์ ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ฟาก “พนม-สจ.” ผู้สมัคร สส.เมืองกาญจน์ฯ เขต 5 เพื่อไทย นัดแถลงสื่อ 5 ก.พ.นี้ ”ชูศักดิ์“ มั่นใจถามใครร้อยทั้งร้อยก็รู้ว่าเสียงใคร

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ตลาดเจริญศรี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวกรณีปรากฏภาพการซื้อเสียงเลือกตั้งที่จังหวัดกาญจนบุรี และกรณีปรากฏคลิปเสียงหลุดออกมาว่า เรื่องของคลิปเสียงเราทราบดีและได้ฟังกันแล้วว่าข้อความเป็นอย่างไร ซึ่งโดยรวมนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ได้ไปลงบันทึกประจำวันว่าไม่ใช่เสียงของเขา และบอกว่าจะเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ฟังดูแล้วโดยสรุปการจะพิสูจน์ว่าเป็นเสียงของนายศักดิ์ดาจริงหรือไม่ ในความเห็นของตนคิดว่าไม่ยากเลย เพราะรู้จักนายศักดิ์ดามาช้านาน เข้าใจว่าผู้สื่อข่าวเองก็ได้ยินตอนที่นายศักดิ์ดาให้สัมภาษณ์พูดจา และหากไปถามใครสัก 100 คนว่าไม่ใช่เสียงนายศักดิ์ดามีไหม ก็อาจจะไม่มีใครตอบแบบนั้น

นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นข้อยุติเราฟังดูแล้วมีความเห็นโดยรวมว่ามันค่อนข้างจะหมิ่นเหม่ ผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง บางคำพูดให้ฟังดูดีๆ ดูจะเป็นคำพูดที่ไม่ควรไม่เหมาะสม ซึ่งตีความดูว่าเป็นอย่างไร เช่น ไม่เอาพรรคแดง ขณะที่ นายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย และ ส.จ.ที่อยู่ในคลิปเสียงก็ได้คุยกันแล้วว่าเสียหายมาก เพราะบอกว่าถ้าเลือกนายพนมก็เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเข้าใจว่านายพนมยินดีที่จะมาแถลงที่พรรคเพื่อไทยในเช้าวันที่ 5 ก.พ. เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคลิปซื้อเสียงและเรื่องของการข่มขู่ราษฎรนั้น เข้าใจว่านายพนม โพธิ์แก้ว จะนำชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนนำพยานหลักฐานที่ได้มามาร้อง กกต.จังหวัดในวันที่ 4 ก.พ. แต่เรื่องสำคัญคือเมื่อมีการแถลงข่าวพรรคเพื่อไทยแล้ว จะประมวลสรุปเรื่องและนำไปร้องที่ กกต.ใหญ่ว่าการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าแม้นายศักดิ์ดาจะปฏิเสธแต่เสียงคล้ายกับนายศักดิ์ดาซึ่งเป็นคู่แข่งในพื้นที่ด้วย จะมีผลอะไรหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า แน่นอน การพิสูจน์ว่าเป็นเสียงของเขาจริงหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนคิดว่าพิสูจน์ไม่ยากเลย แต่ข้อความที่พูดมันเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ใครเสียหายบ้างก็ชัดเจน ซึ่งกฎหมายระบุว่าทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนในฐานะที่พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย ก็จะมีการดำเนินการในนามพรรคด้วยควบคู่ไปกับนายพนม ที่ได้มอบได้รับมอบอำนาจให้ไปดำเนินการร้องกับ กกต.ให้สอบสวน