ชัยชนะ ช่วย แม่ต้อย หาเสียงโค้งสุดท้าย มั่นใจปชป.กวาด สส.ใต้มากสุด หลัง พิพัฒน์ บอกนับวันยิ่งลด
วันที่ 4 ก.พ.ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ลงพื้นที่ช่วยนางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัคร สส. เขต 4 นครศรีธรรมราช เบอร์ 5 โดยนางกนกพร มั่นใจว่าจะสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ จากที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมานาน โดยเฉพาะงานด้านสตรีและเคยเป็นอดีตนายกอบจ.มาก่อน
โดยนายชัยชนะ กล่าวถึงการประเมินเก้าอี้ที่นั่ง สส.ภาคใต้ ในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ต้องยอมรับว่าสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ การกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ สามารถทำให้พรรคฯได้รับคะแนนนิยมในพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ซึ่งจากการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็เคยถูกแบ่งไปให้คนอื่น และสิ่งที่ชัดเจนคือ เราไม่ได้เห็นอะไรในพื้นที่ภาคใต้ที่พัฒนาดีขึ้น และจากที่ตนได้ลงพื้นที่กับหัวหน้าพรรคฯ ทุกจังหวัดเราได้รับความไว้วางใจ และการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี
“เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจน ว่าจะเป็นการสร้างการเมืองสุจริต การเมืองสีขาว หรือเป็นการเมืองทุจริตที่มุ่งหวัง ในการหาเสียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นจะเห็นได้จากการเปิดวิธีปราศรัยทั้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง และตรัง ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายเหลือเวลาอีกประมาณ 4 วัน จะถึงวันเลือกตั้ง ในฐานะที่ผมเป็นรองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่ภาคใต้ ผมเชื่อว่าภาคใต้จะกลับมาได้เยอะกว่าเดิม และเชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะได้สส.ในพื้นที่มากกว่า 25 ที่นั่ง”นายชัยชนะ กล่าว
เมื่อถามว่าในพื้นที่ภาคใต้เป็นการสู้กันระหว่างพรรคสีน้ำเงิน สีฟ้า และสีส้ม คิดว่าช่วงโค้งสุดท้าย พรรคสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลในขณะนี้ จะมีนโยบายอะไรมาดึงกระแสกลับ นายชัยชนะกล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้ประชาชน 100% ตัดสินใจแล้วประมาณ 95% เหลืออีกเพียง 5% ซึ่งคิดว่าการตัดสินใจของประชาชน มีความชัดเจนตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ที่สำคัญแม้ว่าจะเป็นช่วงโค้งสุดท้าย มีการเอาเงินมาลงพื้นที่ภาคใต้มากมาย ก็เชื่อได้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจคนได้แล้ว
“ผมจึงอยากให้ประชาชนทุกคนทั้งในพื้นที่ภาคใต้และทั่วประเทศ ต้องให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และให้โอกาสนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และการหาว่า 30 ปีทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ก็ต้องบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นรัฐบาล แค่ 4 ปีกว่าในช่วงเวลา 30 ปี เชื่อว่าสิ่งที่ได้ทำนั้นคนใต้ทราบดีว่าประชาธิปัตย์ได้ทำอะไรให้พื้นที่ภาคใต้บ้าง ดังนั้นวันที่ 8 ก.พ.นี้จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าประชาชนคิดอย่างไร“นายชัยชนะ กล่าว
ส่วนวาทกรรม “สมบัติพ่อเฒ่า” ในฐานะที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้จะทำอย่างไร ให้คนรู้สึกว่าประชาธิปัตย์คือสมบัติจริงๆ นายชัยชนะกล่าวว่า คำพูดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนักการเมือง แต่เกิดจากประชาชน คิดว่ากระแสตรงนี้ปิดไปแล้ว และคนก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ตนมั่นใจว่าความรู้สึกที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคของคนใต้ หรือเป็นสมบัติของเขา ก็มีความชัดเจนจากการออกมาฟังการปราศรัย และการตอบรับของคนในพื้นที่ก็ชัดเจน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า นับวันสส.ของพรรคประชาธิปัตย์จะยิ่งลดลง นายชัยชนะ กล่าวว่า ต้องไปถามนายพิพัฒน์ เพราะเป็นคนพูด ตนยอมรับว่าสส.พรรคประชาธิปัตย์ มีจำนวนลดลง แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มากกว่าพรรคภูมิใจไทยทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ชัดเจน ตนก็นั่งฟังที่นายพิพัฒน์ บอกว่าจะได้ 30 ที่นั่ง ตนคิดว่าทั้งตนและนายพิพัฒน์มี 1 เสียงเท่ากัน แต่คนตัดสินใจก็คือ ประชาชนทั้ง 7 ล้านกว่าคน ที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง เป็นผู้ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นจะไปพูดว่าพรรคโน้นได้น้อย ได้เยอะ ขอให้รอวันที่ 8 ก.พ.ดีกว่า ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
”ถ้าประชาธิปัตย์ ได้มาแลนสไลด์ในภาคใต้ ก็ต้องยอมรับ และเป็นนักกีฬา เวลาผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ และขออย่ามีข้ออ้าง ถ้าวันหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จ ผมอยู่ในการเมืองมา 10 กว่าปี ผมยอมรับผลที่เกิด วันนี้เรารู้ว่าสู้กับอะไร แต่เชื่อมั่นและศรัทธาในประชาชนที่มีให้กับเรา ผมคิดว่ามือของประชาชน เป็นอำนาจประชาธิปไตยโดยตรง ประชาชนจะเลือกใครไปบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องคิดพิจารณาให้ดี เพราะฉะนั้นผมมีความมั่นใจ ว่าประชาธิปัตย์ ได้เยอะกว่าเดิม และได้เยอะที่สุดในภาคใต้“นายชัยชนะ กล่าว

