เท้ง ขออุดรฯกาส้ม 2 ใบ ยกจังหวัด 10 เขต พร้อมเป็นรบ.ประชาชน ทำเพื่อทุกคนไม่แบ่งขั้ว แบ่งสี

4.02.26 | 22:42 น.

‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ปราศรัยอุดรธานี ประกาศความพร้อมรัฐบาลประชาชน พร้อมทำงานเพื่อทุกคน ไม่แบ่งฝั่งฝ่าย ขอชาวอุดรฯเลือกพรรคส้มยกจังหวัด ใช้เวลา 4 วันสุดท้ายเชิญชวนทุกคนกาพรรคส้ม 2 ใบ ร่วมตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ลานสังคีตศาลา หนองประจักษ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี คาราวานพรรคประชาชนจัดปราศรัยใหญ่ นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 10 เขต สลับกันขึ้นปราศรัยบนเวที โดยมีพี่น้องประชาชน กลุ่มแฟนคลับ เดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัย ประมาณ 4,000 คน

บรรยากาศในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การปราศรัยบนเวทีมีเสียงปรบมือ เสียงเชียร์อยู่เป็นระยะ การปราศรัยเน้นการเชิญชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งกล่าวถึงการทำงานขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตให้ยึดโยงกับประชาชน ก่อนจะพูดผนวกปิดท้ายถึงหลักการและเหตุผลในการการลงประชามติในครั้งนี้ โดยหลังจากที่การปราศรัยและการแนะนำผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 10 เขต ได้มีการถ่ายรูปรวมกันจากบนเวที มีการเปิดแฟลชมือถือ แสดงสัญลักษณ์เป็นทะเลดาว ก่อนเก็บภาพร่วมกันอย่างสนุกสนาน

นายปิยบุตรกล่าวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันประวัติศาสตร์ที่จะชี้ชะตาประเทศไทยว่าอีก 4 ปี 8 ปี หรือ 12 ปีข้างหน้า สังคมของเราจะเป็นอย่างไร หากได้รัฐบาลที่นำโดยพรรคการเมืองหนึ่งกับอีกพรรคการเมืองหนึ่ง จะแตกต่างกันอย่างไรบรรดานักการเมืองเกจิอาจารย์กูรูผู้อาวุโสวิเคราะห์กันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้กันของการเมืองแบบ 3 ก๊ก คือ 3 พรรคใหญ่ ประกอบด้วย สีส้ม สีแดง และสีน้ำเงิน ที่ต่อสู้กันว่าใครจะได้ที่หนึ่งและจะตั้งรัฐบาลกันอย่างไร คาดคะเนกันว่าต้องมี 2 ใน 3 ไปตั้งรัฐบาลด้วยกัน และอีกหนึ่งถูกเตะไปเป็นฝ่ายค้าน

นายปิยบุตรกล่าวว่า การมองการเมืองเป็นสามก๊กเป็นการมองเพียงตัวเลขที่นั่ง ส.ส. ดูความเป็นไปได้ว่าแต่ละพรรคจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ เป็นการประเมินแบบหยาบๆ ขอชวนพี่น้องประชาชนพิจารณาให้ลึกซึ้งไปกว่านั้นถึงธาตุแท้คุณลักษณะว่าการเมืองของประเทศไทยตอนนี้เป็นการประลองกำลังกันระหว่างการเมืองสองขั้ว ขั้ว ที่หนึ่งคือขั้วแห่งอดีต แบบเก่า แบบเดิม กับอีกขั้วหนึ่งคือขั้วแห่งอนาคต แบบใหม่ ดังนั้น ไม่ใช่สามก๊กแต่เป็นเก่ากับใหม่ อดีตกับอนาคต

Advertisement

ด้านนายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้รู้สึกว่าชาวอุดรฯมีความพร้อมที่จะกาเพื่อเปลี่ยน 8 กุมภาพันธ์นี้ เราเข้าคูหา 2 รอบ รอบแรกมีบัตร 2 ใบ กาพรรคส้มสองใบ เข้าคูหาครั้งที่สอง บัตรสีเหลือง กาเห็นชอบเพื่อเปิดทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีกว่านี้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2560 ประชาชนไม่สามารถเข้าชื่อเพื่อริเริ่มการถอดถอน กกต.ได้ ดังนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบองค์กรอิสระมากขึ้น

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนมีความพร้อม คือพร้อมเรื่องจุดยืน ความมั่นคงในอุดมการณ์ เราไม่กลับไปกลับมา ความเป็นผู้แทนราษฎรคือคุณต้องหลังตรง เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน ที่มาที่ไปของเรามาจากประชาชน ไม่มีผลประโยชน์ซับซ้อน ความพร้อมอย่างที่สองคือตอนนี้มีเพียงพรรคการเมืองเดียวในประเทศที่เปิดตัวทีมบริหารครบ ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ตัวบุคคล แต่หมายถึงวิธีการทำงาน แบ่งเป็นทีมทำเนียบและทีมกระทรวง ทุกกระทรวงทำงานข้ามกันได้ ทลายระบบมุ้งและโควต้าทางการเมืองที่นักการเมืองในอดีตเข้าไปแล้วก็แบ่งกระทรวง แบ่งงบประมาณเพื่อหาเงินทอนเอามาใช้ในการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคประชาชนเราไม่ทำแบบนั้น ตอนนี้เราเปิดตัวทีมบริหารไปแล้ว 40 กว่าคน ถ้าได้เป็นรัฐบาลมีมากกว่านี้แน่นอน

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมาพวกเราไม่ได้มาเล่นๆ เราเอาจริงทุกวัน ทุกวินาที ในการทำงานทั้งในสภา นอกสภาและในพื้นที่ เราศึกษานโยบาย เข้าใจกลไกในระบบราชการ เราได้คนเข้ามาร่วมขบวนการกับพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการทำงานอย่างจริงจังและเข้มข้นของพวกเราที่ผ่านมา ทำให้วันนี้พรรคประชาชนเป็นเพียงพรรคเดียวที่มีความพร้อมในทีมบริหารมากที่สุด

นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า สุดท้ายคือความความพร้อมในชุดนโยบาย ที่เรียกกันว่า “พิมพ์เขียวเปลี่ยนประเทศไทย” สร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน กล้าการันตีว่ากว่า 200 นโยบายของพรรคประชาชนไม่มีนโยบายใดที่จะให้ผลประโยชน์แก่คนส่วนน้อย ทุกนโยบายให้ผลประโยชน์กับประชาชนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นทลายทุนผูกขาด ทำค่าไฟถูกลง ประกันสังคมต้องโปร่งใส เงินของผู้ประกันตนถูกใช้จ่ายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ปฏิรูปที่ดินทำให้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในอุดรธานีมีโฉนดเป็นของตัวเอง เก็บภาษีที่ดินรวมแปลงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำหารายได้เข้ารัฐมาทำสวัสดิการถ้วนหน้าให้กับทุกคน

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 4 วัน ขอให้ทุกคนช่วยกันบอกต่อ ทราบดีว่าประชาชนบางส่วนยังรักและผูกพันกับพรรคการเมืองที่เคยโหวตให้ เข้าใจดี ความรักความผูกพันห้ามกันไม่ได้ แต่ถ้ามีโอกาสขอให้ช่วยกันชวนคุยใช้เวลากับคุณพ่อคุณแม่ หรือคนที่ยังรักผูกพันอยู่ ว่า 10 ปีที่ผ่านมาบรรดาพรรคการเมืองที่อยู่ในกระดาน ท่านเลือกมาแล้วทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนหรือไม่ ไม่เปลี่ยนเพราะทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะผลประโยชน์ซับซ้อน เพราะการพูดอย่างทำอย่าง หวังแค่จะได้เป็นรัฐบาล หวังแค่เข้าสภา ตนให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าเรามี ส.ส.อุดรธานีทั้ง 10 เขต เข้าไปโหวตให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ถึงเวลาเมื่อเราเป็นรัฐบาลของประชาชน จะทำเพื่อประชาชนคนทุกกลุ่มทุกสี ไม่มีแบ่งขั้วแบ่งข้างแน่นอน ดังนั้น พวกตนขอโอกาสเพียงแค่ 4 ปีนี้ครั้งเดียว ไม่ว่าที่ผ่านมาคุณจะเคยรักใคร ชอบใคร ผูกพันกับใคร ครั้งนี้ถ้าไม่กาให้กับพรรคประชาชน ฝั่งอนุรักษนิยมเข้ามาแน่นอน

“ผมให้คำสัญญาว่าเราจะเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลง และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการเมืองของประชาชนสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้ทุกคนกลับมามีความหวัง เชื่อในอำนาจปลายปากกาของทุกคนได้ว่า 4 ปีเลือกตั้งหนึ่งครั้งมันมีความหมาย เราจะทำให้ลูกหลานที่เกิดมาในอุดรธานีและประเทศไทยต่อจากนี้ เกิดและเติบโตอย่างมีความหวัง เพราะเขาเห็นทิศทางของประเทศไทยที่ดีขึ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนอย่าท้อถอย มุ่งหน้าสู่เส้นชัยไปด้วยกัน ครั้งนี้เส้นชัยอยู่ข้างหน้า อยู่ที่ปลายปากกาของเรา ช่วยกันส่งต่อพลังของประชาชน สร้างรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน 8 กุมภาพันธ์นี้ เข้าคูหากาพรรคประชาชนสองใบและกาเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าให้กับลูกหลานชาวอุดรฯ