เอาใจคนกรุง ปชป.ชูแก้ปัญหากำจัดขยะ ด้วยรถระบบปิด ที่คนกทม.ต้องเผชิญวันละหมื่นตัน ส่งผลกระทบทั้งกลิ่น -ฝุ่นพิษ หนุนกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ พร้อมด้วยนายกิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 21 เขตประเวศ(ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง(เฉพาะแขวงทับช้าง) ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องรถขยะและการจัดการขยะ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงขณะนี้ ความสนใจส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ประเด็นการเมือง ตนอยากย้ำว่าผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ได้เก็บเรื่องปัญหาในพื้นที่ หรือปัญหาในภาพรวมของคนกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งของประเทศ เพื่อเตรียมเข้าทำงานอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค หรือผู้ที่จะเข้าไปเป็น สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่เราให้ผู้สมัคร สส.เขต เก็บประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาของพื้นที่ เพื่อเตรียมการแก้ไขอย่างเต็มที่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเรื่องขยะ นอกจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเทคนิคที่ต้องกำจัดขยะแล้ว แต่สะท้อนถึง 2 ประเด็นที่พรรคฯให้ความสำคัญ คือ เรื่องของการที่จะต้องทำเศรษฐกิจสีเขียว หมายความว่านอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในเรื่องกฎหมาย 3 ฉบับ หรือการบริหารจัดการปัญหาขยะ หรือมลพิษที่ดีขึ้น เรามองเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หมายถึงเรื่องพลังงาน ที่เป็นพลังงานทางเลือกด้วย
“สิ่งที่เป็นตัวสะท้อนอีกประการหนึ่ง คือ แนวคิดของพรรคฯ สนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจอย่างเต็มที่ ในขณะที่ผมลงพื้นที่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ก็มีการพูดถึงปัญหาหลายปัญหาของพื้นที่ ในที่สุดแล้วถ้ารอส่วนกลางทำก็ช้าเกินไป หวังพึ่งท้องถิ่นกำลังก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นแนวทางของพรรคฯ จะกระจายอำนาจและให้ท้องถิ่นมีทรัพยากรที่สามารถรวมทรัพยากรเพิ่มเติมขึ้น ไม่เพียงแต่เรื่องของเงินอุดหนุน แต่สามารถที่จะจัดเก็บภาษีหรือกันภาษีไว้ใช้ในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งการมีอำนาจในการระดมทุนในรูปแบบอื่นๆ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การกระจายอำนาจเดินไปข้างหน้าได้อีกหนึ่งก้าวสำคัญ ควบคู่กับการจัดการปัญหาขยะได้ดียิ่งขึ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายสกลธี กล่าวว่า วันนี้ นายกิตพล เป็นตัวแทนของประชาชนในเขตประเวศ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับบ่อขยะของกรุงเทพฯ มาหลาย 10 ปี ซึ่งทางกรุงเทพฯ ก็ได้มีโครงการมาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว ในการที่จะทำโรงงานกำจัดขยะที่เขตประเวศ ซึ่งจะเปิดใช้ในกลางปีนี้ แต่ในภาพรวมของทั้งประเทศ เรื่องระบบการกำจัดขยะยังไม่เข้มแข็ง หรือแข็งแรงเหมือนของกรุงเทพฯ ที่บริหารงานท้องถิ่นด้วยตัวเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เราอยากช่วยอุดหนุนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อจะได้ดูแลเรื่องการกำจัดขยะ และมีผลต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงฝุ่น P.M. 2.5 ด้วย
“ในพื้นที่กรุงเทพฯขณะนี้ ยังใช้การฝังกลบประมาณ 50% ของปริมาณขยะแต่ละวัน ซึ่งไม่ได้มีการพัฒนาที่จะเพิ่มขีดจำกัดในการกำจัดขยะในระบบปิด และสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามได้มีการอนุมัติการฝังกลบเพิ่มสัญญาใหม่ ซึ่งทำให้การที่จะทำระบบกำจัดที่ถูกสุขลักษณะเป็นไปได้ยาก” นายสกลธี กล่าว

ขณะที่นายกิตพล กล่าวว่า ตนเกิดและโตมากับกองขยะ เห็นสภาพปัญหาในการจัดการขยะของคนวันละ 10,000 ตัน กับโรงงานกำจัดขยะทั้ง 3 แห่ง ปัญหาไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศที่ต้องได้รับปัญหากลิ่นขยะ วันนี้แนวทางการจัดการ การทำโรงงานกำจัดขยะระบบปิด ซึ่งครั้งแรกได้ดำเนินการเป็นโครงการนำร่องในเขตหนองแขม เป็นการเผาขยะและผลิตกระแสไฟฟ้า และที่ผ่านมาได้มีการทำโรงงานแห่งที่2 เกิดขึ้นในเขตประเวศ เป็นขนาด 1,000 ตัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นมีข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ เพราะการจัดการขยะของคนกรุงเทพฯ แต่ละปีใช้งบประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท แต่เราจัดเก็บค่าทำเนียมแต่ละปีได้เพียง 400 ล้านบาท
“เราไม่มีเม็ดเงินพอที่จะมาสร้างโรงงานขยะระบบปิด ที่สามารถกำจัดขยะและทำลายขยะให้ชาวกรุงเทพฯ และไม่ให้มีผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่น มลพิษ ฝุ่น P.M. 2.5 เป็นสิ่งที่อยากจะผลักดันในฐานะที่มาสมัครสส.ให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมีการสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่แค่เขตประเวศ รวมถึงเขตรอบๆ ที่ได้รับผลกระทบ เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้มีอะไรให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในฐานะผู้เสียสละเลย”นายกิตพล กล่าว
นายกิตพล กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้พรรคฯ เรามีนโยบายในเรื่องการจัดการ ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เราอยากนำเสนอคือ พรรคฯตั้งใจมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา อาจมองว่าเป็นสิ่งเล็กๆ หรือเป็นปัญหาท้องถิ่น แต่ก็เป็นปัญหาที่ชาวกรุงเทพฯ และคนไทยได้รับผลกระทบตลอดมา เราจึงผลักดันให้เป็นโรงงานขยะระบบปิดทุกระบบ เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะและผลกระทบในเรื่องของกลิ่นฝุ่น P.M. 2.5 และเราบอกกับเอกชนและประชาชนว่า ห้ามจุดไฟเผา ห้ามดำเนินการในเรื่องนี้ที่จะก่อให้เกิดฝุ่น แต่เราไม่เคยกลับมาดูว่าโรงงานกำจัดขยะหรือหน่วยงานของภาครัฐ ที่เป็นต้นตอของฝุ่น P.M. 2.5 ในเรื่องการจัดการ แม้จะเป็นการแก้ไขปัญหาในการกำจัดขยะ แต่ก็ไม่ควรที่จะมีผลกระทบกับประชาชนไม่ว่าจะเรื่องกลิ่นหรือฝุ่น
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ และคณะได้ขึ้นไปบนรถกำจัดขยะระบบปิด พร้อมถือกาสีฟ้า 2 ใบ เพื่อรณรงค์ให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง2 ใบ และร่วมกันโยนถุง “ขยะทุนเทา” เข้าไปในรถกำจัดขยะระบบปิดด้วย

