‘เต้ มงคลกิตติ์’ ตามสัญญาวิดพื้นโชว์สื่อ ก่อนแจงย้ำกับ กกต. ปมนโยบายเพ้อเจ้อ ‘เลี้ยงไดโนเสาร์-สามี 4 คน-อวกาศ’ ลั่นไม่ได้บ้า
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมผู้สมัครของพรรคทางเลือกใหม่ เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอคำชี้แจงจากนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. หลังถูกเตือนว่านโยบาย “เปลี่ยนโลก” ของพรรคเป็นไปไม่ได้และเพ้อเจ้อ โดยยืนยันว่านโยบายทั้งหมดสามารถทำได้จริง หากได้รับอำนาจจากประชาชน
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า พรรคทางเลือกใหม่ได้ส่งนโยบายทั้งหมด 12 ข้อให้ กกต.เพื่อพิมพ์และแจกจ่ายให้ประชาชน โดยจะต้องส่งนโยบาย 20 ก่อนวันเลือกตั้ง หากล่าช้าจะถูกปรับ ซึ่งหลายพรรคก็ส่งล่าช้าเช่นกัน นโยบายแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ นโยบายไม่ใช้งบประมาณ และนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งต้องระบุวงเงินและแหล่งที่มา อย่างไรก็ตาม นโยบายอย่างไดโนเสาร์ หรือนโยบายอวกาศ รวมทั้งแก้ไขกฎหมายผัวเมีย กกต.อนุมัติให้ไปต่อได้ แต่เตือนว่าการหาเสียงต้องไม่ขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 72 และ 73 ซึ่งห้ามกล่าวเกินจริงหรือเกินกว่าเหตุ ซึ่งตนเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ เวลาจะอธิบายอาจต้องขยายความเกินจริงบ้าง เพื่อตอบคำถามกับนักศึกษาเพื่อให้ต่อยอด

นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า คำพูดของนายแสวงที่ว่านโยบายเป็นไปไม่ได้ แต่กลับกันนโยบายของพรรคอื่นๆ เช่น ทำให้คนไทยหายจน รถไฟ 20 บาทตลอดสาย หรือแจกเงินหมื่น ก็ทำไม่ได้จริง หรือทำไม่ได้ครบ ในอดีต กกต.ไม่เคยดำเนินคดี ตนยังไม่ได้บริหารประเทศทำไมถึงบอกว่าทำไม่ได้ พรรคอื่นๆ ส่งนโยบาย 100 ข้อ แต่ทำได้แค่ข้อเดียว กกต.ผิดหรือไม่
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า สำหรับนโยบายอวกาศไม่ใช่เพ้อเจ้ออย่างที่ถูกวิจารณ์ เช่น การตั้งเซ็นทรัลเวสต์เกตบนดาวอังคาร แต่เป็นการวิจัยและพัฒนาธุรกิจอวกาศไปยังดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และนอกระบบสุริยะ โดยต่อยอดจากนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2564 ที่เคยวางแผนสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ แต่ชะงักเพราะโควิด-19 ส่วนนโยบายไดโนเสาร์มาจากการค้นพบซากไดโนเสาร์จริงในภาคอีสานกว่า 20 จังหวัด รวมถึงโครงกระดูกและดีเอ็นเอ ซึ่งกำลังวิจัยเพื่อปลูกถ่ายและสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมา โดยนานาชาติก็ทำเช่นกัน ไดโนเสาร์ไม่ได้ตายหาย บางพันธุ์ คือ จระเข้ เหี้ย อีกัวน่า หรือนก ประชาชนเบื่อเลี้ยงหมาแมว อยากเลี้ยงไดโนเสาร์ อย่าดูถูก ให้ตนได้อำนาจจากประชาชนก่อน
“ผมต้องการชี้แจงว่าผมไม่ได้เพ้อเจ้อ หรืออย่างเรื่องซื้อทีมแมนยูฯมาเป็นของคนไทย ก็เหมือนกับที่นายกฯทักษิณ ชินวัตร ซื้อแมน ซิตี้ ฉะนั้น ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ จึงหมั่นไส้นายแสวง ไม่แน่ใจว่าแมนยูชนะ 3 นัดติด และ 3 ทีมที่แพ้เป็นทีมของนายแสวงหรือเปล่า เพราะเห็นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ” นายมงคลกิตติ์กล่าว

นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า นโยบายสามี 4 คน ก็ต้องการให้สิทธิเสรีภาพผู้หญิง และสอดคล้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ ปัจจุบันผู้ชายทั้งนักการเมือง นายกฯ ส.ส. ผู้นำในองค์กรหลายองค์กรต่างมีเมียหลายคน แต่จดทะเบียนเพียงคนเดียว ในต่างประเทศอย่างภูฏานก็ให้ผู้หญิงมีสามีได้ 5 คน เพราะฉะนั้นสภาพสังคมมันไม่บาลานซ์กัน หากผู้หญิงมีศักยภาพก็สามารถมีสามีได้ 5 คนจะผิดตรงไหน
“ผมไม่ได้สนับสนุนให้หญิงชายมีผัวเมียหลายคน แต่ประเทศเราวิกฤตยิ่งกว่า วิกฤตชายแดนเขมร หรือวิกฤตคนไทยมีลูกน้อย เกิดปีละแค่ 460,000 คน ถ้าคูณไป 40 ปี จะมีคนแค่ 16 ล้าน มาจ่ายภาษีเพื่อดูแลคนอีก 65 ล้านคน จะไหวหรือ นโยบายการมีลูกทางพรรคก็เสนอ กกต.ไปแล้วว่าต้องรณรงค์ให้คนไทยมีลูกปีละ 1 ล้านคน โดยรัฐบาลสนับสนุนเดือนละ 5,000 บาทจนจบปริญญาตรี ฉะนั้นนโยบายเหล่านี้ไม่เกินความจริง” นายมงคลกิตติ์กล่าว
นายมงคลกิตติ์กล่าวด้วยว่า จะให้ ปภ.ส่งสัญญาณเตือนไปยังประชาชนทางมือถือวันละ 2 รอบ เพื่อให้คนไทยปั๊มลูก ช่วง 20.00 น. กับ 05.00 น. ให้คนมาปั๊มลูก และก่อนปั๊มลูกให้วิดพื้น ทำพิลาทิส เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคต่างๆ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และมีนโยบายให้ชายไทยยาวขึ้น เพื่อให้การปั๊มลูกมีประสิทธิภาพ และถ้าได้เป็นรัฐบาลวันที่ 1-31 พ.ค.จะจัดมหกรรมปั๊มลูก ใครมีลูกจะได้รับเงินอีก 50,000 บาท คาดจะมีเด็กเพิ่มจากมหกรรมดังกล่าว 1 แสนคน ไม่ใช่เรื่องลามก แต่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังแถลง นายมงคลกิตต์ได้วิดพื้นโชว์ตามสัญญา เซตแรกขอ 30 ครั้ง ก่อนจะเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ กกต.มารอฟังการชี้แจงในเรื่องนโยบายของพรรค และหลังชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่แล้วนายมงคลกิตติ์ก็ได้วิดพื้นอีก 70 ครั้งตามสัญญา พร้อมบอกว่าไม่ได้พบนายแสวง เพราะนายแสวงติดภารกิจ และตนก็จะไม่ชกกับนายแสวงแล้ว หลังนโยบายของพรรคผ่านแล้ว





