ชาวเสาธงชัย หมู่บ้านชายแดนศรีสะเกษ ไม่หวั่น แม้ปะทะรอบ 3  พร้อมใช้สิทธิเลือกตั้ง

6.02.26 | 15:40 น.

ชาวเสาธงชัย หมู่บ้านชายแดนศรีสะเกษ ไม่หวั่น แม้ปะทะรอบ 3  พร้อมใช้สิทธิเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านเสาธงชัย พบว่าบรรยากาศภายในหมู่บ้าน ต่างเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน หากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3  แม้จะเป็นช่วงก่อนวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตประจำวัน แต่ทุกครัวเรือนต่างเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน หากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3 แม้ร่องรอยกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชายังคงฝังแน่นอยู่บนหลังคา ฝาผนัง และรั้วของวัดเสาธงชัย แต่สถานที่แห่งนี้กลับถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในหน่วยเลือกตั้งของหมู่บ้านเสาธงชัย ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

หมู่บ้านเสาธงชัยถูกขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านกระสุนตก” หลังตลอดช่วงเหตุปะทะที่ผ่านมา มีลูกปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาตกลงในพื้นที่หมู่บ้านและถนนโดยรอบมากกว่า 140 ลูก ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน วัด โรงเรือน และทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่มาแล้วถึง 2 ครั้ง และยังไม่มั่นใจว่าสถานการณ์จะยุติลงหรือไม่

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ ได้กำหนดหน่วยเลือกตั้งในหมู่บ้านเสาธงชัยจำนวน 2 หน่วย คือหน่วยเลือกตั้งที่ศาลากลางหมู่บ้าน และอีกหนึ่งหน่วยตั้งอยู่ภายในวัดเสาธงชัย ซึ่งเคยถูกลูกกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาตกใส่โดยตรง เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้หลังคาพัง ฝาผนังเป็นรูพรุน และมีรอยสะเก็ดกระสุนหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน

Advertisement

แม้ความเสียหายดังกล่าวยังไม่ได้รับการซ่อมแซม เนื่องจากยังไม่มีงบประมาณสนับสนุน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่และความจำเป็นในการจัดการเลือกตั้ง วัดเสาธงชัยจึงถูกใช้เป็นหน่วยเลือกตั้งไปก่อน โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่ภายในวัดให้สามารถรองรับผู้มาใช้สิทธิได้อย่างเหมาะสม พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังความปลอดภัย

นางอุทิศ กัลยาพันธ์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านเสาธงชัย เปิดเผยว่า แม้จะมีความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบ แต่ก็ยังตั้งใจจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะถือเป็นหน้าที่ของประชาชน “ถ้ามีเหตุปะทะจริง ก็จะไปเลือกตั้งแต่เช้า แล้วกลับมาดูสถานการณ์ที่บ้าน เพราะยังมีวัว ควาย และของใช้ที่ต้องดูแล จะให้ผู้เฒ่าผู้แก่ เด็ก คนแก่ อพยพออกไปก่อน ส่วนเราจะตามไปทีหลัง

 

ด้านนายบัณฑิต ถาวร อายุ 52 ปี กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสิทธิที่ตั้งใจจะไม่ละทิ้ง แม้ต้องอยู่ท่ามกลางความเสี่ยง โดยยืนยันว่าหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงก็จะไปใช้สิทธิแต่เช้า แต่หากมีเหตุปะทะก็พร้อมอพยพออกจากพื้นที่ทันที

“ตอนนี้เก็บเสื้อผ้าและของจำเป็นไว้ตลอด เฝ้าระวังทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไร” นายบัณฑิตกล่าว

ขณะที่นางสุพิณ แสงมาศ อายุ 54 ปี ชาวบ้านอีกคนหนึ่ง เปิดเผยว่า วันนี้ได้สูบบ่อปลาเพื่อเตรียมอาหารไว้ให้ลูกหลานที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาเลือกตั้ง พร้อมยอมรับว่ามีความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ชายแดน

“ปีนี้อพยพหนีมาแล้ว 2 รอบ ไม่รู้ว่าจะมีรอบที่ 3 หรือเปล่า ทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยไว้ใจ เพราะพูดอย่างหนึ่ง แต่ทำกับชาวบ้านชายแดนอีกอย่างหนึ่ง ถ้ามีเสียงตูมตามขึ้นมา ก็ต้องไปทันที” นางสุพิณกล่าว