ธรรมนัส ปราศรัยปิดท้ายถิ่นเกิด โชว์ผลงาน พะเยาไม่ใช่ทางผ่านแล้ว ชูพัฒนาสู่ ‘เมืองหลัก’

6.02.26 | 19:36 น.

ธรรมนัส ปรายศรัยปิดท้ายถิ่นเกิด อ้อนเลือกคนพะเยาเป็นนายกฯ โชว์ผลงานเปลี่ยนโฉมจังหวัด ลั่น จะพัฒนาเป็นเมืองหลัก

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ลานตลาดนัดคลองถม (บ้านหม้อ) อ.เชียงคำ จ.พะเยา พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขต 1 นายอัครา พรหมเผ่า หมายเลข 3 เขต 2 นายอนุรัตน์ ตันบรรจง หมายเลข 1 และเขต 3 นายจีรเดช ศรีวิราช หมายเลข 1

โดย นายอนุรัตน์กล่าวเปิดเวทีช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการสู้ครั้งที่ 2 ของพี่น้องชาวพะเยา เพราะเรามีโอกาสผลักดันคนพะเยาให้ก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั่นคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา พี่น้องในอำเภอจุน อำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซาง ได้มอบความไว้วางใจให้ตนเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร นำปัญหาในพื้นที่ไปผลักดันของบประมาณจากกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของเรา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ปัญหาโค้งเชียงบาน ที่เคยถูกเรียกว่า โค้งมรณะ วันนี้ได้รับงบประมาณมาก่อสร้างถนนคอนกรีตและติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพิ่มความปลอดภัยให้พี่น้องชาวเชียงบานอย่างเป็นรูปธรรม

Advertisement

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่คือ น้ำท่วมในอำเภอเชียงคำ จากแม่น้ำลาวและแม่น้ำญวน ที่ไหลมารวมกันบริเวณตำบลหย่วน ส่งผลกระทบต่อตำบลเจดีย์คำ ตำบลเวียง ตำบลหย่วน และเขตเทศบาลเชียงคำ ปัญหานี้ได้รับการผลักดันจนเกิดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ตำบลร่มเย็น วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นงบผูกพันถึงปี 2573 เพื่อบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ช่วยเกษตรกรในตำบลร่มเย็น ฝายกวาง เวียง เจดีย์คำ และหย่วน ได้มีน้ำทำการเกษตรอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ตำบลน้ำแหวน ซึ่งมีพื้นที่นากว่า 30,000 ไร่ ได้รับการอนุมัติงบประมาณจัดซื้อเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการสูบน้ำของเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้พี่น้องในพื้นที่ ทั้งหมดนี้คือ ผลงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ และความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องของพรรคกล้าธรรม

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัสได้กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้จังหวัดพะเยาเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่เมืองทางผ่านเหมือนในอดีต แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเมืองหลักของภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านคมนาคมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการรถไฟรางคู่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ การขยายถนนสายหลักจาก 2 เลนเป็น 4 เลนในหลายเส้นทาง และกำลังจะมีสนามบินแล้วในเร็วๆ นี้ ทำให้การเดินทางสะดวกและเอื้อต่อการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พะเยาวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถนนขยายเกือบทุกสาย รถไฟกำลังมา งบประมาณลงถึงพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน เราต้องทำให้พะเยาเป็นเมืองที่คนมาแล้วต้องแวะพัก ใช้จ่าย และสร้างรายได้ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ผ่านไปจังหวัดอื่น

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงภาคการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในจังหวัดพะเยา โดยยกตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ปี 2568 รายได้ท่องเที่ยวของประเทศภาพรวมติดลบกว่า 2% แต่จังหวัดพะเยาเติบโตบวก 10.82% สูงสุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการส่งเสริมกิจกรรม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นของพวกเรา

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงภาคเกษตรกรรมว่า เป็นหัวใจสำคัญของคนพะเยา นโยบายต้องเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำสัญญา โดยยกตัวอย่างโครงการปุ๋ยคนละครึ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร รวมถึงการดูแลราคายางพาราให้ปรับตัวดีขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงมากขึ้น โดยพรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า เกษตรกรต้องอยู่ได้จริง ต้องลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง นโยบายที่พูดบนเวทีต้องทำได้ ไม่ใช่ขายฝัน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การพัฒนาต้องควบคู่กับการรักษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งประเพณีสำคัญ ภาษาคำเมือง และอัตลักษณ์ของชุมชน ผมขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรรกล้าธรรมทั้ง 3 เขต ที่พี่น้องประชาชนได้เห็นผลงานของ 2 ส.ส.และ 1 รัฐมนตรีมาแล้ว ครั้งนี้ เราจะเข้ามาดูแลจังหวัดพะเยาของพวกเราเหมือนเดิม และพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง