‘ยศชนัน’ บอกพร้อมแล้วเป็นนายกฯ คนที่ 33 ของคนไทย ย้ำพร้อมทำเพื่อคนไทยให้ดีที่สุดด้วยหัวใจหากได้รับโอกาส บอก 8 ก.พ.ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยดูแลคนไทย-ประเทศไทยอีกครั้ง
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่สนามเทพหัสดิน พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ครอบครัวของนายยศชนัน พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ได้มีการเปิดวีดิทัศน์การลงพื้นที่หาเสียงของพรรคเพื่อไทย ตลอด 53 วัน 106 เวทีปราศรัย 49 จังหวัด ยศชนันทำได้ จากนั้นเป็นการปราศรัยของแกนนำพรรค โดยมีประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่

จากนั้น เวลา 21.05 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยปิดท้ายว่า หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าเกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะไร้คอร์รัปชั่น หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าคนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะเป็นเมืองที่อากาศสะอาด ปลอดภัย สำหรับลูกหลานของเรา หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าเด็กไทยทุกคน ต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จะมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย และเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ อีกครั้ง หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าเราจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และพร้อมที่จะยืนบนลำแข้งตัวเอง มีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ในยุคสงครามทางเทคโนโลยีอย่างสง่างาม และหลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
“ผมเชื่อเสมอว่าสำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกันทุกอย่างต้องเป็นไปได้ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวังของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง” นายยศชนันกล่าว
นายยศชนันกล่าวว่า ปี 2551 ผมเริ่มเส้นทางการต่อสู้เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับคนไทย จากคำถามที่ว่าทำไมประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองเลยทำไมประเทศไทยไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีๆ ที่จะใช้รักษาชีวิตของคนไทย ทำไมคนพิการไทยไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน 17 ปีบนเส้นทางสู่การต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยีเพื่อคนไทย ผมได้พิสูจน์แล้วว่าหากได้รับการสนับสนุนที่ดี คนไทยก็ทำได้ คนไทยไม่แพ้ใคร คนไทยต้องไปได้ไกลกว่านี้ ปี 2557 ผมเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยความมุ่งมั่น ที่จะสานต่อให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ จากคนไทย แต่ปัญหามีมากกว่าที่ผมคิด ในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคต คนไทยหลายคนยังถามหาข้าวมื้อต่อไปของเค้า คนไทย 3.4 ล้านคนยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผมเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อยู่ในเมืองและนอกเมืองอย่างชัดเจน ผมเห็นหลายครอบครัวล้มลงจากปัญหายาเสพติด

“ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น ผมจะไปไม่ถึงฝั่งฝันจากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ผมเข้าใจแล้วว่า เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากปราศจากหัวใจ หากปราศจากความเข้าใจในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากผมได้รับโอกาสอีกครั้ง ผมพูดกับตัวเองเสมอว่าผมพร้อมที่จะทำอีกครั้งด้วยความเข้าใจในหัวใจของประชาชน และปี 2568 ผมก็ได้รับโอกาสอีกครั้งและครั้งนี้ ผมพร้อมแล้วที่จะบอกกับทุกคนว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนให้เป็นความจริง ผมจะทำเพื่อคนไทยทุกคนให้ดีที่สุด” นายยศชนันกล่าว
นายยศชนันกล่าวต่อว่า ความหวังของพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรของเขาจะมีราคาที่ดีขึ้น ความหวังที่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ทำการเกษตรแล้วจะได้กำไร ความหวังที่เกษตรกร จะไม่ต้องล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่าจากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ความหวังของคนค้าขายที่วันนี้รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของคนค้าขายที่รอการกลับมาของนักท่องเที่ยว ความหวังของ SME / Startup ที่กำลังแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศความหวังของคนทำประมง ความหวังของ ครู ข้าราชการที่วันนี้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะเข้าถึงการรักษาที่ดี แม้จะอยู่ในที่ห่างไกลความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่จะมีน้ำประปาที่สะอาด ไฟฟ้าส่องสว่างในทุกๆ ที่บนผืนแผ่นดินไทย ความหวังที่ลูกหลานของเขาจะอยู่อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด ความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐในวันที่เขาล้มลง

นายยศชนันกล่าวว่า และ 40 วันที่ผ่านมาในทุกเวทีแห่งความหวังในประเทศไทย การเดินทางครั้งนี้ผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และความหวังสุดท้ายคือการเดินทางมาหาผม เพื่อที่จะพูดว่า ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย สายตาที่มาด้วยความห่วงใยมาเพื่อประคับประคอง เพราะเขาเคยรอดชีวิตด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มาด้วยใจจากคุณยายที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปรามยาเสพติดของพรรคไทยรักไทย น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกันของพี่น้องเสื้อแดง เสื้อตัวเดิมนำกลับมา เพื่อบอกกับลูกหลานคนนี้ว่าเค้ายังอยู่เคียงข้างเราเสมอ สายตาที่มาเพื่อให้กำลังใจในวันที่ผมอ่อนล้า เพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
นายยศชนันกล่าวอีกว่า ผมไม่รู้ว่าผมจะอยู่บนโลกใบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะส่งมอบให้กับคนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย และผมจะทำให้ดีที่สุด ดึงเศรษฐกิจนอกระบบ เข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้กับประเทศ ประเทศไทยจะยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผยในเวทีโลกด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทยจะให้โอกาสคนที่ล้มลงให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แก้หนี้ทั้งระบบ และดูแลกลุ่มเปราะบางให้ดีที่สุด เพราะเค้าคือคนไทย การขยายฐานเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมสะอาดมูลค่าสูง และบริการมูลค่าสูง เราจะยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงินทุกรูปแบบ เราจะวางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติเพื่อคนไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก เราจะบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ ประเทศไทยต้องไร้คอร์รัปชั่นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ดูและประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม
“และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกคนครับ แยกแห่งความหวังกำลังจะเปิดขึ้นมาแล้วครับ วันที่ 8 กุมภาฯนี้ ผมขอโอกาสพรรคเพื่อไทย
ดูแลคนไทยทุกคนอีกครั้งได้มั้ยครับ ผม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝัน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยให้เป็นความจริง” นายยศชนันกล่าว


