กกต.พร้อมจัด ‘กาบัตร-ประชามติ’ 8 ก.พ.กาง16กฎเหล็กเตือนปชช. เผย 17 ปท.ร่วมเกาะติด

7.02.26 | 06:00 น.

กกต.พร้อมจัด ‘กาบัตร-ประชามติ’ 8 ก.พ.กาง16กฎเหล็กเตือนปชช. เผย 17 ปท.ร่วมเกาะติด

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร กระจายสู่ 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ด้วยรถขนส่งของไปรษณีย์กว่า 1,200 คัน ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) แจ้งวัฒนะ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนับคะแนนพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กกต. และกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการกรอกรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาดจนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ตรวจสอบพบว่า มีเพียง 100 ซองเท่านั้น และมีการคัดแยกใหม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะส่งไปพร้อมนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

“แต่ก็น้อมรับในเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และนำมาปรับให้การเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะฉะนั้น ยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.” นายณรงค์ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียงทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่นๆ นายณรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ กกต.ติดตามตลอดในภาพรวม แต่ไม่ได้ออกข่าว เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ กกต.ก็รับดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนหรือความปรากฏ ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉย

นายณรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมาต่อว่า กกต.เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการซื้อสิทธิขายเสียง 2 มาตรฐาน เพราะตรวจสอบเฉพาะเด็กที่ทำคลิป 2,000 บาท แต่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติกลับไม่ตรวจสอบนั้น ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ ยืนยันว่าตั้งแต่รู้ก็ได้ประชุม กกต.และขอความร่วมมือให้ธนาคารส่งข้อมูลมาให้ และให้สำนักงาน กกต.ตรวจสอบทุกเส้นเงินที่ได้รับข้อมูลมา ย้ำว่า กกต.ไม่ได้สองมาตรฐาน

ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำหรับกระบวนการนับคะแนนประชามติและการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า หลังปิดการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะเริ่มนับคะแนนทันที ซึ่งจะมีทั้งบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ โดยจะนับพร้อมกันภายในหน่วยเลือกตั้งตามปกติ ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีคณะกรรมการนับคะแนนอีกชุดหนึ่งรับผิดชอบ เมื่อถึงเวลา 17.00 น. จะดำเนินการเบิกบัตรออกมานับ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ ขณะที่บัตรออกเสียงประชามติ แม้ผู้มีสิทธิจะไปลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง แต่คะแนนประชามติจะถูกนำไปรวมและนับพร้อมกับหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ที่ประชาชนไปใช้สิทธิในวันเดียวกัน

วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.จัดกิจกรรมชี้แจงการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส. ให้กับผู้แทนองค์กรจัดการเลือกตั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 17 ประเทศ และ 1 องค์กร ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พร้อมด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. เข้าร่วม

นายแสวง กล่าวว่า การประชุมชี้แจงเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้กับคณะทูตและผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ เป็นหนึ่งในกิจกรรมสังเกตการณ์เลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

“สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมการสังเกตการณ์ ได้แก่ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐเบลารุส บรูไน
ดารุสซาลาม สาธารณรัฐโคลอมเบีย จอร์เจีย สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหรัฐเม็กซิโก มองโกเลีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ International IDEA” นายแสวง กล่าวและว่า ตามหลักสากล การสังเกตการณ์การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติของผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศถือเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดความชอบธรรมของการบริหารจัดการเลือกตั้ง สะท้อนความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจจริงของคณะผู้จัดการเลือกตั้งในการที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้ดำเนินไปด้วยความสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม รวมถึงให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การตอบรับเข้าร่วมสังเกตการณ์ขององค์การนานาชาติ สะท้อนถึงความสนใจการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและการออกเสียงประชามติของไทย เชื่อมั่นว่าจะเรียกความเชื่อมั่นการจัดการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติของ กกต.กลับมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.ได้ให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. 16 ข้อ เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

1.ผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ห้ามลงคะแนนแทนผู้อื่น 2.ห้ามจงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย 3.คนไม่มีสัญชาติไทย ห้ามมีส่วนร่วมในการหาเสียง 4.ห้ามเล่นหรือชักชวนเล่นพนันเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง 5.ห้ามหาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง 6.ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว 7.ห้ามขาย แจก หรือเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง 8.ห้ามให้ รับ หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน 9.ห้ามเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่กระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง

10.ห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง 11.ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง 12.ห้ามขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 13.ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน 14.ห้ามจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับที่เลือกตั้งเพื่อการออกเสียงลงคะแนนโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารหรือค่าจ้างซึ่งต้องเสียตามปกติ 15.ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งเพื่อออกเสียงลงคะแนน และ 16.ห้ามนำบัตรลงคะแนนเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น