สื่อนอกจับตาเลือกตั้งไทย ชี้เป็นบททดสอบ อนุทิน เดิมพันกระแสชาตินิยม คาดไม่มีแลนด์สไลด์ ปชน.ยังเจออุปสรรคเพียบ

7.02.26 | 06:40 น.

สื่อนอกจับตาเลือกตั้งไทย ชี้เป็นบททดสอบ’อนุทิน’เดิมพันกระแสชาตินิยม คาดไม่มีแลนด์สไลด์ ปชน.ยังเจออุปสรรคเพียบ

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวต่างประเทศต่างวิเคราะห์ถึงการเลือกตั้งในไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยรอยเตอร์ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบททดสอบว่ากระแสชาตินิยมที่มาแรงในไทยตอนนี้จะช่วยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้หรือไม่

โพลหลายสำนักชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน พรรคประชาชนที่นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคเพื่อไทยของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งพรรคประชาชนและนายณัฐพงษ์มีคะแนนนำเหนือพรรคและผู้สมัครคนอื่นๆ ค่อนข้างมาก จากการนำเสนอนโยบายที่เน้นการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูป ซึ่งสามารถฝ่ากระแสชาตินิยมที่เพิ่มขึ้นในไทยจากการปะทะระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะไม่มีพรรคใดคว้าเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ต่างจากตอนที่นายอนุทินประกาศยุบสภา

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง แกนนำพรรคภูมิใจไทยรวมถึงตัวนายอนุทินขยายวาทกรรมชาตินิยม ดังนั้นจะเป็นบททดสอบว่าการเดิมพันของนายอนุทินที่มากับกระแสชาตินิยมจะได้ผลหรือไม่

นายโจนาทาน เฮด ผู้สื่อข่าวของบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิเคราะห์ว่า แม้โพลต่างๆ ชี้ว่าพรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้งแบบทิ้งห่างพรรคอันดับสอง แต่การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อาจเป็นเพียงอุปสรรคแรกที่พรรคประชาชนจะต้องเผชิญ เพราะแม้พรรคประชาชนจะมีคะแนนนำในโพลต่างๆ แต่แค่ชนะการเลือกตั้งยังไม่พอสำหรับการเมืองไทย เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งอย่างเหนือความคาดหมาย แต่ไม่ได้เป็นพรรครัฐบาล เพราะกลุ่มอนุรักษนิยมในไทยโดยเฉพาะวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งรวมถึงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก้าวไกล ห้ามหัวหน้าพรรคลงเล่นการเมือง เพราะศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่านโยบายของพรรคก้าวไกลที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

Advertisement

พรรคก้าวไกลเผชิญกับชะตากรรมเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งกวาดที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2019 ได้ สุดท้ายถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคและห้ามนายธนาธรลงเล่นการเมือง 10 ปีจากการถือครองหุ้นบริษัทสื่อเพียงเล็กน้อย

บีบีซีมองว่าความสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หากโพลสำรวจถูกต้อง พรรคประชาชนคว้าเก้าอี้ได้มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน จะทิ้งห่างพรรคที่ตามมาเป็นอันดับ 2 รวมถึงในการเลือกตั้งครั้งนี้วุฒิสภาไม่มีสิทธิร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่คาดว่าพรรคประชาชนจะเจออุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังพิจารณาคดี 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกลที่มีชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งในจำนวนนี้ 15 คนเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งในปัจจุบัน

ขณะที่อัลจาซีราชี้ว่า การเลือกตั้งของไทยถูกมองว่าเป็นบททดสอบว่าวงจรการรัฐประหาร การประท้วงบนท้องถนน จะถูกทำลายลงได้หรือไม่ หรือว่าภาวะชะงักงันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ดูจากการลงคะแนนล่วงหน้าในกรุงเทพฯ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณ 87% ของผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าทั้งหมด

อัลจาซีราระบุว่า การปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้จุดกระแสชาตินิยมทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความนิยมมากขึ้น และเน้นย้ำถึงความเปราะบางของพรรคเพื่อไทย

อัลจาซีรายังตั้งคำถามที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะยุติความวุ่นวายทางการเมืองของไทยได้หรือไม่ เนื่องจากคาดว่าไม่มีพรรคใดจะได้เสียงข้างมากแบบเด็ดขาด การจัดตั้งรัฐบาลผสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ณพลกล่าวว่า รัฐบาลที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่มีเสถียรภาพ เพราะความร่วมมือระหว่าง 2 พรรคจาก 3 พรรคใหญ่ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอนตัวก็จะมีปัญหาทันที