นักธุรกิจ ตื่นตัวพาครอบครัวใช้สิทธิเลือกตั้ง ธุรกิจร้านอาหาร หวังเห็นหน้าตา รบ.ใหม่ไม่เกิน 1 เดือน
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงาน การใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้พบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่ ตื่นตัวออกมาใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้า และส่วนใหญ่มาทั้งครอบครัว
เวลาประมาณ 10.40 น. ที่หน่วยที่ 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ครอบครัวตนที่มีสิทธิเลือกตั้งมากันครบทั้งบ้าน โดยบรรยากาศคึกคัก ประชาชนให้ความสนใจออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นพิเศษ ซึ่งตนดีใจที่เห็นประชาชนมาแสดงสิทธิเลือกผู้แทนที่เขาคิดว่าดีที่สุด
เวลาประมาณ 11.05 น. ที่หน่วยที่ 10 แขวงบางระมาด นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวว่า ได้ออกไปใช้สิทธิตั้งแต่เช้านี้ เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา 10 กว่าปีตนได้ต่อสู้เรียกร้องเรื่องต่างๆ มากมายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็กโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมโฮสเทลที่พักขนาดเล็ก รวมถึงการท่องเที่ยว มาโดยตลอด และการตัดสินใจเลือกในครั้งนี้ของตนมาจากการเลือกดูนโยบายของแต่ละพรรคที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็กในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจร้านอาหาร เกษตรกร และการท่องเที่ยวเป็นหลัก
“หลังจากผลเลือกตั้งประกาศออกมาในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม ตนหวังว่าจะรีบมีการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดไม่เกินหนึ่งเดือนเพราะประเทศไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจเปราะบางมามากกว่า 3 ปี และเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่มีการขยับเขยื้อนในด้านของ GDP หรือรายได้ของประชาชนทั้งประเทศมาอย่างยาวนานแถมหนี้ครัวเรือนยังโตขึ้นไม่หยุด และที่สำคัญหากยืดเยื้อเกินหนึ่งเดือนจะมีผลต่อ การลงทุนจากต่างประเทศเพราะจะขาดความเชื่อมั่น จากนักลงทุนต่างประเทศอีกด้วย” นายสรเทพกล่าว
นายสรเทพกล่าวว่า อยากฝากให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาดูแลประเทศไทยให้เร่งออกนโยบายในการหาเงินเข้าประเทศแล้วเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการใหม่จากการแค่หยอดน้ำมันเครื่องใส่เครื่องจักรตัวเดิม ที่ชำรุดเสียหายให้หมุนไปได้ แต่ให้ใช้วิธีเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่วางระบบใหม่ให้สามารถเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เค้าปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาสองปีแล้วนอกจากการเร่งหารายได้เข้าประเทศแล้ว อยากให้รัฐบาลใหม่กล้าตัดสินใจในการลดรายจ่ายงบประมาณประจำปีของประเทศไทยที่มีมากกว่า 60% โดยปรับโครงสร้างระบบราชการ และใส่ใจในการดูแลภาคธุรกิจ SMEs ให้มีความแข็งแรงเติบโตมากขึ้นเพราะตนพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแรงคือประเทศที่มีฐานธุรกิจ SMEs ที่แข็งแรง

