‘เกรท วรินทร’ ฝากแก้เศรษฐกิจปากท้อง ขอผู้นำโปร่งใสไร้คอร์รัปชัน คิดถึงส่วนรวมก่อนตัวเอง พูดแล้วต้องทำให้ได้
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นักแสดงหนุ่ม “เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์” เดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ ท่ามกลางความสนใจของเจ้าหน้าที่ และประชาชนในบริเวณนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ เกรท วรินทร ตรวจรายชื่อเรียบร้อย ได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน และเซ็นชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ จากนั้นรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บัตรสีเขียว สำหรับเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต และบัตรสีชมพู สำหรับเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนจะนำไปกาใช้สิทธิในคูหาและหย่อนลงหีบด้วยตัวเอง
หลังจากนั้น เกรท วรินทร ยังได้ใช้สิทธิออกเสียงประชามติที่หน่วยเลือกตั้งเดียวกันอีกครั้ง โดยทำตามขั้นตอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ รับบัตรสีเหลือง สำหรับออกเสียงประชามติ ลงคะแนนว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยใช้เวลาในการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งและออกเสียงประชามติรวมกันไม่นานก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เกรท วรินทร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เผยว่า “วันนี้ทุกคนมีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน อยากให้ออกมาแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่ เลือกตั้งเราดูข่าวทุกปี ในความรู้สึกผมคนจะให้ความสนใจมากขึ้น วันนี้เมื่อเช้าก็ไปออกกำลังกายมา เห็นคนลงไอจีกันแล้ว ตั้งแต่ 8 โมง”
จำได้ไหมว่าเลือกตั้งมากี่ครั้งแล้ว?
“จำไม่ได้ แต่เลือกทุกครั้งนะ เคยมีบ้างนานแล้วตอนอยู่ต่างจังหวัด เราอยู่กรุงเทพฯ แต่เราติดงานไม่ได้กลับบ้าน น่าจะมีพลาดสักหนึ่งครั้ง”

ตอนไปเลือกตั้งและลงประชามติเมื่อสักครู่ซับซ้อนไหม?
“ในส่วนตัวผมมองว่าไม่ซับซ้อนนะ พูดตรงๆ ว่าตัวผมเองเห็นคนพูดกันว่ามันซับซ้อน แต่ในความรู้สึกผมมายืนตรงนี้ ตั้งใจดูก็เข้าใจได้ ก็แยกชัดเจนดี ในความรู้สึกของผม สำหรับผมรวดเร็ว ในมุมมองผมทำการบ้านมาก่อนอย่างน้อยเรารู้ว่าเราเลือกตั้งหน่วยไหน ลำดับที่เท่าไร แล้วมาดูลำดับชื่อที่หน้างาน”
สำหรับเราอยากให้ผู้นำแก้ไขเรื่องอะไร?
“สำหรับผมเป็นเรื่องของฝุ่น แล้วก็เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ตัวเราเองไม่ใช่นักธุรกิจต้องให้คนเก่งเข้าไปทำ ในมุมมองผมเศรษฐกิจโดยรวมไม่ว่าจะเป็นคนค้าขาย หรือว่าเป็นระดับผู้บริหาร ผมรู้สึกว่าการเงินภายในปีสองปีที่ผ่านมา คนบอกเดี๋ยวปีหน้าดีขึ้นๆ มาสองสามครั้งแล้ว แต่ไม่รู้สึกว่ามันจะดีขึ้นจริงๆ นะ ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ขอให้คนเก่งเข้าไปแก้ ให้คำว่าดีขึ้นมันดีขึ้นจนไปถึงรากหญ้า คนทำมาหากิน คนใช้แรงงาน น่าจะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์”

อย่างปัญหาฝุ่นรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับคนเมืองด้วยเหมือนกัน?
“ผมว่ามันเป็นปัญหาพื้นฐานของเรื่องสุขภาพ มันเกี่ยวข้องกับทุกคนนะ เกี่ยวข้องกับผู้บริหารเองด้วย เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคนเลย ทำให้สุขภาพเสียในระยะยาว ด้วยความที่เราดูแลสุขภาพเรารู้เลยว่าวันไหนเปิดมาฝุ่นมันส้มมันแดง ส่วนตัวเราไม่ไปออกกำลังกายนอกบ้าน แต่นึกถึงคนที่เลี่ยงไม่ได้ต้องออกนอกบ้าน พ่อค้าแม่ค้า หน้ากากบางอย่างไม่ได้เอาอยู่”
เห็นค่าฝุ่นแดงส้มรู้สึกยังไง ทำให้กังวลกับการออกไปใช้ชีวิตไหม?
“กังวลมากครับ ผมดูข่าวแล้วเห็นข่าวว่าฝุ่นมาจากการเผาไหม้บ้าง มันก็เป็นเงื่อนไขและเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่เป็นต้นตอ ที่คิดว่าใครที่ได้เข้ามาใหม่อาจจะต้องแก้ไขเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของที่มาจากธรรมชาติผมไม่รู้ว่าต้นตอมันมาจากฝีมือคนหรืออะไร บางอย่างไม่รู้หรอกว่าอาจเป็นเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงยาก อันนั้นก็จะพยายามทำความเข้าใจ แต่การที่เห็นว่ากาาเผามาจากตรงนั้นตรงนี้ ผมคิดว่าอันนี้เราควบคุมได้”

นโยบายที่หลากหลายของนักการเมืองเยอะมาก แต่หลายคนแอบหวั่นว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า มองตรงนี้ยังไงบ้าง บางคนอยากให้ตั้ง KPI ขึ้นมาวัดเลย?
“อันนั้นก็ดี แต่ส่วนตัวผมรู้สึกว่าการพูดแล้วต้องทำให้ได้ คือพื้นฐานสำคัญของคนที่เป็นหัวหน้าคน ที่เป็นผู้นำคน คนที่เป็นผู้นำคนต้องคิดถึงส่วนรวมก่อนคิดถึงตัวเอง มันเป็นพื้นฐานของคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำ ดังนั้นการคิดถึงคนอื่นมาก่อนตัวเอง มันสำคัญมาก มากกว่าการพูดได้ทำไม่ได้ สำคัญเป็นอันดับแรก รองมาคือสิ่งที่พูดออกไปแล้วต้องทำให้ได้”

ประเทศไทยในฝันสำหรับเราในฐานะที่เป็นคนไทย อยากเห็นภาพแบบไหน?
“ภาพในฝันจะเป็นไปได้หรือเปล่าไม่รู้ ในความรู้สึกผมขอให้ประเทศดีขึ้น จะดีขึ้นในแง่ไหน ก็ขอให้มันดีขึ้น ที่สำคัญเลยไม่อยากเห็นคนที่เข้ามาพัฒนาบ้านเมืองแล้วทุจริต ขออันนี้เป็นอย่างแรกเลยแล้วกัน ไม่อยากเห็นข่าวว่ากระทรวงนั้นทำแบบนั้นแบบนี้ ผู้ใหญ่ทำแบบนั้นแบบนี้ เป็นอะไรที่ไม่อยากเห็น ผมรู้สึกว่าคนที่เป็นหัวหน้าในด้านต่างๆ ไม่มีข่าวเรื่องทุจริตคอรัปชั่นแค่นี้ประเทศก็น่าจะดีขึ้นแล้ว”
ในด้านของวงการบันเทิงอยากได้ผู้นำที่สนับสนุนในเรื่องนี้ยังไงบ้าง?
“เรื่องเศรษฐกิจก็รวมถึงวงการบันเทิงด้วยนะครับ เพราะตอนนี้เราเปิดกล้องละครแล้ว เมื่อปีที่แล้วก็ว่างไปหลายเดือนเหมือนกัน ผมว่ามันเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจด้วย”

การเมืองเกี่ยวข้องกับทุกวงการ?
“มันเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องเลยครับ ถ้าเกิดให้ผมมองภาพใหญ่ๆ เรื่องอื่นๆ สำหรับเศรษฐกิจโดยรวมต้องมาก่อน แต่ของวงการบันเทิงทุกวันนี้เรามีสื่อให้เสพเยอะ เราเห็นการพัฒนาของสื่อในหลายประเทศ ประเทศที่สื่อพัฒนาเขามีการสนับสนุนจากภาครัฐด้วย ผมรู้สึกว่าของเราถ้าจะให้พูดตามความจริงอาจจะไม่ต้องสนับสนุนเท่าเขาหรอก แต่ถ้ามันเป็นไปได้ก็ดี เพียงแต่ว่าอาจต้องเริ่มนับไปทีละหน่อย สามารถเล่าเรื่องละคร สามารถเล่าเรื่องต่างๆ ได้ โดยที่ไม่มีข้อจำกัด ถ้าจำกัดก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องพิจารณาอะไรใหม่ๆ ที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สามารถสื่อสารได้ ผมมองอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน ไม่มองหน้ามือเป็นหลังมือแล้วกัน การเปลี่ยนแปลงผมว่าต้องใช้เวลา แต่มันต้องเริ่มได้แล้ว”

อยากฝากอะไรถึงนายกคนที่ 33?
“อยากให้ประเทศดีขึ้น ใครก็แล้วแต่ที่จะได้เข้ามาเป็นนายก ในเมื่อท่านเป็นหัวหน้าของการบริหารประเทศ ท่านก็ต้องควบคุมทุกหน่วยงานได้ ขอให้ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ให้เป็นศูนย์ไปเลย ให้คิดถึงส่วนรวมมาก่อนเยอะๆ ถ้าเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นมันหายไปหรือน้อยลงสุดๆ ยังไงประเทศก็ดีขึ้นครับ”
เชิญชวนคนมาเลือกตั้งหน่อย?
“ใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นมาเลือกตั้งนะครับ อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์กันครับ ฝากด้วยครับ”

