กูรูเศรษฐศาสตร์การเมือง ชี้เลือกตั้งปี69 คาดใช้สิทธินิวไฮ มองโอกาสสูงเป็นรัฐบาลผสม
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 15.23 น. นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่หน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งในปี 2569 นี้ คึกคักกว่าปีที่แล้วพอสมควร เข้าไปแล้วคนเยอะกว่าครั้งก่อนปีที่แล้ว ไม่ได้มากมายขนาดนี้ นอกจากนี้ การเลือกตั้งปี 2569 เรามีบัตรเลือกตั้ง 3 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และมีบัตรออกเสียงประชามติ จึงทำให้มีความแตกต่างจากในอดีต นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า สาเหตุการเลือกตั้งในครั้งนี้ คึกคักกว่าปีก่อนๆ คาดว่ามาจากกรณีที่สื่อนอกตีข่าวว่าไทยเป็นคนป่วยของอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนมีความรู้สึกว่าเราต้องมาใช้สิทธิเพราะอยากให้รัฐบาลมาแก้ไขปัญหา ซึ่งจะเห็นว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงเรื่อย ๆ จากที่เคยเติบโตถึง 13% กลับลดเหลือเพียง 1.5% รวมถึงการมีประชามติออกเสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ จึงเพิ่มแรงจูงใจให้คนออกมาใช้สิทธิกันมากขึ้น อีกทั้ง ประชชนได้รับอิทธิพลโซเชียลมีเดียและการหาเสียงออนไลน์มากขึ้น จะเห็นได้ว่าคนมาใช้สิทธิมากกว่าคราวที่แล้ว ที่มีคนมาใช้เสียงกว่า 39 ล้านคน คิดเป็น 75% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คาดว่าการเลือกตั้งปี 2569 จะทำนิวไฮและมีความเป็นไปได้ว่าประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงมากกว่าหรือใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
“รัฐบาลชุดใหม่ มีแนวโน้มสูง จะเป็นรัฐบาลผสม หรืออาจมีรัฐบาลใหม่ไม่ผสมนั้นมีโอกาสเป็นไปได้ยาก ต่อให้สมมติว่าถ้าเกิดขึ้นจริง ก็ต้องยอมรับว่าในแง่การเมืองตอนหาเสียงกับตอนที่ทำจริงไม่เหมือนกัน เหมือนปรัชญาที่บอกว่า ตอนหาเสียงเป็นร้อยกรอง ฟังดูแล้วเพราะมากอยากจะทำอะไรต่าง ๆ มากมาย แต่พอได้จัดตั้งรัฐบาลกลับกลายเป็นร้อนแก้วคือไม่เพราะอย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นหลายนโยบายแม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านงบประมาณและแรงต่อต้านทางการเมือง จึงยิ่งเป็นไปได้ยากที่รัฐบาลพรรคเดียวจะผลักดันทุกนโยบายได้ครบถ้วนและมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ยากมาก ” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวถึงความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ ว่า สิ่งที่รัฐบาลสัญญาไว้ว่าจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ขอให้รัฐบาลมีการดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง มาตรการในเชิงโครงสร้างไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี การอัพสกิล-รีสกิล พัฒนาด้านการเกษตร พัฒนาด้านของอินฟราสตรักเจอร์ พัฒนาด้านการท่องเที่ยว หวังว่ามีการดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง ส่วนนี้จะทำให้ไทยหลุดพ้นจากรายได้ปานกลางและเป็นประเทศที่เติบโตได้

