‘ภูมิใจไทย’ แลนด์สไลด์นั่งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โบรกมองหุ้นไทย จ่อรับอานิสงส์ ‘Post-Election Rally’
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์เจาะลึกทิศทางการเมืองและตลาดทุนไทย หลังทราบผลการเลือกตั้งปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ โดยระบุว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มสดใสและมีโอกาสเดินหน้าต่อ จากความชัดเจนทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ “ภูมิใจไทย” ผงาดแกนนำรัฐบาล พลิกโฉมการเมืองไทย
ผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งกว่า 92.83% บ่งชี้ว่า “พรรคภูมิใจไทย” ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย (Landslide) กวาดที่นั่งไปกว่า 194 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 123 ที่นั่ง) ก้าวขึ้นเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตามมาด้วยพรรคประชาชน 116 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 76 ที่นั่ง
บทวิเคราะห์ประเมินว่า สมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพสูงมาก ไม่ว่าจะจับมือกับขั้วใด เช่น หากจับมือกับเพื่อไทยจะมีเสียงรวมกันกว่า 270 ที่นั่ง หรือหากจับมือกับพรรคประชาชนจะสูงถึง 327+ ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เปิดโผ 5 นโยบายเรือธงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของภูมิใจไทย เตรียมผลักดันนโยบายหาเสียงมูลค่ารวม 1.48 แสนล้านบาท โดยมีนโยบายเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ได้แก่
1.ลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 หน่วยแรก)
2.โครงการคนละครึ่ง พลัส กระตุ้นการจับจ่าย
3.ทหารอาสา ปฏิรูปกองทัพ
4.พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย
5.มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยตั้งข้อสังเกตถึงความท้าทายด้านภาระงบประมาณ เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินโดยตรง ซึ่งรัฐบาลใหม่ต้องบริหารจัดการเพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ของ GDP
ตลาดหุ้นรับข่าวดี ลุ้น Fund Flow ไหลเข้า ASPS มองว่าตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีโอกาสเกิด “Post-Election Rally” หรือการปรับตัวขึ้นหลังเลือกตั้ง โดยสถิติในอดีตพบว่า 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง หุ้นมักปรับตัวบวกเฉลี่ย 2.5%, ประกอบกับค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้น สะท้อนถึงกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง
กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่น สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเก็งกำไรในธีม Global Rebalance และหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายหลังเลือกตั้ง รวมถึงหุ้นที่รับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน โดยมีรายชื่อหุ้นเด่น (Top Picks) ดังนี้
- กลุ่มรับอานิสงส์นโยบายและการบริโภค : CPALL, CPAXT, BJC, TIDLOR, MTC
- กลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์ : BDMS, PR9, CENTEL, ERW
- กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน : STECON, GULF
เกาะติดตลาดโลก : ญี่ปุ่นคึกคักหลังเลือกตั้ง นอกจากประเด็นในประเทศ ตลาดหุ้นเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากการเลือกตั้งในญี่ปุ่น ที่พรรค LDP ภายใต้การนำของนายกฯ หญิง ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ สร้างความหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หนุนให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

