ศรายุทธิ์ เลขาปชน. ประกาศลาออก รับผิดชอบผลเลือกตั้ง เตรียมสรุปบทเรียน
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์กับ มติชนออนไลน์ ว่า จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคประชาชนเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ในหลายพื้นที่ ประกอบกับก่อนหน้าที่เคยคุยกันภายในพรรคแล้วว่า หากผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ตนต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยการลาออก ซึ่งยืนยันว่า เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรก ไม่ได้เพิ่งมาคิดเอาตอนที่พรรคแพ้การเลือกตั้ง
“อีก 2 เดือนข้างหน้า เราจะมีการประชุมใหญ่กัน ผมตั้งใจว่าจะแสดงความรับผิดชอบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยการลาออก” นายศรายุทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า มองความพ่ายแพ้ของพรรคประชาชนครั้งนี้มาจากความผิดพลาดตรงที่ไปโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วพรรคไม่ยอมเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นานศรายุทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้มองปัจจัยนั้นเป็นหลัก แต่มีองค์ประกอบอื่นๆ หลายอย่าง ทั้งนี้ ถึงเราแพ้ เราก็ไม่ได้แพ้ทั้งหมด หลายพื้นที่เราก็ชนะ กรุงเทพฯก็ชนะทั้งหมด ปริมณฑล เราก็ชนะเกือบหมด แต่บางจุดบางพื้นที่ที่เคยเป็นของเราทำให้แพ้ เพราะพรรคภูมิใจไทย เขาเข้มแข็งกว่าเรา เราจึงสู้เขาไม่ได้
เมื่อถามว่า เป็นความน้อยใจหรือไม่ที่ลาออก เลขาธิการพรรคประชาชนกล่าวว่า ไม่ได้น้อยใจเลย แต่ยอมรับผลว่าไม่เข้มแข็งพอ การลาออกไม่ได้หมายความว่าหมดหวังกับพรรค แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดทางเลือกใหม่ๆ มาปรับแก้จุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง
“ผมทำงานหลังบ้านกับพรรคมานาน มีบทบาท และมีอิทธิพลในพรรคมาก คิดว่าถึงเวลาที่ต้องมีคนที่มีแนวคิดใหม่ๆ เข้ามาทำงาน ไม่ได้น้อยใจอะไรเลยจริงๆ แนวทางการทำงานนั้นอาจจะมีบ้างที่มีมุมมองที่ไม่ตรงกัน ผมคิดว่าผมอยู่ในจุดสูงสุดของพรรคแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามาทำงานตรงนี้บ้าง” นายศรายุทธิ์กล่าว
เมื่อถามอีกว่า ลาออกแล้ว คือออกจากพรรคไปเลย หรือไปอยู่ในส่วนไหน นายศรายุทธิ์กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ว่าอยู่ในส่วนไหน อาจจะไม่ทำงานบริหารพรรคแล้ว แต่อาจจะไปทำงานในส่วนคณะทำงานจังหวัด หรือส่วนอื่นๆ ไม่แน่ใจ รอพรรคประชุม เพื่อสรุปบทเรียนก่อนว่าจะไปอยู่ตรงไหน อย่างไรก็ตาม ยังเป็นสมาชิกพรรคที่แอ๊กทีฟอยู่
เมื่อถาม เรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่าในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ กรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่นัดประชุมเพื่อลงมติชี้มูลความผิดคดีอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล ถูกร้องในความผิดฐานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันลงชื่อยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทางพรรค ได้มีการตั้งรับเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง เพราะมีชื่อ ส.ส.ทั้งบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต รวมอยู่ในนั้นด้วย นายศรายุทธิ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้เตรียมการประเมินความเสี่ยงเอาไว้แล้ว มี ส.ส.เขต 3 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 12 คน ที่ถูกร้องในเรื่องดังกล่าว มีแนวทางจัดการอยู่แล้ว แต่ขอฟังผลวินิจฉัยก่อน

