Think Tank มะกันชี้ คนไทยเลือกเสถียรภาพ ท่ามกลางความล่มสลายของ ปชน.

9.02.26 | 14:20 น.
อนุทิน
AP

Think Tank มะกันชี้ คนไทยเลือกเสถียรภาพ ท่ามกลางความล่มสลายของ ปชน.

Council on Foreign Relations (CFR) องค์กรคลังสมอง (Think Tank) ด้านนโยบายต่างประเทศที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งทั่วไปในไทย ซึ่งเขียนโดย นายโจชัว เคอร์แลนซิก นักวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ภายใต้บทความที่มีชื่อว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยมองหาความมั่นคง ท่ามกลางความล่มสลายของพรรคประชาชน” ซึ่ง “มติชน” แปลมาให้ทราบโดยละเอียดดังนี้

ความเชี่ยวชาญของพรรคภูมิใจไทยในการเมืองระดับเขตเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งของไทยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านกลยุทธ์ของพรรคประชาชน รวมถึงแรงขับเคลื่อนเชิงปฏิรูปที่นำโดยคนรุ่น Gen Z

การเลือกตั้งระดับชาติของไทยไม่ได้เป็นไปตามที่โพลหลายสำนักคาดการณ์ไว้ อย่างน้อยก็ในส่วนของโพลสำรวจความเห็นเกี่ยวกับส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่โพลเหล่านั้นวัดได้เพียงความตั้งใจในลงคะแนนระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงหาเสียง ด้วยการดึงการสนับสนุนจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น นำมาซึ่งคำมั่นสนับสนุนในการได้มาซึ่งส.ส.จากเขตเลือกตั้ง ขณะที่พรรคประชาชนกลับละเลยมิตินี้ และยังพ่ายแพ้ในภาคใต้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ที่ฟื้นชีพกลับมา ซึ่งยิ่งส่งผลกระทบต่อจำนวนที่นั่งรวมของพรรคประชาชนให้ลดลงไปอีก

ผลโพลดูเหมือนจะคลาดเคลื่อน แม้แต่ในส่วนของคะแนนบัญชีรายชื่อก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะพรรคประชาชนขาดผู้นำที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ อาจเป็นเพราะกระแสชาตินิยมที่เพิ่มสูงขึ้น หรืออาจเป็นเพราะผู้คนไม่ได้สนใจที่จะตอบแบบสำรวจมากขึ้น แน่นอนว่าพรรคประชาชนไม่มีผู้นำที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจในระดับเดียวกับผู้นำของพวกเขาในการเลือกตั้งปี 2023 และยังมีความขัดแย้งระหว่างแกนนำระดับสูงของพรรคอย่างต่อเนื่องตลอดการหาเสียง

เคน เมธิส โลหเตปานนท์ จาก Coffee Parliament แพลตฟอร์มวิเคราะห์การเมืองไทย เคยวิเคราะห์ไว้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เดือนธันวาคมเกี่ยวกับการที่พรรคภูมิใจไทยสามารถดึง “หัวคะแนน” หรือแกนนำท้องถิ่นโดยเฉพาะในภาคเหนือมาอยู่ด้วยมากขึ้น แต่การวิเคราะห์นี้กลับถูกกลบไปด้วยกระแสโพลที่ชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งในบัญชีรายชื่อ แต่แกนนำท้องถิ่นเหล่านี้เป็นผู้นำที่นั่งแบบเขตจำนวนมากมาให้ ซึ่งพรรคประชาชนไม่สามารถแข่งขันได้

Advertisement

ในเวลานั้น เมธิสเขียนไว้ว่า แม้ว่ายังเร็วเกินไปมากที่จะคาดการณ์ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ว่าพรรคใดจะทำผลงานได้อย่างไร แต่สัญญาณต่าง ๆ ชี้ว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวเต็งในช่วงต้น แน่นอนว่าหากใครติดตามเฉพาะผลโพล ก็อาจคิดว่าภูมิใจไทยกำลังจะได้เพียงอันดับสองหรือสามที่ค่อนข้างห่างไกล แต่การเลือกตั้งไทยไม่เคยเป็นเรื่องของกระแสระดับชาติอย่างเดียว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมักจะแยกการลงคะแนนระหว่างบัตรเขตเลือกตั้งกับบัตรบัญชีรายชื่อ ดังนั้นในบทความนี้ผมจึงอยากลงลึกถึงเหตุผลว่าทำไมภูมิใจไทยจึงถูกคาดหมายว่าจะทำผลงานได้ดีมาก นั่นคือการใช้เครือข่ายตระกูลการเมืองท้องถิ่น หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า ‘บ้านใหญ่’ ประเด็นสำคัญคือ ในระบบบัตรสองใบ บ้านใหญ่มักจะอยู่รอดได้ไม่ว่าพรรคสังกัดจะเป็นพรรคใด

โจชัวระบุว่า เขาและ ณพล จาตุศรีพิทักษ์ เคยเขียนไว้ในบทความในปี 2023 ว่า ระบบบัตรสองใบเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความยืดหยุ่นและทางเลือกมากขึ้นในการแสดงความชอบของตน เช่น เลือกผู้สมัครจากพรรคหนึ่งในบัตรเขตเลือกตั้งจากเหตุผลเชิงพื้นที่อย่างผลงานหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพื้นที่ ขณะเดียวกันก็สามารถลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรคอื่นที่สอดคล้องกับอุดมการณ์หรือแนวนโยบายในภาพรวมของตนได้ และจากการวิเคราะห์ของ NationWeekend อดีต ส.ส. กว่า 65 คนได้ย้ายขั้วไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว

เมธิสพูดถูกอย่างยิ่งในเรื่องความเชี่ยวชาญของพรรคภูมิใจไทยจัดการคว้าที่นั่งในเขตเลือกตั้งเหล่านี้

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยยังต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงมานานหลายทศวรรษ เนื่องจากประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจซบเซา อิทธิพลในภูมิภาคลดลง และบุคลากรที่มีความสามารถไหลออกนอกประเทศ ท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระหว่างพรรคของทักษิน ชินวัตร กับกองทัพและกลุ่มอนุรักษ์ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจและอำนาจเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ความสำเร็จของพรรคกล้าธรรมสะท้อนให้เห็นว่ามีความต้องการอย่างแท้จริงต่อแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย รวมถึงนโยบายในระดับท้องถิ่นด้วย

ดังที่ผมเขียนไว้หลายครั้งแล้ว ความรู้สึกชาตินิยมที่เกิดจากความขัดแย้งกับกัมพูชา ได้เอื้อประโยชน์อย่างมากต่อพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นพรรคที่มีจุดยืนชาตินิยม

ผมเขียนไว้เมื่อเดือนธันวาคมว่า ดูเหมือนว่าการเลือกตั้งปี 2023 อาจเป็นจุดสูงสุดของความสำเร็จของพรรคประชาชนในขณะนั้น ยังเป็นไปได้ว่าพรรคประชาชนจะต่อยอดความสำเร็จจากการเลือกตั้งปี 2023 และคว้าที่นั่งได้เพิ่มมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นก่อนที่ทหารและชนชั้นนำทางการเมืองจะสร้างเงื่อนไขที่ขัดขวางพรรคประชาชน และก่อนที่ผู้นำพรรคจะตัดสินใจผิดพลาดหลายประการ (เพื่อความเป็นธรรม ก่อนหน้านี้ผมเคยโต้แย้งว่าพรรคประชาชนกำลังต่อยอดความสำเร็จจากปี 2023 แต่ตอนนี้ผมไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว)

ความขัดแย้งชายแดนได้ผลักดันให้กระแสชาตินิยมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้พรรคภูมิใจไทยของอนุทิน ซึ่งเป็นพรรคที่สนับสนุนกองทัพ ทำผลงานได้ดีกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน พรรคประชาชนกลับตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ยากลำบากจากการปะทุและการทวีความรุนแรงของความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา พรรคกำลังดิ้นรนที่จะรักษาสมดุลระหว่างการแสดงท่าทีรักชาติ กับการรักษาเป้าหมายการปฏิรูปกองทัพและสถาบัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาฐานเสียงของพรรค ความขัดแย้งนี้ยังช่วยเพิ่มความนิยมของกองทัพ และทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางที่ค่อนข้างมีแนวคิดปฏิรูป ซึ่งเป็นกลุ่มที่พรรคประชาชนต้องการขยายฐานเสียงออกไปจากเดิม เกิดความลังเลที่จะเลือกพรรคประชาชน

พรรคประชาชนไม่สามารถหาทางออกที่มีประสิทธิภาพได้ในสภาพแวดล้อมที่กระแสชาตินิยมกำลังเข้มข้น พรรคยอมถอยจากที่เคยวิพากษ์วิจารณ์กองทัพกองทัพ รวมถคงจากแผนการปฏิรูปบางประการในอดีต ซึ่งอาจทำให้พวกเขาสูญเสียคะแนนเสียงไปบ้าง ซึ่งต้องรอจนกว่าจะมีวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งอย่างละเอียด ซึ่งต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ยากที่จะจินตนาการได้ว่าการที่พรรคประชาชนลดท่าทีผลักดันการปฏิรูปบางเรื่องลง ได้ทำให้ฐานผู้สนับสนุนหลังของพรรคบางส่วนรู้สึกไม่พอใจ ซึ่งผู้สนับสนุนกลุ่มนี้ก็มีความสำคัญต่อการรณรงค์หาเสียงเช่นกัน มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในโลกออนไลน์จากผู้สนับสนุนบางส่วนของพรรคประชาชน ต่อการที่พรรคละทิ้งคำมั่นสัญญาเรื่องการปฏิรูป  แต่ในขณะเดียวกัน ก็ดูเหมือนว่าการปรับท่าทีของพวกเขาไม่เพียงพอที่จะดึงคะแนนจากผู้มีแนวคิดชาตินิยมได้ ดังนั้นการถอยหลังในประเด็นกองทัพจึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย

การขาดผู้นำที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างแท้จริงเหมือนในการเลือกตั้งปี 2023 ก็ส่งผลต่อพรรคประชาชนเช่นกัน ก่อนการเลือกตั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับรูปแบบการหาเสียงที่ย่ำแย่ของผู้นำพรรค ประเด็นนี้มีสำคัญมาก เพราะพรรคประชาชนพึ่งพาแรงจูงใจและเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างมาก

สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำไว้คือ พรรคประชาชนคำนวณผิดพลาดอย่างร้ายแรงเมื่อทำข้อตกลงที่ทำให้อนุทินขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวโดยแลกกับคำมั่นสัญญาบางประการ ข้อตกลงนี้ยกระดับอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้เขาสร้างความเข้มแข็งให้พรรคของตนได้มากขึ้น อนุทินใช้ “การประนีประนอมครั้งใหญ่” อย่างชาญฉลาด แต่กลับสร้างความเสียหายและทำร้ายพรรคประชาชนอย่างหนัก แสดงหเห็นถึงการขาดทักษะทางการเมืองของพวกเขา เมื่อมองย้อนกลับไป นี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของพรรคประชาชนอย่างแท้จริง

ด้วยชัยชนะที่มั่นคง อนุทินและพรรคกล้าธรรมในฐานะพรรคที่น่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีโอกาสที่จะสร้างเสถียรภาพให้ประเทศ เพราะชัยชนะครั้งนี้ขาดลอยอย่างมากจนความไม่สงบมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย พรรคประชาชนได้ยอมรับผลการเลือกตั้งแล้ว ผู้นำรวมถึงผู้สนับสนุนของพรรคดูเหมือนจะตกตะลึงและตั้งตัวไม่ติด ผมไม่คิดว่าจะเกิดความไร้เสถียรภาพขึ้น

ดังนั้น อนุทินและพรรคร่วมจำเป็นต้องใช้เสถียรภาพนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ทบทวนทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต ฟื้นบทบาทความเป็นผู้นำของไทยในภูมิภาค หยุดยั้งการไหลออกของบุคลากรที่มีความสามารถ พยายามสนับสนุนให้เกิดยูนิคอร์นด้านเทคโนโลยีของไทยให้เติบโตเหมือนกับที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย เป็นต้น บางทีเขาอาจจะที่จะดึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล แต่ดูเหมือนว่ามันจะสร้างปัญหาให้อนุทินมากกว่าที่เขาจะต้องการ หากพวกเขาทำสิ่งเหล่านี้ได้ ประเทศไทยทั้งประเทศก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์

การเลือกตั้งครั้งนี้และปัจจัยอื่น ๆ แทบจะแน่นอนว่าเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองของตระกูลชินวัตร

ท้ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ยังทำให้เกิดคำถามว่า การประท้วงของคนรุ่น Gen Z ในเอเชียหรือที่อื่น ๆ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะในคูหาเลือกตั้งได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะในเนปาลและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นสองประเทศที่ผู้ประท้วง Gen Z มีบทบาทสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาล แต่กลับประสบความยากลำบากในการเปลี่ยนพลังการประท้วงให้กลายเป็นความสำเร็จทางการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในกรณีของพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากคน Gen Z กลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบ เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากดูเหมือนจะมองหาเสถียรภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งในระดับภูมิภาค ภายในประเทศ และระหว่างประเทศเกือบทุกด้าน ข้อเท็จจริงที่ว่าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของญี่ปุ่น ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นพรรคการเมืองกระแสหลักที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ สามารถคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ก็ยิ่งบ่งชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งกำลังหันไปหา “เสถียรภาพ” อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้