เท้ง ปาดน้ำตา เสียใจผลเลือกตั้ง เพื่อน ส.ส.สอบตก ยืนยันสู้ต่อ พร้อมถอดบทเรียน วางเครือข่าย ลงพื้นที่มากขึ้น
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ตอนหนึ่งถึงผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนสื่อสารได้ครบถ้วน ทั้งการชวนประชาชนออกมาให้เปลี่ยนการเมืองออกจาระบบโควต้า ใครบางคนเป็นเจ้าของพรรค และออกจากระบบทุนใหญ่ แต่ที่สู้คู่แข่งไม่ได้คือยุทธวิธี ที่พรรคยอมรับว่ายังสู้ไม่ได้ และจะไปทำการบ้านเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนกระแสชาตินิยม ยอมรับว่ามีส่วน ในความเห็นตนมองว่าเป็นการทำงานในพื้นที่ที่นักวิเคราะห์หลายคนเคยวิเคราะห์ไว้ว่าเราชูอุดมการณ์ภาพใหญ่ แต่การเมืองที่ถูกชาวบ้านยังทำไม่ดีพอ เราเห็นถึงโจทย์อยู่ มองว่าต้องสร้างเครือข่าย และวางยุทธวิธีเพื่อเลือกตั้งชนะรายเขต

สรยุทธถามว่า ในเขตพื้นที่ งานศพ งานพิธีต้องไป นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวตนเป็น ส.ส.เขตทำงานในพื้นที่ ยอมรับว่าต้องไป ส.ส.เขตต้องดูแลชาวบ้าน รับฟังเสียงสะท้อน ดูแลชาวบ้านมีงานบุญ งานอะไรต่างๆต้องไป
ส่วนการคัดคนลง ส.ส.เขตกระชั้นชิดนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ ปชน.ต้องถอดบทเรียนเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะพยายามเคาะให้เร็วที่สุด เพื่อได้ไปทำงานในพื้นที่ล่วงหน้า ที่มาผ่านพยายามรักษาสมดุล คือต้องการเปิดกว้าง ไม่อยากให้มีระบบตั๋ว ปิดกั้นคนหน้าใหม่ๆ ที่เข้ามา
ส่วนผลการเลือกตั้งต่างๆ จากเดิมที่เคยได้ยกจังหวัดก็ไม่ได้ และบางจังหวัดก็เสียทีนั่ง นายณัฐพงษ์ระบุว่า ต้องลงไปดูเป็นรายเขต บางเขตอาจจะลดลง เช่น ในเขตนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ (ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ระยอง) ถ้าดูคะแนนรวมลงลดจริง แต่ต้องไปหักลบคนออกมาใช้สิทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“เมื่อดูภาพรวม ในฐานะหัวหน้าพรรค ผมไม่เชื่อว่าคะแนนที่ลดลงในรายเขตของผู้สมัคร ส.ส.เดิมของพรรค เกิดขึ้นจากการทำงานที่ประชาชนไม่ให้ผ่าน ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาเพื่อนร่วมพรรคของผม ทำงานอย่างเต็มที่ แต่มีปัจจัยอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งด้วยที่เข้ามา ทั้งนี้ รอผลออกมา 100% ก่อน ผมพร้อมจะยอมรับทุกเหตุผล ทุกข้อเท็จจริง” นายณัฐพงษ์กล่าว

สรยุทธถามว่า ถึงวันนี้สู้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้ใช่มั้ย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “สู้ได้ ในแบบของผม ทั้งนี้ น้อมรับ ไม่ปฏิเสธที่ใครคิด หรือรู้สึกแบบนั้น ในอีกมุมหนึ่งก็ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ เพื่อนร่วมพรรคเองก็บอกว่าเราทำงานกันเป็นทีม ผลที่ออกมาไม่ได้มาจากตัวผมคนเดียว ได้พิมพ์แชตไปหาเพื่อนๆ ส.ส.เขตเดิมทุกคน ที่ผลการเลือกตั้งออกมา เขาอาจจะไม่ผ่าน บอกว่าผมรู้สึกเสียใจ นึกถึงหน้าเขา แล้วจะไม่เจอเขาในสภาอีกรอบ รู้สึกแบกรับว่าในฐานะหัวหน้าพรรคผมมีส่วนหรือเปล่า (เสียงสั่น) แต่เขาบอกกลับมาทุกคนว่า ไม่เกี่ยวกับตัวผม ถ้าใครรู้สึกแบบนั้น ผมขอโทษ
แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่คนเป็นหัวหน้าพรรคจะมาประกาศลาออก หรือทำให้เกิดความรู้สั่นคลอนกับคนในพรรค หน้าที่ผมตอนนี้คือทำให้พรรคเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงมากที่สุด ในอนาคตถ้ามีใครที่พร้อมกว่าผม ดีกว่าผม ผมไม่ติดเลย” นายณัฐพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ หลังตอบคำถามดังกล่าว นายนายณัฐพงษ์ ได้ก้มหน้าปาดน้ำตา




