ส.ว.พันธุ์ใหม่ โค้งคำนับขอบคุณ 19.8 ล้านเสียง เห็นชอบทำรธน.ใหม่ ขอซีกน้ำเงินให้ความร่วมมือ

10.02.26 | 15:01 น.

ส.ว.พันธุ์ใหม่ โค้งคำนับ 19.8 ล้านเสียง เห็นชอบทำ รธน.ใหม่ ‘ปธ.กมธ.การเมือง’ จี้ ‘รัฐบาลใหม่’ เขียนกรอบทำ รธน.ให้ชัดในคำแถลงนโยบาย หวังได้ทำประชามติรอบสองไม่เกินสิ้นปี’69 ขอ ‘ส.ว.สีน้ำเงิน’ ร่วมมือทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตามฉันทามติประชาชน ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ ค้านรัฐบาลยืนยันร่างแก้ ม.256 เหตุสูตร 20 หยิบ 1 อาจส่อปัญหา โอกาสไม่ผ่านสูง บอกมองจากดาวอังคารก็รู้

เมมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา กลุ่ม ส.ว.พันธุ์ใหม่ นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ส.ว. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ นายวีรยุทธ์ สร้อยทอง น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงค์ ส.ว. ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนที่ร่วมออกเสียงประชามติเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่า 19.8 ล้านเสียง


นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า เรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งหลังจากนี้ ควรกำหนดกรอบและกระบวนการที่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจน แน่นอน ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน ทั้งนี้ มองว่าคะแนนที่ได้มาสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาวิฤตรัฐธรรมนูญที่ประชาชนช่วยแง้มประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดี การกำหนดกรอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ สนับสนุนกระบวนการที่โปร่งใสและให้โอกาสประชาชน ทั้งที่เห็นชอบกับประชามติ หรือไม่เห็นชอบได้มีส่วนร่วม

“สำหรับกรอบการทำรัฐธรรมนูญตามผลประชามติครั้งที่ 1 นั้น ที่จริงผมอยากฟังรัฐบาลแถลงให้ชัดเจนว่าเป็นกระบวนการทำใหม่ หรือยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในวาระพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ ในความคาดหวังผมอยากเห็นการออกเสียงประชามติครั้ง 2 อย่างช้าคือก่อนสิ้นปี 2569 พร้อมกับต้องมีกระบวนการสร้างความรับรู้และเข้าใจของประชาชนให้เพียงพอ เพราะเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 มีรายละเอียดเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชนที่แท้จริง” นายนรเศรษฐ์กล่าว

Advertisement

ขณะที่ น.ส.นันทนากล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายดีที่เราจะเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขั้นตอนต่อจากนี้ไปกระบวนการจะไปผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 256 ในรัฐสภา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่บรรจุเป็นวาระแห่งชาติในการที่จะดำเนินการให้มี รธน.ฉบับใหม่ ตามขั้นตอน และเมื่อพิจารณาวาระมาตรา 256 จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1-3 เมื่อได้วิธีการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ก็จะเข้าสู่ประชามติครั้งที่ 2 เราเชื่อว่าฉันทามติของประชาชนเกือบ 20 ล้านเสียงนี้น่าจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว หวังว่าปี 2569 จะได้เห็นประชามติครั้งที่ 2 เมื่อผ่านจะไปสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และลงประชามติในครั้งที่ 3

“กระบวนการที่จะเข้าสู่การทำประชามติ ครั้งที่ 2 ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ต้องผ่านการเห็นชอบของ ส.ว. 1 ใน 3 คือ 67 เสียง ในฐานะ ส.ว.เสียงข้างน้อยขอเรียกร้องไปยัง ส.ว.เสียงข้างมาก ให้เห็นแก่ฉันทามติของประชาชนเกือบ 20 ล้านเสียง ที่ต้องการให้มี รธน.ฉบับใหม่ เพราะถือว่าเสียงมากกว่าการลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2559 จึงขอให้มาร่วมลงมติเห็นชอบกับกระบวนการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ในวาระที่ 1-3 ไปด้วยกัน” น.ส.นันทนากล่าว

ส่วนนายเทวฤทธิ์กล่าวว่า ในกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ที่ค้างอยู่ในการพิจารณาวาระสองของรัฐสภา มองว่ามีหลายประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและเห็นต่าง โดยเฉพาะกระบวนการที่ออกแบบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่สูตร 20 หยิบ 1 ที่ให้รัฐสภาจัดกลุ่มตัวแทนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คนนั้น จากตัวเลของผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะได้เกือบ 200 เสียง หาก 20 หยิบ 1 จะได้ 10 ที่นั่ง พรรคประชาชน ได้ 6 ที่นั่ง เพื่อไทยและพรรคเล็กได้อีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่ ส.ว.เสียงข้างมากประมาณ 160 คน จะได้ 8 ที่นั่ง แปลว่า ส.ว.เสียงส่วนใหญ่กับพรรคการเมืองที่มีอิทธิพล หรือสามารถที่จะสื่อสารโน้มน้าว ส.ว.ได้มีประมาณ 18 เสียง จาก 35 เสียง เป็นเสียงข้างมากไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนมีข้อกังวล ดังนั้นกระบวนการเพื่อสรรหาผู้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง หรือเลือกตั้งทางอ้อมจะเหมาะสมที่สุด

“ยืนยันว่าร่างที่คาอยู่ในวาระ 2 ยังไม่ตกไป หาก ครม.ชุดใหม่ขอให้รัฐสภาดำเนินการต่อใน 60 วัน หลังประชุมครั้งแรก ก็สามาระเดินต่อได้ แต่กังวลว่าสูตร 20 หยิบ 1 และต้องผ่านความเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 กลายเป็นว่าเราได้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องฟังเสียงประชาชน โอกาสที่จะไม่ผ่านมีสูง หากมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร” นายเทวฤทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะ ส.ว.พันธุ์ใหม่แถลงแล้วเสร็จ ได้ออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อโค้งคำนับแสดงความขอบคุณผู้ที่มาออกเสียงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย