ปริญญา บี้กกต.ทำเฉย ระวังเรื่องใหญ่ เหมือนปี2500 แนะสั่งนับคะแนนใหม่ ยันกม.เปิดช่อง

10.02.26 | 19:26 น.

ปริญญา เขียนแนะกกต. กฎหมายเปิดช่อง นับคะแนนใหม่ บี้นิ่งทำเฉย ระวังเรื่องใหญ่ ซ้ำรอยปี2500

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง [ หลักฐานชัดที่ใด กกต. นิ่งเฉยไม่ได้ – เพราะ กกต. มีอำนาจในการสั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ] โดยมีเนื้อหาดังนี้

ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 124 เมื่อมีการรายงานผลการนับคะแนนไปที่ กกต.แล้ว หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ”การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม“ หรือ ”การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง“ กกต.มีอำนาจที่จะจัดให้มี ”การเลือกตั้งใหม่“ หรือ ”นับคะแนนใหม่“ โดยจะดำเนินการแค่หน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้

ขณะนี้ในหลายเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ปรากฏหลักฐานมากมายที่เชื่อได้ว่ามีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นข่าวในขณะนี้คือที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ประชาชนพบหีบบัตรที่ไม่นับ หีบบัตรไม่ผนึกเคเบิลไทร์ เจอบัตรเลือกที่ถูกเอาไปทิ้ง ที่หนักที่สุดคือใบนับคะแนนถูกนำไปทิ้งในถังขยะ จนต้องประท้วงและร่วมกันเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งเพื่อรอ กกต. มีมติให้นับคะแนนใหม่ในวันนี้

นอกจากปัญหาจำนวนบัตรไม่ตรงกับจำนวนผู้ใช้สิทธิแล้ว ยังมีปัญหาการนับคะแนนแบบไม่โปร่งใส นับคะแนนผิด การจดคะแนนผิด เกิดขึ้นทั่วประเทศ และที่สำคัญมีบัตรเสียเป็นจำนวนมากถึง 2,778,868 ใบ (แบบแบ่งเขต 1,228,683 ใบ และแบบบัญชีรายชื่อ 1,550,185 ใบ) ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเกินไปมาก เชื่อได้ว่าเกิดจากการ “นับคะแนนผิด” คือไม่เสีย แต่ไปนับเป็นบัตรเสีย จนเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้สมัครคนหนึ่งคนใดหรือพรรคใด

ที่ไหนปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ดังเช่นที่จังหวัดชลบุรี กกต.ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หากนับคะแนนใหม่แล้วยังมีความผิดปกติ ก็มีอำนาจสั่งให้เลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา หรือให้เลือกตั้งใหม่ทุกหน่วยในเขตก็ได้

Advertisement

ตอนนี้ กกต.ทั้ง 7 คน ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของเลขาธิการ กกต. คือคุณแสวง บุญมี จะนิ่งเฉยอยู่ข้างหลังต่อไปไม่ได้แล้วนะครับ หากไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาการนับคะแนนไม่ถูกต้อง หรือไม่สุริตเที่ยงธรรม ที่ชลบุรึ และที่อื่นที่มีหลักฐานชัด ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่แน่

เพราะเมื่อไปรวมกับเรื่องที่มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 65.07% ที่ลดลงไปจากปี 2566 ถึง 10.64% ซึ่งเป็นการลดลง หรือ “หายไป” อย่างน่าสงสัย เพราะคนตื่นตัวไม่น้อยกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ผมบอกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะตอนนี้คนเริ่มไปเปรียบเทียบการเลือกตั้งครั้งนี้กับการเลือกตั้งในปี 2500 แล้วครับ