กลุ่มนักศึกษา-ปชช.ปักหลักนอนหน้า กกต.มหาสารคาม เฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง หวั่นจนท.ย้ายหีบหนี

11.02.26 | 10:40 น.

กลุ่มนักศึกษา-ปชช.ปักหลักนอนหน้า กกต.มหาสารคาม เฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง หวั่นจนท.ย้ายหีบหนี

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณฟุตปาธ หน้า กกต.มหาสารคาม กลุ่มนิสิตนักศึกษาและประชาชนปักหลักรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกดดัน กกต.มหาสารคาม ให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งในเรื่องของการติดประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง ที่มีคะแนนเพิ่มในบางเบอร์ และคะแนนลดในบางเบอร์ และทางผู้ชุมนุมต้องการให้ กกต.อัพโหลด ส.ส. 5/18 เพื่อที่จะนำมาข้อมูลมาตรวจสอบว่าตัวเลขตรงกันหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะปักหลักนอนที่นี่ ส่วนด้านใน บริเวณหน้าอาคารที่ใช้เก็บหีบบัตร เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ตัวแทนเป็นอาสาสมัครจำนวน 10 คน เข้าไปเฝ้าที่หน้าอาคาร เพื่อสร้างความสบายใจว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ขนย้ายหีบเลือกตั้งหนีไปไหน และเพื่อความโปร่งใสของ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเย็นที่ผ่านมาก็มีนิสิต นักศึกษา และประชาชน เดินทางมาร่วมอย่างต่อเนื่อง มีการกางเต็นท์ขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมเอาไว้ เผื่อที่จะนอนเฝ้าที่หน้า กกต. นอกจากนี้ยังมี food support เดินทางนำอาหาร เช่น หมูกะทะ และเครื่องดื่มมามอบให้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มนิสิต นักศึกษาและประชาชนมารวมตัวเกือบ 100 คน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ นิสิต นักศึกษา และประชาชนยังคงปักหลักเฝ้าโกดังที่ใช้เก็บหีบบัตรเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรลงประชาชามติ ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองมหาสารคาม

Advertisement

โดยที่ด้านหน้าและหลังโกดังเก็บหีบบัตร มีนักศึกษาเฝ้าอยู่ด้านละ 5 คน ส่วนพื้นที่ชุมนุมด้านนอกที่อยู่ริมฟุตปาธ ช่วงเช้าวันนี้ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำภารกิจ ก่อนที่นัดรวมตัวกันใหม่ในช่วง 10 โมงเป็นต้นไป

นายณัฐศิริ เกตุกลม นิสิตชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ตนเป็นอาสาสมัครมาเฝ้าหีบเลือกตั้ง โดยทาง กกต.อนุญาตให้เข้ามาเฝ้าได้จำนวน 10 คน เพราะเป็นสถานที่ราชการ ซึ่งเมื่อคืนนี้ได้สลับกับเพื่อนๆ เข้ามาเฝ้าตอนตี 3 ทางเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้วยการเปิดไฟส่องสว่างให้ ก็นั่งเฝ้า นอนเฝ้าจนถึงเช้า ซึ่งก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ แต่ส่วนตัวมองว่ายังไงก็อยากให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใหม่ เนื่องจากว่า พบข้อสงสัย มีการปิดคะแนนทับคะแนนเดิม บนป้ายประกาศ ทำให้คะแนนของผู้สมัครเบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนเพิ่มขึ้นถึง 148 คะแนน และผู้สมัครเบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์ ลดลง 1 คะแนน อีกทั้งจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็มีการแก้ไข ทั้งๆ ที่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งน่าจะเป็นจำนวนที่รู้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะชี้แจงแล้วว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่ก็อยากให้มีการนับคะแนนใหม่เท่านั้น เพราะมีหลายเรื่อง หลายอย่างที่น่าเอะใจ เป็นข้อสงสัย คะแนนงอก หรือสายเคเบิลไทที่เจอ อยากให้ทุกอย่างโปร่งใสที่สุด ส่วนเรื่องเฝ้าหน้าโกดังเก็บหีบบัตรก็จะอยู่เฝ้าจนกว่าจะได้รับคำตอบว่าจะได้นับใหม่หรือไม่ ทาง กกต.กลางจะว่ายังไง

ด้านเรือเอกไตรสรณ์ ผาสุก ผอ.กกต.มหาสารคาม กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้รับหนังสือจากนายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน เพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ทาง กกต.ก็ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการไต่สวนดำเนินการ โดยได้กำชับให้มีการไต่สวนโดยละเอียดรอบคอบ รวดเร็ว ให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ เพื่อที่จะได้ส่งให้กับ กกต.กลาง เป็นผู้พิจารณาตามอำนาจ เพราะในกรณีที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ในเรื่องของการเปิดหีบ เป็นเรื่องของ กกต.กลาง กกต.จังหวัดไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการได้ หาก กกต.จังหวัด ดำเนินการโดยพลการ ก็มีความผิดตามกฎหมาย เพราะกฎหมายกำหนดให้ กกต.กลางเป็นผู้พิจารณา ต้องมีเหตุมีผล ไม่ใช่ว่าจะเปิดก็เปิดได้เลย ไม่อย่างนั้นก็จะสร้างความวุ่นวาย กกต.จังหวัดมหาสารคามพยายามที่จะอำนวยความสะดวกและชี้แจงให้กับผู้ที่อยากขอให้มีการนับคะแนนทราบและเข้าใจ ซึ่งคำชี้แจงของรองเลขาฯกกต.ที่ออกมา ถือว่าชี้แจงชัดเจน เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งประเทศ

ในส่วนของมหาสารคาม ที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงการปิดป้ายประกาศในเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่ตำบลท่าสองคอน อ.เมือง เกิดความคลาดเคลื่อน ตรงที่เมื่อมีการรวมคะแนนในโปรแกรมเอ็กซ์เซล ตำบลท่าสองคอน มี 23 หน่วยเลือกตั้ง แต่ผลรวมที่รวมออกมาตอนแรก รวมมาแค่ 22 หน่วย ขาดไป 1 หน่วย ซึ่งเป็นผลจาก ฮิวแมนเออเร่อ เป็นผลจากความเหนื่อยล้าจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้ผลคะแนนที่คลาดเคลื่อน แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเขียนคะแนนบนป้ายประกาศไปแล้ว แต่เมื่อทราบว่าผลคะแนนคลาดเคลื่อนได้มีการคิดคะแนนใหม่ รวมผลรวมของทั้ง 23 หน่วย ก็ทำให้มีคะแนนเพิ่มขึ้นมาอีก 148 ซึ่งตรงกับจำนวนผู้มีสิทธิ จึงได้เขียนคะแนนบนไวนิล และนำไปปิดประกาศทับ ซึ่งการปิดประกาศที่หน้าเขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ จะต้องมีการตรวจสอบอีกรอบ เมื่อได้แก้ไขให้ถูกต้องตรงกับความจริงแล้วก็ได้ชี้แจงให้กับกลุ่มมวลชนได้รับทราบแล้ว