เฮ้ง ทำหนังสือถึงประธานกกต.ยินดีให้นับคะแนนใหม่ ไม่หวั่นเพราะเป็นคะแนนออร์แกนิค ถามคนที่มาร้องใช่คนในพื้นที่หรือเปล่า
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรี ทส. แถลงข่าว จากกรณีที่มีปัญหา มีการประท้วงของประชาชนพื้นที่เขต 1 จ.ชลบุรี เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ โดยกล่าวว่า ตนจะทำหนังสือถึงประธาน กกต.ให้นับคะแนนใหม่ให้รู้แล้วรู้รอด เพราะคะแนนของตนเป็นคะแนนออร์แกนิคอยู่แล้ว

นายสุชาติแถลงว่า ขอแสดงจุดยืน จากกรณีที่ปรากฏเรื่องการนับคะแนนเสียงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายออกมาทำให้เกิดความสับสนเคลือบแคลง ทำให้ตนตระหนักว่าข่าวสารที่ออกมานั้นสร้างความสับสนแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนใน 8 ตำบล เขต 1 จ.ชลบุรี ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อฐานรากประชาธิปไตยของประเทศ และเพื่อความเป็นธรรมและความโปร่งใสดังกล่าว ตนในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่เขต 1 จ.ชลบุรี สูงสุด จึงขอแสดงเจตนารมณ์ ยินดีให้ความร่วมมือในทุกขั้นตอนตามกฎหมาย และเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ยินดี และเต็มใจที่จะให้เกิดการนับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมายการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
นายสุชาติกล่าวว่า ทั้งนี้ ตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. แสดงความจำนงให้นับคะแนนใหม่ จากกระแสที่เกิดขึ้น และให้ กกต.ทำงานอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ทำไมถึงเพิ่งจะออกมาพูดในวันนี้ นายสุชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมานั้นตนไม่รู้ข้อกฎหมายเท่าไร แต่เมื่อได้ศึกษา และปรึกษากับฝ่ายกฎหมายแล้ว หลังจากการเลือกตั้งหากประชาชนในพื้นที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประสงค์อย่างไร สามารถท้วงติงหรือเสนอเรื่องต่อ กกต.ได้

“แต่ต้องเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งนั้นๆ หรือผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ตัวผม ซึ่งเป็นผู้สมัคร และได้คะแนนสูงสุด หรือผู้สมัครคนอื่นๆ ในเขต 1 ของ 8 ตำบลเท่านั้น แต่คนที่มาวุ่นวายนั้น เป็นคนในเขตหรือเปล่า มาในฐานะอะไร ตรวจสอบมาแล้ว เป็นคนเขตอื่นทั้งนั้น บางคนก็เป็นคนจังหวัดอื่นด้วยซ้ำไป แบบนี้ถูกไหม ดังนั้น การนับคะแนนใหม่หรือไม่ผมไม่หนักใจเลย” นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติกล่าวว่า ที่ต้องมาแถลงการณ์ในวันนี้ก็เพราะอยากให้การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเป็นธรรม มีจรรยาบรรณ อย่างเช่น บางกรณีไฟฟ้าดับแล้วพัดลมยังหมุน ซึ่งเหตุเกิดที่ จ.นนทบุรี แต่บางสื่อมาเสนอว่าเกิดที่ จ.ชลบุรี
“คือผมโปร่งใส และยินดีให้ตรวจสอบอยู่แล้วภายใต้กฎหมายเลือกตั้ง แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย บางทีผมก็น้อยใจเป็นเหมือนกัน ทั้งๆ ที่อยากรู้อะไรผมก็พร้อมจะตอบ นักข่าวโทรมาผมรับทุกสาย อยู่ทำเนียบเรียกผมไปสัมภาษณ์ผมก็ไป ไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ แต่พูดด้วยเหตุผลจากใจ เป็นนักการเมืองพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ผมเคยแพ้การเลือกตั้งมาแล้ว แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ศึกษาข้อผิดพลาดเอามาแก้ไขจนได้รับชัยชนะในวันนี้ ทุกคะแนนของผมไม่ได้ลอยมาเฉยๆ แต่เป็นคะแนนที่ผมไปหาขอเขามาด้วยความยากลำบาก” นายสุชาติกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า คะแนนที่ได้มาไม่มีการใช้อิทธิพลใดๆ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเองก็กาบัตร 1 ใบเหมือนกัน
เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้เมินคำท้าของ น.ส.รักชนก แล้วใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่เคยให้ราคา มองข้ามไปถึงนู่นแล้ว ไม่เคยมองเขา เมื่อถามว่า มองเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่สนใจหรอก เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องมันก็จบ อยากให้สื่อมองข้ามสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว มองข้ามไปเถอะ อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ คนพวกนี้เลือกตั้งเขตตนได้หรือไม่ เป็นผู้สมัคร สส.เขตตนหรือ หรือตนไปเลือกเขตบางบอนของเขาได้หรือไม่
เมื่อถามว่า ล่าสุดมีการเทียบคะแนนผู้ใช้สิทธิแบบเบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อที่ไม่ตรงกัน จนเกิดการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ
นายสุชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 66 คะแนนของพรรคก้าวไกลแบบบัญชีรายชื่อได้เกือบ 50,000 คะแนน แต่ตัวผู้สมัครแบบแบ่งเขตได้ 36,000 คะแนน แต่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติก็พ่ายแพ้ ทำไมเขาไม่ร้องบ้าง โลกเดี๋ยวนี้มันไปถึงไหนแล้ว เขาเข้าใช้สิทธิ เขากาถูก หรือหนูกาไม่เป็น ก็ต้องคิด

