‘ครูเยาว์’ ผู้สมัครประชากรไทย เขต 2 อุดรธานี โวยคะแนนพรรคหาย ยันกากับมือ ไม่ติดใจ กกต. ผิดที่ กปน.
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อพบกับนางเยาวลักษณ์ คำศรี หรือครูเยาว์ อายุ 67 ปี ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 หมายเลข 10 พรรคประชากรไทย หลังพบว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ลงคะแนนให้กับพรรคประชากรไทยล่องหน กระดานนับคะแนนเป็น 0 ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้กากบาทให้พรรค ต้องมีอย่างน้อย 1 คะแนน จะเป็น 0 ไม่ได้ จึงโทรปรึกษาหัวหน้าพรรคและดำเนินการตามระเบียบ ไปแจ้งความที่โรงพัก และดำเนินการร้อง กกต.จังหวัดอุดรธานี เพื่อหาคะแนนที่หายไป
ครูเยาว์เล่าว่า เป็นผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 พรรคประชากรไทย จับได้เบอร์ 10 เกษียณอายุราชการแล้ว ทำให้ว่างงาน จึงอยากลงสมัคร ส.ส.เพื่อไปพบปะผู้คน และเช็กว่าจะมีคนติดตามตัวเองหรือไม่ โดยขี่รถจักรยานยนต์ไปแจกใบแนะนำตัวตามบ้านโนนสูง บ้านชัยพร บ้านชัยเจริญ และบ้านข้าวสาร พอถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ได้ไปเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 บ้านชัยพร เข้าหน่วยแสดงบัตรประชาชนได้ลำดับที่ 502 ได้บัตรสีเขียว กาเบอร์ 10 ซึ่งเป็นหมายเลขตัวเอง ส่วนบัตรสีชมพูปาร์ตี้ลิสต์กาพรรคประชากรไทย เบอร์ 31 นำไปหย่อนลงหีบ แล้วไปเอาบัตรสีเหลืองประชามติ กาที่ช่องไม่ออกเสียง จากนั้นก็กลับมาบ้าน

ครูเยาว์เล่าต่อว่า เช้าวันที่ 9 ก.พ.ได้ไปดูคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 บ้านชัยพร เพื่อดูคะแนนว่าจะมีคนสนับสนุนตัวเองหรือไม่ กี่เปอร์เซ็นต์ พบว่ากระดานคะแนน ส.ส.เขต เบอร์ 10 ได้ 2 คะแนน ก็แปลว่า 1 คะแนนเป็นคะแนนของตน อีก 1 คะแนนเป็นของชาวบ้านที่ลงให้ แต่พอมาดูที่กระดานคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ หรือคะแนนพรรคประชากรไทยเป็น 0 คะแนน ส่วนตัวคิดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อกากับมือให้พรรคประชากรไทย กาไม่ผิดพรรค อย่างน้อยต้องได้ 1 คะแนน พอไม่มีคะแนนพรรค จึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน จึงได้แจ้งหัวหน้าพรรคให้ทราบ แล้วไปแจ้งความที่โรงพัก และไปยื่นหนังสือที่ กกต.จังหวัดอุดรธานี เพื่อหาว่าคะแนนของพรรคประชากรไทยที่กาให้หายไปไหน ต้องการตรงนี้เท่านั้นเอง
ครูเยาว์เล่าต่อไปว่า พอดีได้พบกับ ผอ.กกต. จึงแจ้งว่าคะแนนพรรคหายไปไหน ทั้งที่กาด้วยตนเอง สามารถตรวจสอบได้หรือไม่ ซึ่งจะไปตรวจสอบที่ใบคะแนน คิดว่ามันก็เป็น 0 เหมือนเดิม ฉะนั้น ต้องดูที่บัตรสีชมพูที่ตนกา แต่ กกต.แจ้งว่ามันทำไม่ได้ ต้องรอ กกต.กลางวินิจฉัย ซึ่งจะยื่นเรื่องไปและขอเบอร์โทรด้วย จึงให้มีการรับส่งเอกสารด้วย ข้องใจตรงที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 บ้านชัยพร ที่ไปลงคะแนนพรรคมันหายหายไปไหนแค่นั้นเอง ส่วนคะแนน ส.ส.เขตไม่ข้องใจ เพราะได้คะแนนทั้งเขต 105 คะแนน
“ครูเยาว์ไม่ได้ไปโทษ กกต.จ.อุดรธานี ด้วยความสัตย์จริงจากใจ แต่สงสัย กปน.ที่ประจำหน่วยเลือกตั้งเฉยๆ เช็กอย่างไร ขานแต้มอย่างไร ขีดอย่างไร ทำไมมันไม่มีแต้ม ทั้งที่กาเองกับมือ คะแนน ส.ส.เขตมี แต่คะแนนพรรคมันหาย เป็นเลข 0 ได้อย่างไร ไม่ได้โทษ กกต.จังหวัด หรือ กกต.กลาง พรรคประชากรไทยที่ครูเยาว์กาหายไปไหน เพราะเป็นศักดิ์ศรีของผู้สมัครเลือกตั้ง มันต้องขึ้น 1 แต้ม ข้องใจแค่นี้ ไม่ได้ไปโทษ กกต. ยอมรับว่าพวกท่านทำงานหนักในหน้าที่จัดการเลือกตั้ง” ครูเยาว์ระบุ

ครูเยาว์เผยว่า ในฐานะที่เคยเป็น กปน.มาก่อน ขอฝากไว้ด้วยว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าให้เปลี่ยนระบบการนับคะแนนใหม่ เพราะการนับคะแนนแบบเก่าไม่ชัดเจน การขานคะแนนใช้เวลานานมาก เพราะฉะนั้นการทำงานครั้งต่อไป ขอฝาก กกต.กลางและแต่ละจังหวัดควรหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่านี้ การขานแต้ม การขีดแต้ม จะมีวิธีการอย่างไรให้ชัดเจนที่สุด จากที่สังเกตมามันผิดได้ทั้งนั้น คะแนนจะผิดที่ 2-3 แต้ม หรือเป็น 100 แต้ม มันผิดได้ที่หน่วยเลือกตั้ง เพราะคนกาคะแนนตั้งใจกาผิดหรือเป็นการผิดตามธรรมชาติ ซึ่งมันเป็นไปได้ที่จะกาผิด หมายเลขพรรคจากเบอร์ 1 ถึง 57 มันผิดกันได้ ระหว่างคนขานแต้มกับคนขีดแต้ม ตรงนี้ กกต.ต้องปรับปรุง คัดสรรคนที่จะมาเป็น กปน.ต้องชัดเจนที่สุด ขอฝากไว้เพียงแค่นี้
ด้าน น.ส.สมิหรา เดชะอังกูร ผอ.กกต.อุดรธานี ให้ข้อมูลว่า ได้รับเรื่องไปตามขั้นตอนตามปกติ ซึ่งจะต้องเชิญคณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วยเข้ามาให้ข้อมูลอีกครั้ง ต้องใช้เวลาอีกพอสมควร แต่ก็จะดำเนินการตรวจสอบให้ตามที่มีการร้องขอมา


