6 ตัวแทนประชาชนเฝ้าหีบชลบุรี เขต 1 แถลงโต้ กกต. ปมกล่าวหาปลอมใบขีดคะแนน ถามจะเอาเวลาที่ไหนทำ ย้ำข้อมูลตรงภาพถ่าย ท้าหากขอหลักฐานจากประชาชนก็เปิดมาชน ยืนยันหนุนเจตนาเปิดหีบแค่พิสูจน์เปิดง่าย ไม่ยุ่งบัตร
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่สนามแบดมินตัน อ.เมือง จ.ชลบุรี ตัวแทนกลุ่มประชาชนทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 1 นำมาสู่การเฝ้าหีบและเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้นับคะแนนใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้การแถลงของ กกต. โดยระบุว่า ตามที่ กกต.ส่วนกลางอ้างว่าหีบบัตรเลือกตั้งมีกล้องวงจรปิดและรักษาความปลอดภัยชั้นดีดูแลอยู่ แต่เมื่อตนเดินทางมาที่อำเภอปรากฏว่าไม่มีหีบบัตรเลือกตั้งอยู่ เมื่อเดินทางตามมาถึงสนามแบดมินตันปรากฏว่าหีบอยู่บนรถ ซึ่งได้รับความชี้แจงว่ากำลังจะขนย้ายไปที่อำเภอ นอกจากนั้นสภาพหีบยังไม่มีการปิดซีล ไม่มีเคเบิลไทร์ และไม่มีลายเซ็นกำกับบนกล่อง
ในส่วนที่ กกต.อ้างว่าเอกสารหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ จึงขอตั้งคำถามกลับว่าเมื่อ กกต.ส่งตัวแทนมาตรวจสอบเมื่อคืนนี้ หลักฐานที่นี่ยังไม่มากพอตรงไหน แล้วยังกล่าวหาว่าเป็นหลักฐานเท็จ หรือมีการสร้างขึ้นมา ทางที่ตนยังไม่ตั้งตัวด้วยซ้ำว่าต้องมาที่หน้าอำเภอ จะเอาเวลาที่ไหนเตรียมตัว

และอ้างว่าหีบบัตรเลือกตั้งยังไม่เรียบร้อยนั้น สภาพเมื่อตนมาถึงที่นี่ และมีการไลฟ์เป็นหลักฐาน ภาพปรากฏว่ามีเพียงกล่องซึ่งทับกันไว้ ส่วนหีบนั้นอยู่บนรถหมดแล้ว เหลือเพียงประมาณ 5 กล่องที่ยังไม่ได้ขนขึ้น โดยที่รถทั้ง 2 คันก็ไม่ได้มีการปิดมิดชิด ทั้งนี้ ก่อนจะขนย้ายหีบต่อไปยังโกดังของ กกต. ที่มิตรสัมพันธ์ ซอย 5 ซึ่งภายหลังมีการขนหีบของเขตเลือกตั้งที่ 3 ไปที่นั่น ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงได้ขวางรถขนหีบบัตรเลือกตั้งไว้ก่อนที่จะขับออกไป
พร้อมกับตั้งข้อสงสัยกลับไปว่า หลักฐานที่พบเป็นเอกสารที่จะต้องอยู่ในหีบบัตรเลือกตั้ง ก็แปลว่าการปิดหีบนั้นไม่มิดชิด จนสามารถหยิบออกมาได้ง่ายเช่นนี้ใช่หรือไม่ ขอตั้งข้อสงสัยท่านเหมือนที่ท่านตั้งข้อสงสัยเรา พวกตนจะไปหยิบกระดาษเหล่านี้ออกจากหีบมาใส่ถุงขยะได้อย่างไร ทั้งที่หีบอยู่บนรถ มีเจ้าหน้าที่ล้อม หากใครจะหยิบเอกสารออกมาได้ ใครก็ย่อมเห็นว่าพวกตนปีนรถได้หมด จึงขอชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้ ทุกคนไลฟ์กันหมด ทำอะไรก็อยู่ในสายตาประชาชน
นอกจากนี้ เมื่อมีตัวแทนที่ฝ่ายนายอำเภอและ กกต.ชลบุรี เรียกตัวแทนเข้ามาเจรจาในสนามแบดมินตัน แต่พยายามปิดประตูไม่ให้ประชาชนมองเห็นได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นความไม่พอใจของประชาชน จากข้อเรียกร้องขอตรวจสอบหีบจึงกลายเป็นการขอนับคะแนนใหม่ พวกตนทั้ง 6 คนต่างคนต่างมา แทบจะไม่รู้จักกัน แต่มารวมตัวกันเพื่อขอความเป็นธรรม จึงคาดหวังว่านายอำเภอเองก็สามารถเป็นพยานให้เหตุการณ์นั้นได้ เพราะเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกที่เข้ามาในอาคารนี้
รวมถึงยังเรียกร้องให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในอาคารนี้ทั้ง 6 ตัว ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และถังขยะถูกวางไว้ตรงไหน ส่วนที่มีผู้กล่าวหาเอกสารที่พบในถังขยะเป็นหลักฐานที่ทำขึ้นมาเองนั้น มี 1 ใน 6 คนที่ได้ถ่ายภาพใบขีดคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งไว้ในขณะที่นับคะแนน พบว่ารายละเอียด ลายเซ็น ตรงกันทุกอย่าง จึงพร้อมให้พิสูจน์ความจริงและเปิดภาพหลักฐานให้ตรวจสอบได้
ตัวแทนทั้ง 6 คนยังยืนยันว่า เอกสารหลักฐานใบขีดคะแนนดังกล่าว พบตั้งแต่ก่อนนำหีบลงมาจากรถอีก ดังนั้น ขอให้นำหลักฐานมาชนกัน ในเมื่อท่านขอหลักฐานจากประชาชนได้ เราก็ขอหลักฐานจากท่านเหมือนกัน ว่าจากภาพในกล้องวงจรปิดได้มีบุคคลเข้ามาในอาคารเพื่อนำเอกสารดังกล่าวมาไว้ข้างในก่อนหรือไม่
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำลายหีบเลือกตั้งใดๆ เพียงต้องการสื่อให้เห็นว่า กกต.แถลงอย่างไม่ถูกต้อง จึงจะสาธิตให้ดูว่าหีบนั้นสามารถง้างขึ้นได้ ไม่ได้ปิดไว้อย่างเรียบร้อยตามที่ กกต.อ้าง โดยไม่ได้แตะต้องอะไรในหีบเลย ไม่ได้นำคัตเตอร์เข้าไปกรีด แต่เปิดให้ดูว่าหีบไม่เรียบร้อย ดังนั้น ขอให้เราปรบมือให้กับความกล้าหาญของเขาเราต้องสนับสนุนผู้ที่มีเจตนารมณ์เดียวกัน ขอให้เลิกโจมตีเจตนาของเขาก็ขอให้ตั้งคำถามกับการทำงานของ กกต.

