ทนายนรเศรษฐ์ ยกระเบียบ กกต.โต้ทันควัน อ้างระยะ 500 เมตร ไม่ใส่สายรัดไม่ได้ ไม่มีฐาน กม.รองรับ โวย จนท.ไม่มีสิทธิใช้ ‘ดุลพินิจส่วนตัว’ เหนือระเบียบปฏิบัติ
จากกรณี กกต.แถลงยืนยันว่าไม่สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เขต 1 ชลบุรี เนื่องจากยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 มิได้เป็นโดยสุจริต เที่ยงธรรม หรือนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง เห็นควรยุติเรื่อง โดยช่วงหนึ่งได้ชี้แจงกรณีไม่ใช้สายรัดหีบบัตรเลือกตั้งว่า การเคลื่อนย้ายหีบบัตรจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเป็นกรณีเร่งด่วน และห่างแค่ 500 เมตรเท่านั้น
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความสิทธิมนุษยชน เปิดเผยทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2566 ข้อ 180 กำหนด “5 ขั้นตอนบังคับ” ในการปิดหีบและเตรียมขนย้าย เพื่อป้องกันการทุจริตและการสลับบัตร โดยไม่มีการกล่าวถึง “ระยะทาง” แต่อย่างใด
นายนรเศรษฐ์ระบุบนรูปภาพว่า กกต.อ้างว่า “ขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งเพียง 500 เมตร” จึงไม่ได้มีการปิดสายรัด เป็นข้ออ้างที่ไม่มีฐานกฎหมายรองรับ กระบวนการที่ขาดความรัดกุมแม้เพียงก้าวเดียว คือ มันคือความไม่โปร่งใสครับ
นายนรเศรษฐ์เปิดเผยว่า ทำไมสังคมถึงตั้งคำถามกับการขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งที่ดูเหมือนเล็กน้อย? คำตอบอยู่ที่ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2566 ข้อ 180 ครับ กฎหมายกำหนด “5 ขั้นตอนบังคับ” ในการปิดหีบและเตรียมขนย้าย เพื่อป้องกันการทุจริตและการสลับบัตร ดังนี้
1.ปิดถุงใสชั้นนอก ใส่บัตรแล้วรัดสายรัดให้แน่นหนาก่อนใส่ลงหีบ
2.ปิดฝาหีบ ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนปิด
3.ปิดเทปกาว แปะทับรอยต่อของหีบบัตรทั้งหมด
4.ใช้สายรัด รัดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์ที่กำหนด
5.กรรมการต้องเซ็นชื่อกำกับไว้ที่สายรัด/รอยต่อ
ระยะทางใกล้ ไม่ใช่ข้อยกเว้นทางกฎหมาย
ข้ออ้างที่ว่า “ขนย้ายเพียงระยะทางสั้นๆ เช่น 500 เมตร จึงไม่ต้องรัดสายรัด” เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีฐานกฎหมายรองรับ เพราะระเบียบในข้อ 180 ไม่มีข้อยกเว้น หรือระบุว่า “ถ้าใกล้ไม่ต้องทำ” กฎหมายเขียนเป็นขั้นตอนบังคับที่ต้องทำ ทุกหีบ ทุกครั้ง
ความปลอดภัยของคะแนนเสียงต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะขนย้าย 500 เมตร หรือ 50 กิโลเมตร
การไม่รัดสายรัด หรือสวมรหัสตามระเบียบ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าหีบถูกเปิดระหว่างทางหรือไม่
การละเว้นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกของเจ้าหน้าที่ แต่มันคือการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด และแสดงถึงความไม่โปร่งใส
คะแนนเสียงของประชาชนคืออำนาจสูงสุด เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิใช้ “ดุลพินิจส่วนตัว” เหนือระเบียบปฏิบัติครับ

