ประธานกกต. สุดอัดอั้น สวนกลับช้าตรงไหน ทำงานทุกวัน มีเวลารับรอง 60 วัน

12.02.26 | 19:23 น.

กกต.ลุยไฟ ไม่สั่งนับคะแนนใหม่ชลบุรี หลังผลสอบไร้หลักฐานบ่งชี้มีความผิดพลาด มีแต่คำกล่าวอ้าง พร้อมสั่งออกเสียงใหม่ใน 3 หน่วย ใน 3 จว. ด้านประธานกกต.สุดอัดอั้นถูกขู่ให้ติดคุก ถูกดูหมิ่น-อาฆาต สวนกลับช้าตรงไหน มีเวลา 60 วัน

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.  และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่แรกคือ เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เนื่องจากมีเหตุพายุฝนฟ้าตกทำให้บัตรเลือกตั้ง และแบบขีดคะแนนเกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่ง กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการรายงานของ ผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วอาศัยอำนาจตามมาตรา 121 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติในหน่วยนี้ ในวันที่ 22 ก.พ.นี้


จังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน กรณีที่ กปน.ประกาศงดการนับคะแนนหลังพบว่า กปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ คร่อมกับหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดี หรือบัตรเสียอย่างไร จึงประกาศงดนับคะแนน ซึ่ง กกต.พิจารณาและสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยอาศัยมาตรา 121 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้จัดการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่

ส่วนที่ จ.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 4 อำเภอไชยวาน กรณี กปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ คร่อมหมายเลขของพรรคการเมือง ซึ่งกรณีนี้ กปน.ตรวจสอบพบระหว่างการนับคะแนนจึงประกาศงดการนับคะแนนและรายงาน กกต.เขตเพื่อเสนอ กกต.เพื่อสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนั้น กกต.จึงสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 22 ก.พ. พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่

ส่วนกรณีที่ จ.มหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนซึ่งติดตั้ง ณ บริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อน ซึ่ง กกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้วพบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้วได้มีการดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ ซึ่งกรณีนี้ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไป โดยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

Advertisement


จ.ปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกมีการทักท้วงว่าการนับคะแนนไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อ กกต.จังหวัด และ กกต.เขตรับทราบก็มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ โดยแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยน้องๆ นักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่นั้นเป็นอำนาจของ กกต.ใหญ่ ดังนั้น กกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต นอกราชอาณาจักร ของเขตเลือกตั้งที่ 7 “กระบวนการสั่งนับคะแนนใหม่การพิจารณาการนับคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีคือ 1 เป็นไปตามมาตรา 122 ของ พ.ร.บ.ส.ส. คือ กรณีบัตรเลือกตั้งกับผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน ซึ่ง กกต.สามารถพิจารณาสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ได้ แต่ในมาตรานี้กำหนดว่ากรณีที่การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมไม่มีผลทำให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง กกต.อาจสั่งยุติเรื่องได้ กรณีที่ 2 ตามมาตรา 124 การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งกรณีนี้ กกต.ถึงจะสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้” ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวอีกว่า สำหรับกรณี จ.ชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้วมีมวลชนบางส่วนได้เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นสถานที่บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ย้ำว่า ขณะนั้นเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วและส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมาส่งยังสถานที่ที่ กกต.เขตกำหนดเมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็น กระบวนการที่ กกต.เขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกัน ให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบเพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่ง ผอ.กกต.จังหวัด

แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้นน้องๆ ไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตรแล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ แต่อย่างที่บอกว่าการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีเท่านั้น ดังนั้นกรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กกต.จึงมอบให้รองเลขา กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีกระบวนการอย่างไร ทั้งนี้จากการตรวจสอบยังไม่ปรากฏเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความไม่สุจริตเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องจึงไม่มีเหตุสั่งให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และให้ยุติเรื่อง

ด้าน ประธาน กกต.กล่าวเพิ่มว่า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทาง กกต.ก็นัดประชุมทันทีไม่ได้นิ่งนอนใจแต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอ ในการวินิจฉัยจึงแต่งตั้งให้ไปสอบข้อเท็จจริง ใช้เวลา 2 วัน ซึ่งจากสำนวนการสอบข้อเท็จจริงมาทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ร้อง กับฝ่ายที่ปฏิบัติ ฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อชั่งน้ำหนักซึ่งเหมือนกับการเขียนคำพิพากษาดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่แถลงตามคำร้องมี 3 ประเด็นที่แถลงไปแล้ว แต่ กกต.ก็ได้มอบหมายให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ในการนับคะแนนนั้น เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

“กกต.ทุกคนวันนี้ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ในการดูประเด็นต่างๆ เรายืนยันได้ว่า กกต.ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้และเราไม่จำเป็นต้องทำเพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว รอตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปต่อ ยืนยันว่าเราตรวจสอบทุกมิติดูแลอย่างละเอียดเพราะเป็นเรื่องสำคัญ” ประธาน กกต.กล่าว ส่วนที่มีผู้แจ้งความกลับว่า กกต.แจ้งความเท็จที่ จ.ชลบุรีนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงคิดว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน

เมื่อถามถึงกรณีมีการพูดถึงบัตรลงคะแนนมีการสแกนบาร์โค้ดทำให้เห็นข้อมูลผู้เลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดนั้น คือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า บัตรนั้นเป็นบัตรล็อตไหน ของหน่วยไหนเพื่อเป็นมาตรการควบคุมของ กกต. ซึ่งบาร์โค้ดเป็นมาตรการ รักษาความปลอดภัยชั้นดี เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปไม่ใช่ว่าเป็นของพรรคการเมืองไหนอันนี้ขอยืนยัน

เมื่อถามว่าการแจ้งความกับเด็กกังวลว่าจะเกิดกระแสลุกฮือหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เนื่องจากว่ากรณีแจ้งความนั้นเป็นกรณีของผู้เสียหายเมื่อ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งซึ่งถือเป็นผู้เสียหาย เมื่อมีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเขา เขาก็ต้องตรวจสอบแจ้งความรวมถึงกรณีมีการนำเอกสารของเขาซึ่งเป็นเอกสารราชการซึ่งผู้เสียหายที่เป็นผู้รับผิดชอบ เขาจึงมีความจำเป็นที่ต้องแจ้งความ เพื่อเป็นการคุ้มครองตัวเองด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเอกสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขาไปอยู่ตรงไหนอย่างไร


เมื่อถามว่าเมื่อเช้านี้มีประชาชนมาปาปลาร้าที่หน้าสำนักงาน กกต.เราจะมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างไร นายณรงค์กล่าวว่า เรามีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและคิดว่าได้ทำเต็มที่ เรื่องความปลอดภัยก็ตามที่สื่อเห็น มีการดูหมิ่นดูแคลน อาฆาตมาดร้าย กกต. บอกว่าต้องเปลี่ยนที่นอน ก็ไม่เป็นไร เราจะยืนหยัดทำหน้าที่ตามกฎหมาย เราก็กลัวกันหมด แต่เราก็ต้องยืนหยัดทำหน้าที่

เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหาของ กกต.มีความล่าช้า นายณรงค์กล่าวว่า ความล่าช้าคืออะไร ไม่ใช่เอาตามอำเภอใจ อย่างของชลบุรีบอกว่าต้องนับใหม่ทันที ถ้ากฎหมายบอกว่าให้ทำได้เราก็ทำแล้ว ตามกฎหมายมีกระบวนการขั้นตอนอยู่ท่านไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ในชลบุรีเราดำเนินการสืบสวนสอบสวน 2 วัน และตามกฎหมายการรับรอง ส.ส.กำหนด ไว้ 60 วัน เราไม่ได้ล่าช้าเราทำงานทุกวันตลอดเวลา

นายณรงค์กล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้ง กกต.ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และพยายามตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการร้อง แม้บางเรื่องจะไม่เข้าข้อกฎหมาย อย่างกรณีของชลบุรี 3 ข้อที่ร้องก็ไม่เข้าเงื่อนไขของกฎหมายเลย แต่เราก็พยายามดู ให้ไปดูเรื่องการนับคะแนนว่าสุจริตหรือไม่ก็ต้องทำให้การเลือกตั้งเกิดความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ ยืนยันพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง ไม่เคยปิดบัง และพร้อมทำความเข้าใจในทุกเรื่อง